“หลักฐานชิ้นนี้... ฉันเกรงว่ามันจะเปลี่ยนสถานะของทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ไปตลอดกาลค่ะ”
เสียงหวานใสแต่ทว่ากังวานหนักแน่นของรวินท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับไปทั่วทั้งห้องโถงแถลงข่าว บรรดานักข่าวและตระกูลใหญ่ที่นั่งอยู่เบื้องล่างต่างหยุดลมหายใจ แสงแฟลชที่เคยสาดส่องราวกับพายุหยุดชะงักลงเพียงเพราะประโยคเดียวของเด็กหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่บนเวที
รวินท์ไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่น เขาสวมชุดสูทสั่งตัดที่ดูภูมิฐานเกินวัย ดวงตาคู่สวยดุจกวางตื่นกวาดมองไปยังมุมหนึ่งของเวที ที่นั่น... ชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลกำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีเฉยเมย ทว่าสันกรามที่ขบแน่นจนนูนเด่นกลับบอกความจริงที่ตรงกันข้าม
“รวินท์ อย่าเล่นตลกให้มากนัก การกล่าวหาผู้มีพระคุณโดยไม่มีมูลมันมีราคาที่ต้องจ่ายสูงนะ” เสียงทุ้มแหบพร่าของผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นเอ่ยขึ้น สายตาดุจงูพิษจับจ้องมาที่เขา
รวินท์เพียงแค่ยิ้ม—ยิ้มที่มุมปากอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบร้านขายยาสุดป่วนดังขึ้นในโสตประสาทของเขา [ระบบตรวจพบพลังเวทมนตร์ในพื้นที่: เปิดใช้งาน ‘เลนส์บันทึกภาพนิมิตมิติคู่ขนาน’ 100% ความคมชัดระดับ 8K]
“ราคาที่ต้องจ่ายเหรอครับ?” รวินท์ทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความคมกริบ “ผมว่าคนที่ควรจะกังวลเรื่องราคา คือคนที่พยายามจะวางยาพิษในงานเปิดตัวยาฟื้นฟูของตระกูลอัครมหาศาลเพื่อหวังฮุบกิจการต่างหาก”
สิ้นคำพูดของเขา รวินท์ก็สะบัดมือเบาๆ กลางอากาศ ละอองเวทสีฟ้าอ่อนโปรยปรายลงมาราวกับเกล็ดหิมะ ก่อนจะรวมตัวกันเป็นภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์กลางห้องโถง มันไม่ใช่กล้องวงจรปิดธรรมดา แต่มันคือ ‘กล้องวงจรปิดเวทมนตร์’ ที่บันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างแม้กระทั่งการขยับนิ้วในมุมมืดที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ภาพในจอเผยให้เห็นชายคนเดิมที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขานั่นเอง! เขากำลังหยิบขวดแก้วใบจิ๋วที่มีควันสีม่วงจางๆ ลอยออกมา เทมันลงไปในถังน้ำยาปรุงแต่งที่รวินท์ต้องใช้ในงานนี้ด้วยมือของตัวเอง
ความโกลาหลระเบิดขึ้นทันที เสียงซุบซิบดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฝูงผึ้งแตกรัง
“นั่นมัน... คุณวิชัยไม่ใช่เหรอ!”
“เขาทำไปเพื่ออะไรกัน! ยาตัวนั้นมันช่วยชีวิตคนนะ!”
ในจังหวะที่ความโกลาหลพุ่งถึงขีดสุด ครามที่ยืนเงียบอยู่หลังเวทีตลอดเวลาถึงกับขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทเดินตรงไปหารวินท์อย่างรวดเร็ว กลิ่นอายคุกคามจากมาเฟียหนุ่มแผ่ซ่านจนทุกคนต้องถอยร่น
มือหนาของครามเอื้อมไปแตะไหล่ของรวินท์เบาๆ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู “เก่งมากตัวเล็ก... ที่เหลือปล่อยให้เฮียจัดการเอง”
สัมผัสที่ไหล่ทำให้รวินท์ผ่อนคลายลง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาจากการวางแผนนานหลายสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา เขาหันไปสบตากับคนรักที่แววตาเย็นชาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและคลั่งไคล้เพียงแค่เขามองมา
“ไม่ครับเฮีย... เรื่องนี้ผมจะจัดการเองจนจบ” รวินท์ปัดมือออกเบาๆ แล้วก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว
“คุณวิชัยครับ... ระบบของผมไม่ได้บันทึกแค่ภาพ แต่บันทึก ‘ร่องรอยเวทมนตร์’ ของยาพิษขวดนั้นไว้ด้วย ซึ่งบังเอิญเหลือเกินที่มันตรงกับพลังเวทในแหวนที่คุณสวมอยู่บนนิ้วพอดี” รวินท์พูดพลางชี้ไปยังแหวนอัญมณีสีเข้มบนนิ้วมือของชายคนนั้น
วิชัยหน้าซีดเผือด เขาลุกขึ้นยืนอย่างลนลาน “นี่มันเรื่องจัดฉาก! ไอ้เด็กเมื่อวานซืนแกใช้เวทมนตร์สกปรกใส่ร้ายฉัน!”
“ใส่ร้ายเหรอคะ?” รวินท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ถ้าอย่างนั้น... ลองให้ทหารเวทมนตร์ตรวจสอบร่องรอยธาตุในแหวนของคุณดูไหมล่ะคะ ว่ามีไอพิษ ‘หญ้าอเวจี’ ที่คุณหยดลงไปในถังยาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วหลงเหลืออยู่หรือเปล่า”
ขณะที่ทุกคนกำลังหันไปให้ความสนใจกับวิชัยที่กำลังจะเสียสติ รวินท์ก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นวาบที่หลังคอ—ไม่ใช่จากคราม แต่เป็นจากเงาที่แทรกซึมเข้ามาในห้องผ่านทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้
ระบบส่งเสียงเตือนดังลั่นในหัวของเขา [คำเตือน! ตรวจพบนักฆ่าระดับ S แฝงตัวในฝูงชน เป้าหมาย: รวินท์]
รวินท์ไม่ได้หันกลับไป แต่เขาแอบส่งสัญญาณมือให้ครามที่อยู่ด้านหลังเพียงเสี้ยววินาที มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มเหี้ยม เขารู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร... แต่สิ่งที่รวินท์ไม่คาดคิดคือ วิชัยที่น่าจะหมดทางสู้กลับหัวเราะร่าออกมา เสียงหัวเราะแหลมสูงนั้นดังก้องไปทั่วจนน่าขนลุก
“แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเหรอ รวินท์?” วิชัยถ่มน้ำลาย “พวกแกทุกคน... จะไม่ได้ออกจากงานนี้ทั้งเป็น!”
ทันใดนั้นเอง ผนังห้องโถงด้านหนึ่งก็พังทลายลงด้วยแรงระเบิดจากเวทมนตร์มืด เผยให้เห็นกองทัพชายชุดดำที่สวมหน้ากากกะโหลกไขว้เดินทัพเข้ามานับสิบคน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือชายที่ก้าวออกมาจากแถวหน้าสุด... เขาคือคนที่รวินท์ไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่
ชายผู้นั้นคือ ‘อาจารย์’ ที่สอนวิชาปรุงยาให้เขาในช่วงแรกของมิติ!
ดวงตาของชายชราคนนั้นไร้แววตาแห่งความเมตตาที่เคยมี เขามองรวินท์ด้วยสายตาเย็นชาดุจมองสิ่งของที่หมดประโยชน์ “รวินท์... ผลงานของเจ้ามันช่างวิเศษเกินไปจนข้าอดใจรอไม่ไหวที่จะชิงมันมาเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว”
รวินท์กำมือแน่นจนสั่น เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง ครามก้าวเข้ามาบังหน้าเขาไว้พร้อมชักอาวุธเวทคู่ใจออกมา แต่ทว่า... วงแหวนเวทมนตร์สีแดงฉานกลับปรากฏขึ้นใต้เท้าของทั้งครามและรวินท์ ล็อกตัวพวกเขาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน
[แจ้งเตือนด่วน: ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้น! - ‘บททดสอบแห่งการหักหลังและพันธนาการ’ เงื่อนไขการรอดชีวิต: ทำลายระบบเวทมนตร์ที่ล็อกตัวคุณไว้ภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นหัวใจจะหยุดเต้นถาวร!]
รวินท์มองไปที่ตัวเลขที่กำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็วบนหน้าจอระบบ ก่อนจะเหลือบไปเห็นรอยยิ้มสมเพชของอาจารย์ผู้ทรยศ
เขาตัดสินใจแล้ว... เขาจะไม่ยอมตายในที่แบบนี้ ในเมื่อพวกเขาอยากได้ยาของเขานัก เขาก็จะ ‘ปรุง’ ยาพิเศษชุดสุดท้ายให้ได้รับประทานกันถ้วนหน้า!
ดาริกาส่องแสงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่ระทึกใจที่สุดของรวินท์ในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สยบเฮียคลั่งรักกับระบบร้านขายยาสุดป่วน•ตอนที่ 29
หลักฐานมัดตัวและแผนตลบหลัง
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียคลั่งรักกับระบบร้านขายยาสุดป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!