บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 2

สัมผัสที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ถ้าคุณยังก้าวถอยหลังอีกเพียงก้าวเดียว แทนคุณ... โครงสร้างรองรับคานเหล็กด้านบนจะหมดความสมดุล และพวกเราทั้งหมดจะกลายเป็นปุ๋ยฝังอยู่ใต้ซากตึกนี้ภายในสามวินาที" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบและเย็นเยียบ ทว่าแฝงด้วยกระแสคำสั่งเด็ดขาดที่สลักลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส แทนคุณสะดุ้งเฮือก สติสัมปชัญญะที่เตลิดเปิดเปิงไปชั่วขณะดึงกลับมาสู่ความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ขณะที่ปลายนิ้วเท้าสัมผัสกับขอบปูนร้าวที่ร่วงกราวลงสู่ความมืดเบื้องล่าง นาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือของสารวัตรกวินส่งเสียงติ๊กเบาๆ ย้ำเตือนเวลาที่กำลังไหลรอดผ่านนิ้ว *02:59:12... 02:59:11...* "ผมไม่ได้ถอย... ผมแค่กำลังคำนวณน้ำหนักกดทับของโครงสร้าง" แทนคุณแก้ตัวด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่นคง แม้เหงื่อกาฬจะไหลย้อยลงตามกรอบหน้า "คำนวณด้วยสมองหรือด้วยความกลัวกันแน่ครับ คุณแทนคุณ" สารวัตรกวินเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมกับใช้มือตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงเรียกสติ นายตำรวจใหญ่ไม่ได้มีแววตาหวาดกลัว แม้เบื้องหน้าพวกเขาคือห้องโถงกว้างที่ถูกย้อมไปด้วยรอยเลือดสีคล้ำของเหยื่อทั้งแปดศพ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของอาคมโบราณจนชวนคลื่นไส้ กวินชักปืนพกประจำกายออกมาตรวจสอบกระสุนอย่างใจเย็น "ทางเลือกของเราหมดลงแล้ว นอกเสียจากคุณจะยอมใช้ไอ้เนตรประหลาดที่คุณพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิตนั่น" แทนคุณกัดฟันกรอด เขานึกเกลียดชัง "ดวงตา" ข้างซ้ายที่มักจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ตั้งแต่เด็กจนโต เขาเลือกที่จะเชื่อมั่นในกฎฟิสิกส์ แรงโน้มถ่วง และความต้านทานของวัสดุ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขตอาคมระดับ SSS ที่บิดเบี้ยวทั้งกาลเวลาและมิติทางกายภาพ ตรรกะทางวิศวกรรมกลับไร้ค่าโดยสิ้นเชิง *ตึ้ง!* เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงหัวใจยักษ์เต้นดังสะเทือนมาจากใต้พื้นคอนกรีต แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงจนรินรดารemเซเล็กน้อย หญิงสาวรีบปักยันต์กระดาษสีชาดลงกับพื้นเพื่อตรึงอาณาเขตป้องกันทันที สีหน้าของเธอเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เขตอาคมกำลังบีบตัวเข้าหาศูนย์กลาง พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตของเรา แต่ต้องการปิดผนึกดวงวิญญาณของเหยื่อไม่ให้ไปผุดไปเกิด... แทนคุณ เวลาหมดลงแล้วครับ" แทนคุณหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เขาผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้เข้ากับเสียงติ๊กของนาฬิกา หากกฎทางวิทยาศาสตร์บอกว่าสาส์นทุกอย่างในจักรวาลนี้ถูกบันทึกไว้ในรูปของพลังงาน เช่นนั้นแล้ว... รอยเลือดเหล่านี้ก็คงเป็นเสมือน "ฮาร์ดไดรฟ์" ที่บันทึกวินาทีสุดท้ายก่อนความตายเช่นกัน เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบก็เปลี่ยนสี ดวงตาข้างซ้ายของแทนคุณแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีทองเรืองรอง เส้นเลือดฝอยรอบดวงตานูนเด่นขึ้นตามจังหวะการไหลเวียนของพลังปราณ ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมองไปยังคราบเลือดกระเซ็นบนผนังปูน ภาพเหตุการณ์ในอดีตก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับเปิดแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ความเร็วสูง *ภาพแรกปรากฏขึ้น...* ความมืดมิดของห้องโถงเมื่อสามชั่วโมงก่อนถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสลัวจากเทียนไข ร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งแปดคนยืนเรียงรายเป็นวงกลม ใบหน้าของพวกเขาสะท้อนแววตาแห่งความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาแต่กลับไม่มีใครขัดขืน ราวกับถูกสะกดจิตด้วยเสียงสวดมนต์ประหลาดที่ดังมาจากมุมมืดของห้อง แทนคุณยืนนิ่งค้าง ลลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ เมื่อมุมมองในนิมิตเคลื่อนที่ผ่านสายตาของ "เหยื่อรายที่หนึ่ง" ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดแปลบปลาดยามที่คมมีดอาคมกรีดลงบนผิวเนื้อ ความรู้สึกร้อนผ่าวของโลหิตที่ไหลริน และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... จิตสำนึกของเขาถูกบังคับให้รับรู้ถึง "ความตั้งใจ" ของฆาตกร "อึก..." แทนคุณส่งเสียงครางในลำคอ มือหนายกขึ้นกุมขมับเมื่อภาพเหตุการณ์ทั้งหมดหลั่งไหลเข้ามาประเดประดังกันในสมอง รอยเลือดบนพื้นไม่ได้บอกแค่ว่าใครตายอย่างไร แต่มันกำลังฉายภาพ "พิธีกรรม" ที่บิดเบือนกฎธรรมชาติอย่างเลือดเย็น "เห็นอะไรครับ แทนคุณ" รินรดารemเข้ามาประคองแขนของเขาไว้ทันที ดวงตาคมกริบของเธอมองสำรวจอาการของชายหนุ่มด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น "ตั้งสติไว้ อย่าปล่อยให้จิตวิญญาณของเหยื่อกลืนกินตัวคุณ" "ผม... ผมเห็น..." แทนคุณหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าคมคาย ดวงตาสีทองยังคงเรืองแสงจ้า "พวกเขานั่งล้อมวง... ไม่ใช่เพื่อบูชา แต่เพื่อเป็น 'ภาชนะ' ฆาตกรไม่ได้ต้องการฆ่าพวกเขาตั้งแต่แรก แต่ต้องการใช้เลือดของทั้งแปดคนเป็นสื่อกลางในการเปิดประตู... ประตูเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับเขตอาคมมรณะนี้!" "แล้วตัวฆาตกรล่ะครับคุณแทนคุณ คุณเห็นหน้ามันไหม?" สารวัตรกวินก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้ไฟฉายส่องกราดไปทั่วบริเวณเพื่อระวังภัย แทนคุณกวาดสายตามองผ่านรอยเลือดหยดสุดท้ายที่ลากยาวไปจนถึงร่องระบายน้ำกลางห้อง ภาพในนิมิตซูมลึกเข้าไปในเงาดำทะมึนที่ยืนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ฆาตกรไม่ได้สวมหน้ากาก มันสวมชุดสูทสากลเรียบร้อย มือข้างหนึ่งถือมีดอาคมที่ยังหยดเลือดสดๆ แววตาภายใต้กรอบแว่นตานั้นเรียเฉยและไร้ซึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และวินาทีนั้นเอง... ในนิมิต ภาพของฆาตกรก็หันขวับมามองตรงมายัง "จุดที่แทนคุณยืนอยู่" ไม่ใช่การมองผ่านอดีต แต่มันกำลังสบตากับเขาผ่านกาลเวลา! *รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของฆาตกรในนิมิต* "มันรู้ว่าเรากำลังมองอยู่..." เสียงของแทนคุณแหบพร่า ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเวทมนตร์ "มันไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้เราแกะรอย... แต่มันกำลัง *'ทิ้งคำเชิญ'* ไว้ให้เราต่างหาก" สิ้นคำพูดของแทนคุณ พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็ยุบตัวลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว รอยเลือดบนผนังทั้งหมดพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานกลายเป็นสายธารสีแดงฉานที่แปรสภาพเป็นอักษรอาคมโบราณขนาดยักษ์ ล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสามคนไว้ในกรงขังแห่งโลหิต *ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!* เสียงหัวใจปริศนาดังขึ้นติดต่อกันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าแทนคุณอีกครั้ง โดยไม่มีใครคาดคิด *[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการเชื่อมต่อจิตวิญญาณกับเป้าหมายระดับ SSS สำเร็จ]* *[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ฆาตกรรับรู้ตัวตนของผู้ชันสูตรแล้ว]* *[เริ่มกระบวนการสลับร่าง: อีก 10 วินาที ฆาตกรจะมาเยือน ณ จุดเกิดเหตุด้วยตนเอง]* *10... 9... 8...* สารวัตรกวินกระชับปืนในมือแน่น ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวังขั้นสูงสุด "เตรียมตัวให้พร้อม ดูเหมือนแขกไม่เชิญของเรากำลังจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด..." รินรดาตวัดมือซัดยันต์ปะทะอากาศเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ เธอกัดฟันกรอดพลางเอ่ยเสียงเฉียบขาด "ไม่ใช่แค่แขกธรรมดาหรอกครับ... แต่มันคือเจ้าของพิธีกรรมที่รอคอยการกลับมาของเหยื่อรายที่เก้า" แทนคุณสูดลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาสีทองฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาละทิ้งความกลัวและความลังเลทั้งหมดในใจ เมื่อตรรกะทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายความบิดเบี้ยวนี้ได้ เขาก็พร้อมจะใช้ "ไสยเวท" พิพากษาความชั่วร้ายนี้ด้วยมือของตัวเอง *3... 2... 1...* เงาสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืดมิดของเสาต้นที่สาม พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วห้องโถงมรณะ... และเมื่อใบหน้าภายใต้เงาสลัวนั้นเงยขึ้นสบตาแทนคุณ ร่างทั้งร่างของวิศวกรหนุ่มก็แทบหยุดหายใจ เพราะใบหน้าของฆาตกรผู้นั้น... คือใบหน้าเดียวกันกับ "เพื่อนสนิท" ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสัปดาห์ก่อน *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมใน1บรรทัดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ*
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%