สยบเฮียคลั่งรักกับระบบร้านขายยาสุดป่วน•ตอนที่ 31

วันพักผ่อนริมทะเลของสองเรา

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องพักส่วนตัว คือสัญญาณเตือนภัยระยะประชิดที่รวินท์เรียนรู้ที่จะเมินเฉยมาเป็นวันที่สามติดต่อกันแล้วค่ะ "ถ้าคุณครามยังเอาแต่เซ็นแฟ้มพวกนี้ด้วยสายตาอาฆาตเหมือนมันเป็นหน้าคู่อริแบบนั้น เกรงว่ากระดาษนำเข้าจากอิตาลีคงได้กลายเป็นจุลก่อนที่เราจะทันได้ก้าวขาออกจากรีสอร์ตนะคะ" รวินท์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายจากขวดแก้วสีชาในมือ เรียวคิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันเล็กน้อยขณะใช้คีมปลายแหลมคีบสมุนไพรกลีบสีครามลงในโหลแก้วสกัดเย็น พลังปราณธาตุไฟระดับสามที่โคจรอยู่ปลายนิ้วถูกควบคุมให้ปล่อยความร้อนออกมาอย่างแม่นยำรากับใช้เครื่องมือแพทย์ หากพลาดไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ตัวยาสกัดสูตรพิเศษที่ตั้งใจนำมาใช้บำรุงผิวหลังจากเผชิญไอแดดริมทะเลคงระเหยกลายเป็นอากาศธาตุในพริบตา ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขายอมละสายตาจากกองงานมหึมาที่เลขานุการหน้าตาตื่นส่งตรงมาจากสำนักงานใหญ่ผ่านทางเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเมื่อช่วงเช้า เอนแผ่นหลังพิงพนักโซฟาหนังแท้ราคาแพงด้วยท่าทางที่ฟ้องชัดว่า 'งอน' เต็มประดา "ก็เจ้าพวกบอร์ดบริหารพวกนั้นดันส่งโปรเจกต์บ้าบอมาให้พิจารณาในสัปดาห์ฮันนีมูน... เอ่อ หมายถึงสัปดาห์พักผ่อนของเรานี่นา" ครามเอ่ยเสียงอ่อย แววตาคมกริบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจนับร้อยล้านกลับทอประกายออดอ้อนอย่างน่าขันยามมองแผ่นหลังบางของคนตรงหน้า "พี่บอกแล้วว่าให้ปิดเกาะส่วนตัวไปเลย ปรากฏว่าพวกมันยังมีหน้าตามมาส่งเอกสารทางเรือยอชต์ได้อีก น่าเอาไปโยนให้ฉลามกินนัก" "ปากบอกว่าจะพามาพักผ่อน แต่ตัวเองกลับหอบงานมาเป็นตั้ง แบบนี้เขาไม่เรียกว่าพักผ่อนหรอกนะคะ เฮียคราม" รวินท์วางคีมลง หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามทอดมองเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอำนาจในชุดลำลองเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและผิวเนื้อเนียนสีแทนจากแดดทะเล ครามลุกพรวดจากโซฟาแล้วเดินตรงเข้ามาหารวินท์ด้วยฝีเท้าก้าวสั้นๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ระคนโหยหา สองแขนแข็งแรงรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าตัวอนุญาต ปลายจมูกโด่งคมก้มลงสูดดมความหอมอ่อนๆ จากซอกคอขาวระหงอย่างถือวิสาสะ "ฟอดใหญ่ๆ แทนการลงโทษที่เด็กดื้อกล้าเถียงพี่" ครามกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดผิวจนรวินท์ต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ "นี่! ยาในโหลยังไม่เซ็ตตัวนะคะ ถ้ามันระเบิดขึ้นมาเพราะเฮียมากวนสมาธิ ผลลัพธ์ที่ได้คงไม่ใช่ครีมกันแดดสูตรสมุนไพรหรอก แต่มันจะกลายเป็นระเบิดควันกลิ่นดอกไม้ที่ล้างไม่ออกไปสามวันต่างหาก" รวินท์เอ็ดเบาๆ มือเรียว1ข้างดันไหล่กว้างเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ออกแรงผลักไสอย่างจริงจังนัก ปล่อยให้คนตัวโตกว่าฉวยโอกาสซุกไซกอดรัดตามใจชอบ บรรยากาศภายในห้องพักตากอากาศริมหน้าผาที่สามารถมองเห็นวิวทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตาช่างเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินด้านล่างดังซ่าๆ ผสานกับกลิ่นอายไอเค็มของทะเลและกลิ่นหอมหวานจางๆ ของสมุนไพรในห้องปรุงยาชั่วคราว สร้างความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด หลังจากที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและภัยอันตรายจากระบบปริศนามาอย่างยาวนาน ช่วงเวลานี้จึงราวกับเป็นสรวงสวรรค์บนดินที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อพวกเขาสองคนโดยเฉพาะ "ไม่อยสนใจยาอะไรทั้งนั้นตอนนี้..." ครามกระซิบเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมเข้มฉายแวววาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีสุขุมมาหลายวัน "พี่พาหนีงานกองโตมาไกลถึงนี่ ก็เพื่อมาใช้เวลาอยู่กับภรรยา... อ๊ะ หมายถึงว่าที่ภรรยาต่างหาก" เจ้าตัวรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นหางตาของรวินท์เหล่มองมาอย่างรู้ทัน รวินท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะใสๆ ที่ทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบไหว "ปากหวานจังนะคะช่วงนี้ สงสัยคลังสมุนไพรในระบบของฉันคงมีน้ำผึ้งป่าล้านปีหลงเหลืออยู่เยอะเกินไปสินะคะ ถึงได้เอามาหยอดใส่คำพูดจนเอียนขนาดนี้" "ถ้าไม่ได้กินน้ำผึ้งจากปากเธอ พี่คงขาดใจตายคาโต๊ะทำงานไปนานแล้ว" ครามพลิกตัวรวินท์ให้หันมาเผชิญหน้าเต็มๆ สองมือประคองใบหน้าหวานเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม ดวงตาคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของรวินท์ สะท้อนภาพเงาของเด็กหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเพียงดวงเดียว ท่าทีที่เคยแข็งกร้าวและดุดันยามอยู่ในโลกธุรกิจมลายหายMไปจนสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนและเว้าวอนที่มอบให้คนตรงหน้าเพียงคนเดียวเท่านั้น รวินท์นิ่งงบไปครู่หนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวในอกอย่างไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพangาง ยอมรับตามตรงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา การทะลุมิติเข้ามาในโลกแฟนตาซีที่มีระบบร้านขายยาพ่วงมาด้วยนั้นเต็มไปด้วยความกดดันและความเสี่ยงต่อชีวิต แต่การที่มีผู้ชายคนนี้คอยยืนหยัดเคียงข้าง ฝ่าฟันอุปสรรคและมอบความรักความอบอุ่นให้อย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง มันทำให้คำว่า 'บ้าน' มีความหมายขึ้นมาจริงๆ "ออกไปเดินเล่นกันเถอะค่ะ" รวินท์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบาๆ เมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มชักจะหวานเกินขีดจำกัดจนหัวใจรับไม่ไหว "ไหนๆ ก็อุตส่าห์หนีงานมาแล้ว ถ้ามแต่ขลุกอยู่แต่ในห้องนี้ มีหวังตากล้องปาปารัสซี่ตามมาเจอพอดี" "ใครกล้าตามมา พี่จะสั่งลูกน้องเอาไปโยนให้ฉลามกินจริง0ๆ ด้วย" ครามพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนรวินท์ต้องหัวเราะออกมาอีกรอบ ทั้งสองเดินจูงมือกันก้าวออกจากห้องพัก ลงไปยังชายหาดส่วนตัวที่ทอดยาวเป็นแนวกว้าง เม็ดทรายสีขาวละเอียดนุ่มเท้าสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายระยิบระยับราวกับโรยด้วยผงเพชร คลื่นลมทะเลพัดโชยกลิ่นไอความเค็มและความสดชื่นเข้ามาปะทะใบหน้า ช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและเรื่องราววุ่นวายทั้งหมดออกไปจนหมดสิ้น รวินท์สลัดรองเท้าแตะทิ้ง ปล่อยให้เท้าเปล่าได้สัมผัสกับความเย็นสบายของผืนทรายและเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นระๆ ครามเดินเคียงข้างไม่ห่าง คอยระแวดระวังไม่ให้ก้อนหินคมๆ หรือเปลือกหอยบาดเท้าของคนตัวเล็ก แม้ว่าริมชายหาดนี้จะไม่มีใครอื่นเลยก็ตาม "จำตอนที่เราเจอกันครั้งแรกได้ไหมคะ?" รวินท์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาทอดมองไปไกลยังเส้นขอบฟ้าที่บรรจบกันระหว่างผืนน้ำและท้องฟ้า "จำได้แม่นเลย" ครามตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด "วันนั้นเธอเกือบจะเอายาสลายกระดูกสาดใส่หน้าพี่เพราะหาว่าพี่เป็นอันธพาลคุกคามชาวบ้าน" "ก็ตอนนั้นเฮียทำตัวน่าสงสัยจริงๆ นี่คะ ใส่สูทสีดำสนิทท่ามกลางฝนตกหนักแถมยังทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าคนตลอดเวลา ใครเห็นก็ต้องคิดว่าเป็นพวกมาเฟียติดหนี้การพนันทั้งนั้นแหละ" รวินท์หัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต "แล้วตอนนี้ล่ะ... คิดว่าพี่เป็นอะไร?" ครามหยุดเดิน เขาหันมาคว้ามือบางทั้งสองข้างมากุมไว้แน่น ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของรวินท์ รอคอยคำตอบด้วยความคาดหวังลึกๆ รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า รอยยิ้มหวานละมุนปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง "เป็นสุนัขเด็กขี้อ้อน... ที่คอยปกป้องฉันจากอันตรายทุกอย่างค่ะ" ครามชะงักไปนิดก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความเอ็นดู เขาโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา เนิ่นนานและเต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ "ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือต่อfสู้กับระบบบ้าบออะไรนั่นอีกกี่ครั้ง พี่ก็ยอม... ขอแค่มีเธออยู่ตรงนี้" ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของรวินท์ทันที พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมใสสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตา [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบระดับความสัมพันธ์ของตัวละครหลักแตะถึงขีดจำกัดสูงสุด (100% - ความผูกพันทางจิตวิญญาณ)] [เงื่อนไขพิเศษถูกปลดล็อก: เริ่มต้นกระบวนการอัปเกรด 'ร้านขายยาสวรรค์' สู่ระดับตำนาน (Mythic Tier)] [คำเตือนจากระบบ: พลังงานปริศนาภาระผูกพันกำลังถูกปลดปล่อย โปรดเตรียมตัวรับมือกับ... บุคคลไม่ได้รับเชิญที่ก้าวข้ามมิติมายังพิกัดปัจจุบันของคุณ ณ บัดนี้] รอยยิ้มบนใบของรวินท์แข็งค้างไปในทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่เกิดขึ้นบริเวณเส้นขอบฟ้าไกล ท้องฟ้าสีครามใสเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มราวกับถูกหมึกดำหยดลงไปในผืนน้ำ ขณะที่คลื่นทะเลเริ่มปั่นป่วนรุนแรงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ครามรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เขาดึงร่างของรวินท์เข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ มืออีกข้างชักอาวุธปืนพกเคลือบอักขระเวทมนตร์ออกมาจากแหวนมิติอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันทีเมื่อมองไปยังร่างเงาดำปริศนาที่กำลังก้าวเดินทะลุผ่านม่านพลังงานสีดำทมิฬที่ฉีกขาดออกกลางอากาศเบื้องหน้า เงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นบุคคลที่ควรจะสูญสลายไปพร้อมกับหอคอยมิติในเหตุการณ์เมื่อสามเดือนก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับรวินท์และเฮียครามในตอนนี้นะคะ! ดาริกาส่องแสง
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียคลั่งรักกับระบบร้านขายยาสุดป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%