กลิ่นคาวสนิมเหล็กและผงถ่านไม้กฤษณาเผาไหม้ลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องเก็บของชั้นใต้ดินของสถานีตำรวจ แทนคุณขยับแว่นสายตา เลนส์ใสสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลที่กะพริบเบาๆ ทุกครั้งกระแสไฟฟ้าขัดข้อง บนโต๊ะสเตนเลสเย็นเฉียบตรงหน้าคือชิ้นส่วนเครื่องรางสำริดรูปหน้ากาลที่ถูกผ่าครึ่ง รอยแตกร้าวของโลหะไม่ได้เกิดจากแรงกระแทกทางกายภาพ แต่มันถูกกร่อนด้วยพลังงานบางอย่างที่เขาสัมผัสได้ถึงความอัปยศอดสูและความแค้นฝังหุ่น
"คุณกำลังคิดว่ามันคือรอยเชื่อมโลหะทั่วไปใช่ไหมครับ แทนคุณ"
เสียงนุ่มทุ้มแต่เยือกเย็นของรินรดาดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอกำลังใช้ปลายพู่กันขนสัตว์จุ่มลงในชาดสีแดงเข้มผสมผงกระดูก แล้วแต้มลงบนแผนผังจำลองรอยแผลของเหยื่อในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องล่าสุด แสงไฟสลัวทำให้เงาของหญิงสาวทอดตัวยาวทาบทับกับชั้นวางแฟ้มคดีเก่า
แทนคุณถอนหายใจยาว วางประแจวัดมุมในมือลงบนโต๊ะ เขายังคงพยายามใช้ตรรกะทางวิศวกรรมมาอธิบายสิ่งที่เห็น แม้ในใจลึกๆ จะเริ่มตระหนักว่า กฎฟิสิกส์กำลังยอมจำนนต่อไสยเวท
"ผมตรวจดูโครงสร้างผลึกของโลหะชิ้นนี้ด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงแล้วครับรินรดา" แทนคุณหันไปสบตากับเธอ แววตาของวิศวกรหนุ่มเต็มไปด้วยความกังขาที่ผสมผสานกับความอยากรู้อยากเห็น "รอยร้าวพวกนี้ไม่ได้แยกตัวตามแนวรับแรง แต่เส้นใยโลหะมันบิดตัวเข้าหากันราวกับมีชีวิต... เหมือนกับรอยแผลที่พบในศพของเหยื่อทั้งสามรายไม่มีผิดเพี้ยน"
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสนิทลึกลับคู่นั้นสะท้อนประกายความเคร่งเครียด เธอดึงกระดาษสาแผ่นบางที่บันทึกอักขระคาถาโบราณมาวางทับลงบนภาพถ่ายรอยแผลของเหยื่อ สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ เส้นสายของอักขระโบราณทาบับเข้ากับรอยแผลฉีกขาดบนผิวหนังของเหยื่อได้อย่างพอดิบพอดี ราวกับร่างกายมนุษย์ถูกใช้เป็นกระดาษ parchment สำหรับจารึกอาคม
"ไม่ใช่แค่เหมือนครับคุณแทน" เสียงของสารวัตรกวินแทรกขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาในห้อง ในมือของนายตำรวจหนุ่มถือแก้วกาแฟดำที่เย็นชืด แววตาของเขาอิดโรยจากการอดนอนหลายคืนติดต่อกัน "กองพิสูจน์หลักฐานเพิ่งส่งรายงานชุดสุดท้ายมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว รอยแผลบนหน้าอกของเหยื่อรายที่สี่... มีค่าความร้อนสูงกว่าอุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์ในขณะเสียชีวิตถึงสี่สิบองศาเซลเซียส เหมือนกับว่ามีวัตถุร้อนจัดกดทับลงไป แต่นิติเวชยืนยันว่าไม่มีร่องรอยของแผลไฟไหม้เลยสักนิด"
แทนคุณรับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว สมองส่วนที่ผ่านการฝึกฝนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเริ่มประมวลผลข้อมูล ตัวเลข พิกัด เวลา และสภาพแวดล้อมของจุดเกิดเหตุทั้งสี่แห่งถูกดึงขึ้นมาเชื่อมโยงในหัว
"ถ้าเรามองคดีนี้ในมุมมองของวิศวกรรมโครงสร้าง..." แทนคุณพึมพำกับตัวเอง เดินไปหยิบปากกาไวท์บอร์ดมาเขียนผังความสัมพันธ์ลงบนกระจกใส "จุดเกิดเหตุทั้งสี่แห่งไม่ได้กระจายตัวแบบสุ่ม แต่มันวางตัวอยู่บนแนวเส้นแรงทางธรณีวิทยา และถ้าลากเส้นเชื่อมต่อกันทั้งสี่จุด..."
ปลายปากกาหยุดนิ่งที่จุดตัดตรงกลางแผนที่ ซึ่งก็คือบริเวณโบราณสถานร้างริมแม่น้ำเก่าแก่
"...มันคือรูปทรงของ 'ยันต์ตรีนิสิงเห' แบบกลับหัว" รินรดาต่อประโยคให้โดยไม่ต้องรอให้เขาพูดจบ น้ำเสียงของเธอเรียաբนิ่ง แต่นั่นยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงไปอีก "นี่ไม่ใช่การฆาตกรรมเพื่อความสะใจหรือชิงทรัพย์ แต่มันคือการ 'ลงเสาเอก' ของพิธีกรรมทางไสยเวทระดับสูง คนที่ทำเรื่องนี้กำลังใช้ชีวิตของมนุษย์เป็นเครื่องบูชาเพื่อสร้างอาคมบางอย่างขึ้นมา"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของหลอดไฟนีออน แทนคุณมองหน้าผังบนกระจกสลับกับชิ้นส่วนเครื่องรางหน้ากาลในมือ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความกลัวต่อสิ่งที่มองไม่เห็นและความกระหายใคร่รู้ในฐานะนักสืบสวน
"ถ้ามันคือพิธีกรรม..." แทนคุณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ "เราก็ต้องมีวิธีทำลายโครงสร้างของมันใช่ไหมครับรินรดา? ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ว่าจะด้วยวิทยาศาสตร์หรือไสยเวท ย่อมมีจุดอ่อนทางโครงสร้างเสมอ"
รินรดายิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายชั่วโมงที่พอจะคลายความตึงเครียดลงได้บ้าง เธอยื่นแผ่นยันต์ทองคำเปลวเก่าคร่ำครึให้เขา "ถูกต้องครับคุณแทน ไม่มีอาคมใดไร้รอยต่อ และไม่มีสิ่งใดคงอยู่ได้โดยปราศจากพลังงานหล่อเลี้ยง... และตอนนี้ เรากำลังจะได้รู้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังพิธีกรรมนี้"
กวินขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของเขาสั่นสะท้อน หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากสายลับในพื้นที่ พร้อมกับภาพถ่ายความละเอียดสูงภาพหนึ่ง
"พวกคุณต้องดูนี่..." สารวัตรหนุ่มวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ แววตาฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด "ลูกน้องผมที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ที่โบราณสถานร้าง ส่งภาพนี้มาเมื่อกี้... บอกว่าเพิ่งมีคนกลุ่มหนึ่งแต่งชุดดำสนิทเดินเข้าไปข้างใน พร้อมกับลากโครงเหล็กขนาดใหญ่ที่มีลักษณะตรงกับโครงสร้างที่เราเพิ่งวิเคราะห์กันเสร็จเมื่อกี้เข้าไปด้วย"
แทนคุณก้มลงมองหน้าจอ ภาพถ่ายเบลอเล็กน้อยเนื่องจากความมืด แต่สิ่งที่เด่นชัดคือเงาร่างของคนกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมวงรอบแท่นหินโบราณ และเหนือแท่นหินนั้น มีแสงสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามวิกาลเป็นลำตรง เปรียบเสมือนเสาเพลิงที่เชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับเบื้องต่ำ
ทว่า สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของแทนคุณเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล ไม่ใช่ภาพเสาเพลิงประหลาดนั้น...
แต่เป็นเงาร่างของชายชราในชุดสูทสีเทาเข้มผู้ยืนอยู่ใจกลางพิธี คนที่แทนคุณจำได้แม่นยำว่าเป็นอาจารย์วิศวกรรมโครงสร้างผู้ล่วงลับไปแล้วเมื่อสามปีก่อน และยังเป็นอาจารย์คนแรกที่สอนให้เขารู้จักวิธีคำนวณความแข็ง
ชายชราหันหน้าตรงมายังกล้องของสายลับ ราวกับรู้ตัวว่ากำลังถูกแอบถ่าย มุมปากของร่างนั้นยกยิ้มขึ้นช้าๆ พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับกล่าวคำพูดไร้เสียงผ่านเลนส์กล้องตรงมายังแทนคุณ...
*"ยินดีต้อนรับกลับสู่โครงสร้างเดิม... ลูกศิษย์ของฉัน"*
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 5
รอยประทับของอาคม
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!