สีแดงฉาน... สีแดงเข้มข้นราวกับหยดเลือดสดๆ ที่เพิ่งไหลรินออกจากบาดแผลฉกรรจ์
หน้าต่างแจ้งเตือนโปร่งแสงลอยเคคว้างอยู่กลางอากาศ ท่าความมืดมิดที่แผ่ขยายปกคลุมทุกตารางนิ้วของห้องชันสูตร ร่างของแทนคุณยืนนิ่งงัน ลลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรภาษาอังกฤษสามตัวที่สลักเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้า—*SSS* มันไม่ใช่ค่าตัวเลขทางวิศวกรรม ไม่ใช่ค่าแรงดึงของคานเหล็ก และไม่ใช่ระดับความต้านทานแรงอัดของคอนกรีต แต่มันคือระดับความอันตรายที่สมองอันมีตรรกะของเขาปฏิเสธที่จะยอมรับ
"อย่ามองที่ตัวเลข... จงมองที่ร่องรอยของมัน"
เสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดด้านหลัง รินรดาก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาสะท้อนในกระจก กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานโบราณลอยวนอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณ หญิงสาวหยุดยืนเคียงข้างวิศวกรหนุ่ม ดวงตาคู่สวยมองทะลุกรอบหน้าต่างสีแดงนั้นไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า
แทนคุณหันไปมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนระคนหงุดหงิด สมองของเขายังพยายามประมวลผลด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ "ริน... เครื่องมือตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในกระเป๋าผมพังไปแล้ว เข็มไมקรอมิเตอร์สั่นจนสปริงหลุด นั่นหมายความว่าสนามแม่เหล็กแถวนี้ผิดปกติ... มันต้องมีกระแสไฟฟ้าลัดวงจรหรือก๊าซรั่วในระบบโครงสร้างแน่ๆ"
รินรดาส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความขบขัน เป็นรอยยิ้มของผู้ที่มองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันหลอกลวงของโลกใบนี้
"แทนคุณครับ คุณยังยึดติดกับเหล็กปูนและเครื่องมือวัดอยู่ทำไม" เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความลังเล "วิทยาศาสตร์ให้คำตอบว่า *สิ่งนั้นคืออะไร* แต่ไม่ได้บอกคุณว่า *ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่*... ปัญหาที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ไม่ได้ต้องการประแจเลื่อนหรือเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ แต่มันต้องการ 'ตาใน' ของคุณเองต่างหาก"
"ตาใน?" แทนคุณทวนคำ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบ
ชิด "ผมเป็นวิศวกร ริน ผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยเครื่องมือทางกายภาพ..."
"ถ้าเช่นนั้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ล่ะครับ?" รินรดาก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกนิด มือเรียวบางเอื้อมมาแตะที่ข้อมือของเขาเบื้องซ้าย สัมผัสจากปลายนิ้วของเธอนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำค้างยามดึก แต่กลับส่งกระแสความอบอุ่นแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด "หลับตาลงสิครับ... ปิดตาเนื้อของคุณเสีย แล้วเปิดตาอีกคู่หนึ่งที่หลับใหลอยู่ข้างในนั้น"
แทนคุณลังเล ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากวาดสายตามองหน้าต่างสีแดง SSS ที่ยังคงกระพริบเตือนด้วยจังหวะเดียวกับเสียงเต้นของหัวใจ ก่อนจะตัดสินใจหลับตาลงตามคำแนะนำของหญิงสาว
ความมืดมิดเข้าโอบล้อมรอบตัวอีกครั้ง แต่ในความมืดนั้น กลับมีเสียงบางอย่างที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนดังชัดเจนขึ้น... เสียงกระซิบแผ่วเบานับร้อยนับพัน เสียงคร่ำครวญของความเจ็บปวด และกลิ่นอายของความตายที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ
"ปล่อยวางตรรกะทางกายภาพลงชั่วขณะครับ" เสียงกระซิบของรินรดากระซิบอยู่ข้างใบหู "อย่าคิดว่ามันคือผี หรือวิญญาณ... ให้มองมันเป็น 'แรงกระทำ' เหมือนกับแรงดึงดูดของโลก หรือแรงเฉื่อยของคานสะพาน สัมผัสถึงทิศทางของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในห้องนี้สิครับ"
แทนคุณขบกรามแน่น สมองที่เคยชินกับการคำนวณสูตรโครงสร้างพยายามปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด เขาเริ่มจินตนาการถึงห้องชันสูตรแห่งนี้ในรูปแบบของ 'แผนผังเวกเตอร์' ทว่าแทนที่จะเป็นแรงดันของน้ำหนัก เขากกลับจินตนาการถึงกระแสของพลังงานมืดที่ไหลเวียนจากพื้นห้องพุ่งตรงขึ้นสู่เพดาน
วูบ!
ราวกับมีสוויตช์บางอย่างถูกกดลงในจิตสำนึก ภาพในหัวของแทนคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้เปลือกตาจะยังปิดสนิท แต่เขากลับ 'มองเห็น' โครงสร้างที่แท้จริงของห้องนี้ได้ชัดเจนยิ่งกว่าการลืมตาเสียอีก
เขามองเห็นเส้นใยสีดำนับล้านเส้นที่ถักทอเข้าหากันเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ ครอบงำร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายบนเตียงชันสูตร และที่ใจกลางตาข่ายนั้น มีเงาดำทะมึนร่างหนึ่งกำลังขดตัวอยู่ มันกำลังจ้องมองมาที่เขา... ดวงตาสสีแดงก่ำคู่นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและสติปัญญาที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป
*นี่น่ะหรือ... สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังรอยเลือดอาถรรพ์?* แทนคุณคิดในใจด้วยความตื่นตะลึง
รินรดาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังงานรอบตัว เธอยิ้มออก2มาจางๆ เมื่อเห็นเปลือกตาของชายหนุ่มเริ่มกระตุกเล็กน้อย "เก่งมากครับ... ตอนนี้คุณเริ่มเห็นโครงสร้างที่แท้จริงของคดีนี้แล้ว แต่จำไว้ว่า การมองเห็นไม่ใช่การแก้ไข คุณต้องหาจุดรับน้ำหนักของมันให้เจอ จุดอ่อนที่สุดของอาคมสายนี้อยู่ที่ไหน..."
ก่อนที่แทนคุณจะได้วิเคราะห์จุดอ่อนของเงาดำเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องชันสูตร พร้อมกับเสียงเคาะรัวๆ และเสียงตะโกนด้วยความร้อนรนของสารวัตรกวิน
"แทนคุณ! คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น ไฟฟ้าในตึกนี้จู่ๆ ก็ตัดกะทันหัน แถมประตูก็ถูกล็อกกิ้งจากข้างในด้วยกลไกอะไรก็ไม่รู้ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงของกวินทำให้สมาธิของแทนคุณขาดสะบั้น ภาพโครงสร้างพลังงานสีดำสลายวับไปกับตา ชายหนุ่มลืมตาขึ้นหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดง SSS หายวับไปจากอากาศ เหลือเพียงความมืดมลของห้องชันสูตรที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวๆ เท่านั้น
แทนคุณหันไปมองรินรดาราวกับจะขอคำอธิบาย แต่หญิงสาวกลับส่งยิ้มลึกลับให้ ก่อนจะพยักเพยิดไปทางประตู
"ดูเหมือนว่า 'ตัวแปร' สำคัญจากโลกภายนอกจะเข้ามาแทรกแซงแล้วล่ะครับ... และบางที เขาอาจจะนำเบาะแสชิ้นสำคัญเข้ามาด้วย"
แทนคุณสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินไปปลดกลอนประตูและผลักมันออก กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของห้องชันสูตรปะทะเข้ากับลมหายใจอุ่นๆ ด้านนอก
สารวัตรกวินยืนหน้าตาตื่นอยู่หน้าประตู มือถือไฟฉายส่องกราดไปทั่วห้องด้วยความระแวง ทว่าก่อนที่นายตำรวจหนุ่มจะได้เอ่ยปากซักถามอะไร สายตาของกวินก็บังเอิญเหลือบไปเห็นบางสิ่งบนเตียงสเตนเลสตรงกลางห้อง—ร่างของเหยื่อที่ควรจะนอนแน่นิ่ง กลับลุกขึ้นนั่งช้าๆ ท่ามกลางความมืด พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู!
"เฮ้ย!... นั่นมันอะไรวะ!" กวินอุทานลั่น ชักปืนพกออกจากซองแทบไม่ทัน
แทนคุณเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม เมื่อเสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานเดิมดังขึ้นอีกครั้งในหัว พร้อมกับข้อความใหม่ที่สลักด้วยเลือดสดๆ วิ่งผ่านสายตา:
*[คำเตือนระบบ: บอสลับตื่นจากการหลับใหล... และเป้าหมายแรกของมัน คือผู้ที่เข้ามาขัดขวางการเปิดประตูมิติ]*
- เข็มทิศมองวิญญาณ
บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 4
หลักฐานที่ไม่มีตัวตน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!