"ถ้าขวดนี้ยังแก้พิษเนкроสิส (Necrosis) ในกระแสเลือดของลูกน้องคุณไม่ได้ ภายในสามชั่วโมงนี้... เตรียมหาซื้อโลงศพคุณภาพดีไว้รอได้เลยค่ะ"
เสียงใสทว่าราบเรียบเย็นเยียบของรวินท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของร้านขายยา "โอสถศิลา" นิ้วเรียวยาวบรรจงวางขวดแก้วคริスタルสีนิลขลับลงบนเคาน์เตอร์ไม้เนื้อแข็งอย่างไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สวมเสื้อโค้ทสีดำสนิทนับสิบคนที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบร้าน
บรรยากาศภายในร้านยามค่ำคืนนี้ไม่ได้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมผ่อนคลายของสมุนไพรเช่นเคย หากแต่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ และกลิ่นอายเวทมนตร์มืดที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
รวินท์กวาดสายตาสำรวจชายแปลกหน้าผู้สวมหน้ากากครึ่งซีกคนนั้น แววตาคมกริบฉายแววครุ่นคิดอย่างระแวดระวัง ระบบปรุงยาอัจฉริยะในหัวของเขาส่งเสียงแจ้งเตือนรัวถี่เป็นระยะ หน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าปรากฏข้อมูลเตือนภัยระดับสีแดงฉานสะท้อนอยู่ในม่านตา
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบร่องรอยพลังงานเวทมนตร์สายมืดระดับสูง (Dark Mana Signature) จากผู้มาเยือน ความบริสุทธิ์ของพลังงานต่ำกว่ามาตรฐาน 45% บ่งชี้ถึงการใช้ "โอสถต้องห้าม" ในเขตเมืองชั้นใน]*
"ฮึ่ม... อวดดีนักนะ เด็กน้อย" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกเสียdสีดังเล็ดลอดออกมาจากหน้ากากโลหะ ดวงตาคู่คมดุราวกับเหยี่ยวใต้หน้ากากจ้องมองเด็กหนุ่มเจ้าของร้านด้วยความประเมินและฉุนเฉียวในคราเดียวกัน "คนของฉันโดนพิษจาก 'เงาเพลิงโลกันตร์' ในเขตย่านการค้าทิศใต้ ไม่มีหมอเวทคนไหนกล้าแม้แต่จะแตะต้อง แต่นาย... กลับกล้าพูดจาอวดดีว่ารักษาได้ภายในสามชั่วโมง?"
รวินท์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
"หมอเวทคนอื่นอาจจะกลัวอำนาจมืดของพวกสมาคมใต้ดิน แต่ที่นี่... คือร้านขายยาของฉันค่ะ" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบ,คม "และกฎข้อแรกของที่นี่คือ ห้ามตายในร้านของฉันเด็ดขาด เพราะมันเกะกะพื้นที่ทำมาหากินค่ะ"
สิ้นคำพูดของรวินท์ บรรยากาศในร้านก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น ลูกน้องด้านหลังของชายสวมหน้ากากต่างขยับมือเข้าหาด้ามอาวุธเวทที่เหน็บอยู่ข้างเอว ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นจากหน้าร้าน พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ทหารรับจ้างฝีมือดีหลายคนถึงกับหน้าถอดสี
"ใครมันกล้าเสียงดังในร้านของคนของฉัน... อยากลองดีกับกระสุนเคลือบเวทมนตร์สลายเกราะสักนัดไหมล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำอันทรงเสน่ห์ที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและดุดันดังขึ้น ประตูร้านถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของ "คราม" หรือที่ใครต่อใครในวงการธุรกิจและมาเฟียต่างหวาดผวาในนาม "เฮียคราม" ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสนิทคู่นั้นกลับจ้องเขม็งไปยังกลุ่มคนแปลกหน้าด้วยรัศมีสังหารที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ทันทีที่สายตาคมกริบคู่นั้นปะทะเข้ากับร่างของรวินท์ รังสีอำมหิตทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความห่วงใยและประกายตาออดอ้อนแบบที่ไม่มีใครในโลกนี้เคยได้เห็นมาก่อน
"รินครับ... เจ็บตรงไหนไหม ลูกน้องพวกนี้มันกล้าดียังไงถึงมารุมล้อมร้านคุณ เดี๋ยวเฮียสั่งคนกวาดล้างพวกมันให้หมด-" ครามรีบสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวรวินท์ พร้อมกับสำรวจเนื้อตัวของเด็กหนุ่มอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะบอบช้ำ
รวินท์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างระอาปนเอ็นดู มือเรียวยืดออกไปหยิกแขนแกร่งของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงปราม "เฮียครามคะ หยุดทำตัวเป็นสุนัขเด็กหวงก้างได้แล้วค่ะ นี่แขกกำลังมาซื้อยา... ถึงวิธีการมาจะไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ก็เถอะ"
ครามส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ เขายอมถอยหลังมายืนเคียงข้างรวินท์แต่โดยดี ทว่าสายตายังคงจ้องมองชายสวมหน้ากากด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมราวกับพร้อมจะขยี้อีกฝ่ายให้แหลกคามือได้ทุกเมื่อหากกล้าขยับตัวทำร้ายคนรักของตน
ชายสวมหน้ากากหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโบกมือห้ามลูกน้องไม่ให้ชักอาวุธ "สมคำร่ำลือจริงๆ ทั้งเด็กหนุ่มผู้ครอบครองโอสถลึกลับ และประธานหนุ่มแห่งตระกูลอัครโยธิน... โลกนี้ช่างกลมเสียจริง" เขาค่อยๆ วางถุงหนังบรรจุเหรียญทองคำบริสุทธิ์ลงบนเคาน์เตอร์ เสียงเหรียญกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง "ตกลง... ฉันซื้อยาลดพิษนั่น สองขวด"
รวินท์ปรายตามองถุงเหรียญทองก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตากับดวงตาคมใต้หน้ากาก รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน
"ยินดีต้อนรับค่ะ ลูกค้ากระเป๋าหนักย่อมได้รับการบริการที่ดีที่สุดเสมอ" รวินท์หมุนตัวหยิบขวดโอสถสีนิลที่ปรุงเสร็จใหม่ออกมาจากชั้นวางเวทมนตร์ ส่งให้ชายแปลกหน้า "ระวังตัวด้วยนะคะ ช่วงนี้... เวทมนตร์มืดในเมืองนี้เริ่มแพร่กระจายจนผิดปกติแล้ว เกรงว่าอีกไม่นาน... จะไม่มีใครปลอดภัยแม้กระทั่งในเขตกำแพงเวทชั้นใน"
ชายสวมหน้ากากชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเตือนนั้น เขาคว้าขวดโอสถเก็บใส่เสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันหลังเดินออกจากร้านไปพร้อมกับเหล่าลูกน้องอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงความสงสัยและกลิ่นอายเวทมนตร์มืดที่จางหายไปในสายลมราตรี
ครามมองตามกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยความครุ่นคิด ก่อนจะหันมามองรวินท์ที่กำลังยืนเก็บเหรียญทองเข้าลิ้นชักระบบด้วยท่าทางสบายใจ
"ริน... ลูกค้าคนเมื่อครู่ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน กลิ่นอายเวทมนตร์แบบนั้นมันมาจาก 'เขตต้องห้ามทิศเหนือ' ดินแดนที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่สงครามเวทครั้งก่อน" ครามเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
รวินท์พยักหน้ารับช้าๆ ดวงตากลมโตฉายแววประกายความท้าทาย เขารู้ดีว่าการมาถึงของโอสถลึกลับในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่จากเงาดำที่กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมเมืองทั้งเมือง
ทันระชาตินั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงของระบบก็ดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยแสงสีแดงกระพริบถี่ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทของรวินท์อย่างกะทันหัน
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการปลุกพลังของ "ราชันย์แห่งความมืด" ในรัศมี 10 กิโลเมตร ปลดล็อกเควสต์หลัก: "สืบหาต้นตอสมุนไพรต้องห้ามและกวาดล้างรังโจรเวทมืด" — เวลาจำกัด: 72 ชั่วโมง หากล้มเหลว ร้านค้าจะถูกรีเซ็ตและพลังทั้งหมดจะถูกผนึก!]*
รวินท์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและระทึกใจ
...เกมไล่ล่าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้วสินะคะ
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้นะคะ
สยบเฮียคลั่งรักกับระบบร้านขายยาสุดป่วน•ตอนที่ 7
แขกไม่ได้รับเชิญกับกลิ่นอายเวทมนตร์มืด
ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียคลั่งรักกับระบบร้านขายยาสุดป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!