บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 3

คนแปลกหน้าในเงามืด

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
เสียงปรบมือสามครั้งสุดท้ายดังก้องกังวานเสียดแทงประสาทสัมผัส ราวกับตอกลิ่มลงบนโสตประสาทของแทนคุณโดยตรง กลิ่นอายความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องโถงมรณะแห่งนี้ แต่มันคือไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากซอกหลืบของความตายที่วิศวกรหนุ่มจำฝังใจ ใบหน้าที่เงยขึ้นสบตาภายใต้แสงเงาสลัวนั้น... คือประจักษ์พยานแห่งความวิปริตที่ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ไม่หลงเหลือคำอธิบายใดมารองรับ ธนา... เพื่อนสนิทผู้ร่วมงานที่เพิ่งก้าวลงสู่หลุมฝังศพไปเมื่อเจ็ดวันก่อน บัดนี้กำลังยืนจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่แทนคุณเคยเห็นนับครั้งไม่ถ้วนยามที่พวกเขาร่วมกันคำนวณโครงสร้างตึกระฟ้า รอยยิ้มที่ควรจะเน่าเปื่อยอยู่ใต้แผ่นดินอันเย็นเยือก ไม่ใช่มายืนฉีกยิ้มท้าทายอยู่เบื้องหน้าเขาในสภาพไร้ซึ่งลมหายใจเช่นนี้ "นาย... ตายไปแล้ว" แทนคุณเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายใต้ร่มผ้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ มือข้างที่ถือแฟ้มคดีสั่นเทาจนกระดาษด้านในส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ ความเชื่อมั่นอันหนักแน่นในหลักการและเหตุผลที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตวิศวกรกำลังพังทลายลงทีละน้อย ราวกับตึกสูงที่ฐานรากถูกกัดเซาะด้วยกระแสกรดอันรุนแรง เนตรอาคมที่ติดตัวมาแต่กำเนิดและพยายามปิดตายมาตลอด กลับตื่นตัวขึ้นอย่างไร้การควบคุม ภาพเงาสีดำทะมึนที่ซ้อนทับอยู่เบื้องหลังร่างของธนาไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือพลังงานดิบเถื่อนของวิญญาณอาฆาตที่ยืมร่างคนตายมาใช้สวมรอย "ความตายเป็นเพียงตัวเลขทางสถิติที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อปลอบใจตัวเองเท่านั้นแหละ แทนคุณ" เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงแหบพร่าของผีร้าย แต่มันคือน้ำเสียงนุ่มนวลคุ้นเคยของเพื่อนสนิท เสียงที่เคยปลุกปลอบเขาในยามที่โปรเจกต์งานก่อสร้างประสบปัญหา แต่ทว่าแววตาคู่นั้นกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายชีวิต มีเพียงความมืดมิดดั่งห้วงเหวลึกที่พร้อมจะดูดกลืนสติสัมปชัญญะของทุกคนให้ดิ่งลงไป ก้าวเท้าหนักหน่วงก้าวแรกดังขึ้น ร่างในชุดสูทสีดำเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะจะโคนอันน่าสะพรึงกลัว แทนคุณถอยหลังตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แผ่นหลังชนเข้ากับเสาคอนกรีตเสริมเหล็กเย็นเฉียบ ทางหนีทีไล่ถูกปิดตาย ความรู้ด้านวิศวกรรมโครงสร้างในหัวตอนนี้ไม่สามารถช่วยคำนวณหาทางรอดจากเงื้อมมือของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความตื่นตระหนกกำลังจะเข้าครอบงำสติทั้งหมด ประตูบานใหญ่ทางด้านทิศตะวันตกของห้องโถงก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง! "ถอยออกมา, แทนคุณ!" เสียงหวานกังวานแต่เฉียบขาดดั่งคมมีดกรีดผ่านความอึดอัด รินรดาในชุดเสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ในมือข้างขวาของเธอกำแผ่นยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกชาดไว้แน่น นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องเขม็งไปยังร่างของธนาโดยไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย แทนคุณหันไปมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกระคนแปลกใจและโล่งอกอย่างประหลาด "รินรดา... คุณมาที่นี่ได้ยังไง?" "ฉันบอกคุณแล้วว่านี่ไม่ใช่คดีอุบัติเหตุธรรมดา" รินรดากวาดสายตาคมกริบมองร่างที่สวมรอยเป็นเพื่อนสนิทของเขา ก่อนจะหันมาเอ่ยกับวิศวกรหนุ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สิ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ธนาเพื่อนของคุณ แต่มันคือภาชนะที่ถูกชักใยด้วยอาคมสายดำระดับสูง ศพของธนาถูกขุดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภพ... ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายเรื่องนี้ต่อ คุณจะเป็นรายต่อไปที่ต้องลงไปนอนในหลุมนั้น" คำพูดของเธอราukกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ แทนคุณสูดลมหายใจเข้าลึก แม้สมองส่วนหน้าจะยังคงประมวลผลด้วยตรรกะและปฏิเสธความเชื่อเรื่องไสยเวท แต่วิญญาณที่ยืนอยู่เบื้องหน้าและกลิ่นอายความตายที่โชยมาเตะจมูกก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เขากำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายจริงๆ ร่างในชุดสูทสีดำหยุดชะงักฝีเท้าลง รอยยิ้มบนใบหน้าของธนาค่อยๆ เลือนหาย กลายเป็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสสีดำสนิทเบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังลอดออกมาจากลำคอของซากศพ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากขุมนรก "รุกล้ำเข้ามาในเขตหวงห้าม... พวกแกไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่หรอก" เสียงนั้นซ้อนทับกันหลายชั้นจนกลายเป็นเสียงก้องกังวานสะท้อนไปทั่วห้องโถง รินรดาไม่รอช้า เธอสะบัดข้อมือส่งแผ่นยันต์ในมือพุ่งตรงไปยังร่างของศพเดินได้ทันที แสงสีทองสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิด พร้อมๆ กับแรงปะทะทางพลังงานที่กดทับจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง ในขณะที่การปะทะกำลังจะระเบิดขึ้น แทนคุณที่ยืนอยู่ข้างกายหญิงสาวก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหางตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาดำนับสิบสายกำลังพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต ล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ทุกทิศทุกทาง และหนึ่งในเงาเหล่านั้น... กำลังเอื้อมมืออันเย็นเยียบมาคว้าข้อเท้าของสารวัตรกวินที่เพิ่งวิ่งตามเข้ามาที่หน้าประตู! ความมืดมิดแผ่ขยายปกคลุมทุกตารางนิ้ว พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปในความเงียบงัน... และวินาทีนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนปริศนาสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นลอยเด่นอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าสายตาของแทนคุณ โดยมีข้อความสั้นๆ สลักด้วยตัวอักษรเลือดว่า: *[เงื่อนไขการเปิดประตูมิติสำเร็จ: ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบแห่งความตาย ระดับ SSS]* โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากונותนี้ไปด้วยกันนะครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%