ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 27

ความลับของตราประทับ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“หากท่านเสนาบดีเหวินยังยืนกรานว่าตราประทับแห่งแผ่นดินสูญหายไปในกองเพลิงจริง เหตุใดรอยหมึกบนฎีกาฉบับเมื่อคืนนี้ถึงยังคงมีร่องรอยการกดทับที่มุมขวาอย่างผิดธรรมชาติเล่าคะ?” เสียงของหลี่เยว่เล่อราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดจากริมฝีปากกลับเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในตำหนักบรรทม นางยืนประจันหน้ากับบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ จ้าวหานตี้ในชุดฉลองพระองค์สีเข้มประทับอยู่บนพระแท่น สายพระเนตรคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องมองอัครมหาเสนาบดีเหวินที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน “พระสนมหลี่... คำพูดของท่านหากไม่มีหลักฐานมารองรับ โทษทัณฑ์นั้นอาจหนักหนากว่าที่ท่านคิดนะคะ” เหวินถิงเฟิงเอ่ยขึ้น มุมปากยกยิ้มเย็นชาดุจน้ำแข็งค้างคืน ดวงตาเรียวรีของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังประเมินสัตว์ป่าที่กำลังจนตรอก “หลักฐานหรือคะ?” หลี่เยว่เล่อก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงปลายรองเท้ากระทบพื้นหินดังก้องในความเงียบ นางคลี่กระดาษแผ่นหนึ่งที่ม้วนไว้ออกช้าๆ “ตราประทับล้ำค่าที่สลักจากหยกขาวบริสุทธิ์นั่น หากถูกไฟไหม้จนหลอมละลาย ย่อมต้องทิ้งร่องรอยของแร่ธาตุไว้ในขี้เถ้า แต่เหตุใดในบันทึกของหน่วยอารักขาที่ท่านเป็นผู้ลงนาม ถึงได้ระบุว่าทุกอย่างกลายเป็นจุณโดยไม่เหลือร่องรอยแม้แต่น้อยล่ะคะ?” จ้าวหานตี้กระตุกยิ้มที่มุมพระโอษฐ์ พระองค์ทรงหยัดพระวรกายขึ้นเล็กน้อย ทรงกดดันด้วยบารมีที่กดทับลงมาจนผู้ที่อยู่ในห้องต่างรู้สึกถึงอากาศที่เบาบางลง “ท่านเสนาบดี... การจัดการกับความลับในวังหลวงนั้นมีความเสี่ยงเสมอ หากท่านไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ‘ตราประทับ’ นั้นหายไปไหนจริง ข้าเกรงว่าราชสำนักอาจต้องมีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของตระกูลเหวินเป็นการเร่งด่วนเสียแล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เหวินถิงเฟิงนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ “ดูเหมือนว่าพระสนมจะเริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวเองเกินไปเสียแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ... หรือเพราะมีฮ่องเต้หนุนหลัง ท่านถึงได้ลืมไปว่าในวังแห่งนี้ ใครกันแน่ที่เป็นผู้ถือกุญแจที่แท้จริง” หลี่เยว่เล่อไม่สะทกสะท้าน นางสังเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวเพียงชั่ววูบของอีกฝ่าย แม้มันจะแผ่วเบาดุจสายลมพัดผ่านแต่นางจับมันได้แม่นยำ หัวใจของนางเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง การไขปริศนานี้ไม่ใช่เพียงแค่การค้นหาตราประทับ แต่มันคือการเปิดโปงเครือข่ายอำนาจที่กัดกินแผ่นดินมานานนับสิบปี “หากท่านไม่ส่งคืนตราประทับในค่ำคืนนี้” หลี่เยว่เล่อเอ่ยต่อ ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ซ่อนลึก “ข้าก็มีวิธีที่ทำให้ ‘ความลับ’ อีกเรื่องหนึ่งของท่าน... เรื่องที่ท่านแอบติดต่อกับแคว้นทางเหนือผ่านเส้นทางลับหลังเขาจินหลิง... ไปถึงมือกรมอาญาได้ก่อนรุ่งสาง” เหวินถิงเฟิงชะงัก สีหน้าเข้มงวดของเขาเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เขาไม่คิดว่านางจะล่วงรู้ถึงขบวนการส่งม้าเร็วที่เขารักษาไว้ยิ่งกว่าชีวิต “นังสารเลว! เจ้าคิดว่าคำขู่แค่นี้จะทำอะไรข้าได้หรือ?” “ลองดูไหมล่ะคะ?” จ้าวหานตี้ตรัสแทรกขึ้น น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่ง ทรงก้าวลงจากพระแท่นมาหยุดยืนข้างหลี่เยว่เล่อ พระหัตถ์หนาเอื้อมมาจับมือบางของนางไว้แน่น เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องที่ทำเอาเหล่าขุนนางที่แอบซุ่มอยู่หลังม่านถึงกับตัวสั่น “ข้าไม่ได้สู้เพียงลำพัง และเยว่เล่อไม่ใช่แค่สตรีในอุปการะของข้า... แต่นางคือคมดาบที่ข้าเลือกเองกับมือ” เหวินถิงเฟิงกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหากดันทุรังไปมากกว่านี้ ทุกอย่างที่เขาสร้างมาอาจพังทลายลงในชั่วพริบตา เขาโค้งคำนับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่กล่าวคำลาทิ้งท้าย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของความแค้นที่คุกรุ่นอยู่ในอากาศ เมื่อคล้อยหลังอัครมหาเสนาบดี หลี่เยว่เล่อจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแรง ความตึงเครียดที่กักเก็บไว้เริ่มคลายออก นางหันไปมองจ้าวหานตี้ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย “เขาจะยอมคืนตราประทับมาจริงๆ หรือคะ?” จ้าวหานตี้ไม่ตอบคำถามนั้นทันที พระองค์เพียงแต่ดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและมั่นคง ก่อนจะกระซิบที่ข้างหู “เขาจะคืน... แต่ตราประทับนั่นอาจไม่ใช่ของจริงอย่างที่เจ้าคิด” นางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “หมายความว่าอย่างไรคะ?” “เพราะตราประทับของจริง ถูกเปลี่ยนมือไปนานแล้ว... และคนที่ถือมันอยู่ตอนนี้ คือคนที่เจ้าคาดไม่ถึงที่สุด” ยังไม่ทันที่นางจะได้ซักไซ้ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมหาดเล็กก็ดังรัวขึ้นจากหน้าตำหนัก บานประตูถูกผลักออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีชราผู้เป็นคนสนิทของไทเฮา เขาถือกล่องไม้แกะสลักสีดำสนิทเข้ามาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด “ฝ่าบาท... พระสนม... ไทเฮาส่งคนให้นำสิ่งนี้มามอบให้ และรับสั่งว่า...” ขันทีผู้นั้นเว้นจังหวะ กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก “...จงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะสิ่งที่อยู่ในนี้ คือจุดจบของราชวงศ์ที่ท่านทั้งสองพยายามปกป้อง!” หลี่เยว่เล่อรีบก้าวเข้าไปเปิดกล่องไม้ในทันที ทว่าเมื่อฝาถูกเปิดออก แสงสว่างที่สะท้อนจากของข้างในกลับทำให้ดวงตาของนางเบิกกว้างจนแทบหยุดหายใจ มันไม่ใช่ตราประทับหยกขาวตามที่คาดคิด แต่มันคือตราประทับสีแดงฉานทำจากโลหะอาถรรพ์ที่หายสาบสูญไปนานกว่าร้อยปี... และหยดเลือดที่ยังคงสดใหม่เปรอะเปื้อนอยู่บนลายสลักนั้น คือเลือดที่เพิ่งถูกปลิดชีพจากคนใกล้ตัวของนางเอง! ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางในโลกอักษรครั้งนี้ หลิวเยี่ยนซีหวังว่าท่านผู้อ่านจะตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์และปมที่เพิ่งเปิดเผยในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนะคะ หลิวเยี่ยนซีขอบคุณจากใจค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%