ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 26

กลยุทธ์ซ้อนกลยุทธ์

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“เจ้าควรจะตายไปตั้งนานแล้ว… ฟางเหนียง” เสียงกระซิบของหลี่เยว่เล่อเล็ดลอดผ่านไรฟัน แม้ในยามที่หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก แววตาของนางนิ่งดุจผิวน้ำในบ่อลึกที่ไร้แสงส่องถึง เบื้องหน้าห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว อัครมหาเสนาบดีเหวินกำลังทอดสายตามองสตรีผู้สวมอาภรณ์สีม่วงอ่อนนุ่มละมุนตา นางผู้นั้นคือฟางเหนียง อดีตสนมผู้ควรจะเน่าตายในตำหนักเย็นไปนานแล้ว เหตุใดนางจึงมายืนอยู่เคียงข้างศัตรูหมายเลขหนึ่งของแผ่นดินได้ บรรยากาศในโถงรับรองของจวนอัครมหาเสนาบดีเย็นเยียบจนแทบหยุดหายใจ จ้าวหานตี้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกจอกชาขึ้นจรดริมฝีปาก สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของฟางเหนียง ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วที่น่าเบื่อหน่ายชุดหนึ่ง “ฝ่าบาทดูจะแปลกพระทัยเหลือเกินที่เห็นนาง” อัครมหาเสนาบดีเหวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยคมมีด “นางเป็นพยานปากสำคัญในคดีอาญาร้ายแรงที่ข้ากำลังจะทูลให้ท่านทราบในวันพรุ่งนี้... เกี่ยวกับกระบี่พิษที่หายไปจากคลังหลวง” หลี่เยว่เล่อบีบชายเสื้อแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาที่ปลายนิ้ว หากฟางเหนียงเปิดปากเรื่องกระบี่ นั่นหมายความว่าแผนการของจ้าวหานตี้ในการซ่อนเร้นอาวุธชิ้นนั้นเพื่อรอจังหวะสะบั้นคอเหวินจะพังทลายลงทันที และนาง... ในฐานะคนสนิทที่รู้เห็นทุกอย่าง จะเป็นรายต่อไปที่ถูกกำจัด “พยานหรือ?” จ้าวหานตี้เลิกคิ้ว สายตาของเขามิได้มองสตรีข้างกายเหวินอีกต่อไป แต่กลับมาหยุดที่หลี่เยว่เล่อ “นางมีความจำดีเยี่ยมเพียงใดกันเชียว เหวินชิง? ข้าจำได้ว่านางมีอาการสติเลอะเลือนตั้งแต่วันที่นางถูกเนรเทศออกไปแล้วมิใช่หรือ” ฟางเหนียงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะดั่งกระดิ่งที่กังวานด้วยความอาฆาต “ฝ่าบาท... ความจำของหม่อมฉันอาจจะพร่าเลือนเรื่องอดีต แต่เรื่องกระบี่พิษเล่มนั้น หม่อมฉันจำได้ดีจนฝังใจ ฝังเข้าไปถึงกระดูกดำทีเดียวเพคะ เพราะหม่อมฉันเป็นคนเห็นกับตา ว่าใครเป็นผู้นำมันไปซ่อนไว้ใต้ฐานพระพุทธรูปในห้องบรรทมของพระองค์” หลี่เยว่เล่อผ่อนลมหายใจออกช้าๆ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง จังหวะการสบตาระหว่างจ้าวหานตี้กับฟางเหนียงนั้นสั้นเกินไป แต่มันมีความหมายแฝงที่นางเกือบจะอ่านไม่ออก... มันคือความหวาดกลัว หรือความสมยอม? “หากนางยืนยันเช่นนั้น ข้าก็คงไม่มีทางเลือก” จ้าวหานตี้ลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่าทีสง่างามดูอ่อนน้อมดุจบัณฑิต แต่รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมากลับทำให้ห้องทั้งห้องกดดัน “เหวินชิง ในเมื่อท่านมั่นใจในพยานปากนี้ ข้าก็ขอแลกเปลี่ยนด้วยข้อเสนอหนึ่ง... หากพรุ่งนี้เช้า ข้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าฟางเหนียงพูดเท็จ และกระบี่พิษนั้นมิได้อยู่ที่ใดตามที่นางกล่าวอ้าง ท่านจะต้องยอมถอนกำลังทหารจากชายแดนตะวันออกตามที่ข้าเคยเสนอไป” เหวินชิงหัวเราะร่วน เสียงที่ดังลั่นห้องนั้นเต็มไปด้วยความลำพอง “ฝ่าบาททรงมั่นใจเกินไปกระมัง แต่ข้าตกลง พรุ่งนี้เช้า ข้าจะให้นางนำทางเข้าสู่ห้องบรรทมด้วยตัวของข้าเอง!” เมื่อออกจากจวนอัครมหาเสนาบดี ความเงียบเข้าปกคลุมรถม้าพระที่นั่ง หลี่เยว่เล่อจ้องมองฮ่องเต้ที่บัดนี้ถอดหน้ากากผู้ถูกกดขี่ออกจนหมดสิ้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่รอเวลาตะปบเหยื่อ “ท่านฝ่าบาท... ฟางเหนียงจำเรื่องกระบี่ได้แม่นยำนัก นางมิได้เลอะเลือนเลย” หลี่เยว่เล่อกล่าวเสียงต่ำ “หากเขานำคนไปรื้อค้นห้องบรรทมจริงๆ แล้วไม่พบกระบี่ ท่านจะเอาอะไรไปงัดข้อกับเขา? สิ่งนั้นมันอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วจริงหรือเพคะ?” จ้าวหานตี้หันมาสบตานาง แววตาของเขาซ่อนความลึกล้ำที่ทำให้นางสั่นไหว เขาเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของนาง “เยว่เล่อ... เจ้ายังไม่เข้าใจกลยุทธ์ของข้าอีกหรือ? ในเมื่อพวกมันต้องการสร้างข่าวปลอมเพื่อใส่ร้ายเรา ข้าก็เพียงแค่ต้องสร้าง ‘กลยุทธ์ซ้อนกลยุทธ์’ ให้พวกมันหลงทางจนหาทางกลับไม่ถูก” “หมายความว่าอย่างไรเพคะ?” “ข้ามิได้ย้ายกระบี่พิษไปไว้ที่อื่น” เขาขยับเข้าใกล้จนหลี่เยว่เล่อได้กลิ่นอายบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นตำราเก่า “ข้าเพียงแค่ส่งข่าวผ่านสายลับคนหนึ่งไปบอกนางว่า... กระบี่ถูกย้ายไปที่นั่น ความโลภจะทำให้นางต้องรีบนำหน้าเหวินชิงเข้าไปค้นหาด้วยตนเอง เพื่อหวังจะเก็บกระบี่นั้นไว้เป็นหลักฐานมัดตัวข้าให้แน่นหนาที่สุด” หลี่เยว่เล่อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความเข้าใจ “ท่านต้องการให้พวกมันบุกเข้าห้องบรรทมด้วยตนเอง เพื่อที่ท่านจะได้... สวมรอยว่าพวกมันเป็นผู้ ‘ลักลอบ’ เข้ามาเพื่อวางแผนกบฏ!” “ถูกต้อง” จ้าวหานตี้พยักหน้า “เหวินชิงฉลาดนัก แต่เขาหลงลืมไปว่า... ข้าต่างหากที่เป็นผู้คุมกฎในวังหลวงแห่งนี้” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดด้วยแผนการอันแยบยล จู่ๆ รถม้าก็หยุดกะทันหัน แรงเหวี่ยงทำให้หลี่เยว่เล่อเซไปปะทะกับอกของฮ่องเต้ เสียงโห่ร้องและเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นมาจากด้านนอก รถม้าถูกโจมตี! “เยว่เล่อ อย่าออกจากรถม้า” จ้าวหานตี้กระซิบเสียงเย็นเยียบ เขาดึงกริชสั้นออกจากชายแขนเสื้อ สายตาจับจ้องที่ม่านหน้าต่างซึ่งถูกคมดาบฉีกกระชากจนขาดวิ่น ทหารองครักษ์ถูกสังหารอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะเป็นการลอบสังหารของเหวินชิง และเมื่อม่านรถม้าถูกเปิดออกโดยฝีมือของชายชุดดำผู้หนึ่ง ใบหน้าของเขากลับทำให้หลี่เยว่เล่อหัวใจหยุดเต้น เขาไม่ใช่คนของเหวินชิง... แต่เขาคือคนของ ‘ตระกูลหลี่’ ที่ควรจะตายไปพร้อมกับครอบครัวของนางเมื่อสิบปีก่อน! ชายผู้นั้นก้าวเข้ามาในรถม้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหุ่นเชิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ฝ่าบาท... ทรงเตรียมตัวรับความจริงที่ว่า อัครมหาเสนาบดีไม่ใช่ศัตรูเพียงคนเดียวของพระองค์ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ” หลี่เยว่เล่อรู้สึกได้ว่าเลือดในกายเย็นเฉียบ ศัตรูที่นางเคยคิดว่าอยู่ตรงหน้า บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของพายุใหญ่ที่กำลังจะพัดพาความลับของตระกูลนางมาเปิดเผยต่อหน้าฮ่องเต้ในนาทีที่วิกฤตที่สุดเช่นนี้ หลิวเยี่ยนซีหวังว่าท่านผู้อ่านจะตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์ในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%