สยบเฮียคลั่งรักกับระบบร้านขายยาสุดป่วน•ตอนที่ 21

จัดทีมลงดันเจี้ยนเฉพาะกิจ

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
"ฉันเตือนแล้วว่าอย่าก้าวเท้าซ้ายออกจากประตูรถ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกังวลระคนห่วงหาดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์รถเอสยูวีหุ้มเกราะรุ่นล่าสุด รวินท์ชำเลืองมองร่างสูงใหญ่ของคุณชายตระกูลครามที่กำลังขมักเขม้นกับการจัดระเบียบอุปกรณ์ป้องกันรังสีเวทมนตร์บนตัวเขาด้วยความใส่ใจเกินเหตุ ปลายนิ้วเรียวยาวของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่นน้อยๆ ยามเมื่อต้องจัดปกเสื้อให้เด็กหนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังจะเดินเข้าสู่สนามประหาร ไม่ใช่การลงดันเจี้ยนระดับ B ที่คัดสรรฮันเตอร์มือฉกาจมาให้อย่างดีแล้ว "เฮียครามคะ นี่เรากำลังจะไปลงดันเจี้ยน ไม่ได้ไปฮันนีมูนนะคะ อีกอย่าง... หนูไม่ใช่เด็กทารกที่จะต้องมาคอยใส่ใจเรื่องก้าวเท้าซ้ายขวาด้วยซ้ำค่ะ" รวินท์ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ แม้ริมฝีปากจะเอ่ยปฏิเสธความเยินยอเกินเหตุนั้น แต่ดวงตาคู่สวยกลับซ่อนรอยยิ้มเอ็นดูไว้ไม่มิด ความคลั่งรักของเฮียครามในยามนี้นับวันยิ่งทวีความรุนแรงจนน่าใจหาย จากมาเฟียผู้เยือกเย็นและไร้ความปรานีในข่าวหน้าหนึ่ง กลับกลายเป็นสุนัขเด็กตัวโตที่คอตกหูลู่ทุกครั้งที่รวินท์ต้องก้าวเท้าออกจากอาณาเขตปลอดภัยของคฤหาสน์ "สำหรับฉันแล้ว... ไม่ว่าที่ไหนก็อันตรายทั้งนั้นถ้ารินทร์ไม่อยู่ในสายตา" ครามเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงคมกริบฉายแววตัดพ้ออย่างเปิดเผยจนรวินท์ต้องยอมแพ้และยกมือขึ้นแตะแก้วสาากระด้างของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน "สัญญาค่ะว่าจะไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเกินจำเป็น... รีบกลับมาเคลียร์งานที่บริษัทเถอะค่ะ เดี๋ยวพวกพี่ๆ ฮันเตอร์ที่เฮียจ้างมาจะรอนาน" ประตูรถถูกเปิดออกรับไอเย็นเยือกของเขตป่ากั้นมิติ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของกลุ่มฮันเตอร์ระดับแนวหน้าทั้งสี่คนที่ยืนรออยู่หน้าปากทางเข้ารังมิติสะท้อนความตึงเครียดออกมาอย่างชัดเจน บรรยากาศรอบตัวของคนเหล่านั้นแผ่รังสีพลังเวทเข้มข้นจนอากาศรอบข้างบิดเบือนเล็กน้อย นี่คือทีมเฉพาะกิจที่ครามทุ่มทุนมหาศาลกว้านซื้อตัวมาจากสมาคมฮันเตอร์เพื่อปกป้องรวินท์โดยเฉพาะ "ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณรวินท์ ผม 'พงศ์' หัวหน้าทีมหน่วยจู่โจมเงาอัสนี" ชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเกราะหนังมังกรสีนิลก้าวเข้ามาทักทาย รอยยิ้มที่ส่งมานั้นมีความเคารพอยู่สามส่วน และความเคลือบแคลงสงสัยอีกเจ็ดส่วนอย่างไม่ปิดบัง สายตาคมกริบของฮันเตอร์ผู้ผ่านศึกมาโชกโชนกวาดมองเด็กหนุ่มรูปร่างบอบบางตรงหน้าด้วยความรู้สึกกังขา ว่าเหตุใดประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลจึงต้องส่งทีมระดับ S มาคุ้มครองเด็กฝึกหัดปรุงยาที่เพิ่งเลื่อนขั้นได้ไม่นาน รวินท์พยักหน้ารับอย่างสงبนิ่ง ไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวหรือประหม่าต่อแรงกดดันที่อีกฝ่ายจงใจปล่อยออกมาเพื่อทดสอบ "ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะทุกท่าน การลงดันเจี้ยนครั้งนี้ นอกจากทักษะการต่อสู้แล้ว ฉันเตรียมน้ำยาฟื้นฟูและยาสกัดพิเศษมาซัพพอร์ตเต็มที่ค่ะ หวังว่าเราจะร่วมมือกันผ่านมันไปได้ด้วยดี" คำพูดราบเรียบแต่หนักแน่นพร้อมรอยยิ้มบางๆ ทำให้พงศ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ ความนิ่งสงบในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุเท่านี้จะมีได้ง่ายๆ ก่อนที่ก้าวแรกจะเหยียบย่างเข้าสู่เขตแดนสีม่วงเข้ม เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในโสตประสาทของรวินท์อีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ทำให้หัวใจกระตุกวูบ *[คำเตือนระดับวิกฤตสูงสุด! ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมนอกเหนือจากฐานข้อมูล...]* *[เป้าหมายที่ท่านกำลังตามหา ไม่ใช่ 'ดันเจี้ยนเกิดใหม่' ทว่ามันคือ... 'รัง' ของสิ่งมีชีวิตที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาล และเวลานี้... มันกำลังลืมตาตื่นขึ้นมาต้อนรับผู้มาเยือนแล้วค่ะ!]* ม่านพลังงานสีเทาหมุนวนน่าสะพรึงกลัวอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอายโบราณที่อัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวและกลิ่นอายคาวเลือดพวยพุ่งทะลักออกมาทันทีที่เท้าของรวินท์ก้าวผ่านเขตอาคมเข้าไป ฮันเตอร์ทั้งสี่คนชักอาวุธประจำกายออกมาตั้งรับในเสี้ยววินาที สีหน้าของพงศ์เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อแรงกดดันระดับมหาศาลกดทับลงบนบ่าจนแทบหายใจไม่ออก "นี่มัน... ไม่ใช่ดันเจี้ยนระดับ B อย่างที่สมาคมประเมินไว้!" พงศ์ตะโกนลั่นผ่านหน้ากากสื่อสาร เสียงของเขาเจือความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก "พลังเวทนี่มัน... มันคือสิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติ!" รวินท์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น มือเรียวรีบหยิบขวดแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีทองประกายมุกออกมาจากระบบช่องเก็บของอย่างรวดเร็ว สมองอันฉลาดหลักแหลมกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ระบบป้อนเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ฐานข้อมูลโบราณระบุชัดเจนว่าสิ่งที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่สัตว์อสูรกลายพันธุ์ทั่วไป แต่เป็น 'ราชันอสรพิษโบราณ' ที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินลึกเพื่อรอวันแก้แค้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทปริแตกขยายออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ และในวินาทีที่หมอกควันสีดำจางลง ดวงตาสีแดงฉานขนาดมหึมาคู่หนึ่งก็ลืมขึ้นในความมืดมิด จ้องมองตรงมายังกลุ่มของพวกเขาด้วยความกระหายเลือด ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรวินท์สะดุดกึก ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของอสูรตรงหน้า แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งที่ดังแทรกเข้ามาจากด้านหลัง... ทั้งที่ประตูมิติถูกปิดตายไปแล้ว! "บอกแล้วไง... ว่าฉันไม่มีทางยอมให้รินทร์มาเสี่ยงอันตรายคนเดียวเด็ดขาด" เสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังขึ้นชิดริมหูทำเอารวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันกลับไปมองก็พบกับร่างสูงของครามที่ก้าวผ่านม่านพลังงานสีดำสนิทเข้ามาหน้าตาเฉย โดยมีคราบเลือดจางๆ ติดอยู่ที่มุมปากและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก... ยิ้มที่ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อภัยพิบัติเบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความคลั่งรักแบบไม่พักของเฮียครามและน้องรวินท์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียคลั่งรักกับระบบร้านขายยาสุดป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%