“เจ้าเป็นคนลงมือใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงของหลี่เยว่เล่อราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อนิ่ง ทว่าภายในอกกลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง นางขยับนิ้วมือที่สั่นเทาขึ้นแตะหยดเลือดที่ยังอุ่นอยู่บนตราประทับสีแดงฉานนั้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในอากาศราวกับจะตอกย้ำความโหดเหี้ยมที่เพิ่งเกิดขึ้น
ชายชุดดำที่ยืนพิงเสาไม้ในมุมมืดของห้องพักซ่อนตัว สบตานางผ่านหน้ากากเงินด้วยแววตาเฉยเมย “หากข้าไม่สังหารเขา ตอนนี้เจ้าคงไม่มีโอกาสได้เห็น ‘ตราประทับอาญาสิทธิ์’ ชิ้นนี้หรอกนะ เยว่เล่อ... เลือดของคนทรยศ คือราคาสมน้ำสมเนื้อสำหรับการก้าวเข้าสู่ประตูวังหลวง”
หลี่เยว่เล่อกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางรีบปิดกล่องไม้ลงอย่างแรง เสียงฝาไม้กระทบกันดังก้องในความเงียบ นางรู้ดีว่าไม่มีเวลาให้โศกเศร้า ในเมื่อก้าวขาเข้ามาในกระดานหมากของเหวินอัครมหาเสนาบดีแล้ว ต่อให้ต้องเหยียบศพใคร นางก็ต้องทำ
“เตรีมชุดให้ข้า” นางเอ่ยสั่งด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว “ข้าจะเข้าวังในฐานะคนส่งเครื่องบำรุงพระวรกายจากร้านสมุนไพรหงส์หยก หากงานนี้พลาด... เจ้าจงนำกล่องนี้ไปถวายฮ่องเต้แทนข้า”
“เจ้าไม่กลัวตายหรือ?”
“ชีวิตที่ไร้เกียรติเทียบเท่ากับการตายทั้งเป็น” นางหมุนตัวหยิบชุดผ้าป่านเนื้อหยาบของสาวใช้ขึ้นมาสวมทับอาภรณ์เดิม พลางซ่อนตราประทับไว้ในช่องลับใต้ตะกร้าสมุนไพร กลิ่นรากโสมเข้มข้นช่วยกลบกลิ่นคาวเลือดที่ติดมากับปลายนิ้วได้อย่างแนบเนียน
ยามสายของวันนั้น ประตูวังชั้นนอกที่แน่นหนาไปด้วยทหารองครักษ์ของเหวินอัครมหาเสนาบดีเปิดออกเพียงครึ่งเดียว หลี่เยว่เล่อก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังหัวหน้าคนส่งของ นางสัมผัสได้ถึงสายตาคมปลาบของทหารยามที่กราดมองทั่วร่างราวกับจะแผ่รังสีสังหารออกมา
“หยุด!” เสียงทุ้มห้าวของนายทหารผู้หนึ่งดังขึ้น เขาเดินตรงมายังตะกร้าของนาง “ช่วงนี้มีคำสั่งเข้มงวด ห้ามผู้ใดนำสิ่งของต้องสงสัยเข้าวัง... เจ้า เปิดตะกร้าดู”
หัวใจของหลี่เยว่เล่อกระตุกวูบ แต่นางยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย บีบมือตัวเองให้คลายความตื่นตระหนกก่อนจะค่อยๆ เปิดผ้าคลุมออก กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกตีขึ้นจมูกจนทหารผู้นั้นต้องเบือนหน้าหนี
“สมุนไพรชั้นดีจากร้านหงส์หยกเพิ่งมาถึง หากท่านตรวจค้นนานไป สมุนไพรจะเสื่อมคุณภาพ... แล้วท่านจะทูลฝ่าบาทอย่างไรหากพระวรกายไม่ดีขึ้น?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าอย่างจงใจ แสร้งทำเป็นหญิงสาวที่ขวัญอ่อนและหวาดกลัว
นายทหารนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือไล่อย่างรำคาญ “รีบไปให้พ้นหน้าข้าเสีย ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจโยนพวกเจ้าเข้าคุกหลวง”
หลี่เยว่เล่อก้มหัวขอบคุณอย่างนอบน้อม ก่อนจะเร่งฝีเท้าผ่านประตูเข้าไป ทันทีที่พ้นจากสายตาผู้คน ร่างบางก็มุ่งตรงไปยังเส้นทางสู่ตำหนักบรรทมของจ้าวหานตี้ นางรู้ดีว่าฮ่องเต้กำลังรออยู่... หรืออาจจะกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากกว่าที่นางคิด
เมื่อมาถึงสวนดอกไม้หลังตำหนัก นางเห็นร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีเหลืองทองยืนแผ่นหลังให้ นางจึงคุกเข่าลงทันที
“ถวายบังคมฝ่าบาท หม่อมฉันนำเครื่องบำรุงมาถวายเพคะ”
จ้าวหานตี้หันกลับมา แววตาของเขาที่เคยดูอ่อนโยนกลับดูเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยรอยร้าว เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบชิด ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำ “เจ้ามาช้า... และเจ้าไม่ได้มาคนเดียว”
หลี่เยว่เล่อชะงัก สายตาเหลือบเห็นเงาตะคุ่มที่โผล่ออกมาจากหลังแนวหินประดับ จ้าวหานตี้คว้าข้อมือนางไว้แน่น บีบจนนางเจ็บไปถึงกระดูก “เยว่เล่อ... เสนาบดีเหวินรู้เรื่องที่เจ้าครอบครองตราประทับแล้ว เขากำลังมาที่นี่พร้อมกับองครักษ์เสื้อแพร”
หัวใจนางดิ่งวูบ นี่คือกับดัก! พวกมันปล่อยให้นางเข้ามาเพื่อรวบตัวในสถานที่ปิดตาย ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารนับร้อยก็ล้อมรอบสวนแห่งนี้ไว้ จ้าวหานตี้ดึงตราประทับออกจากตะกร้าของนางแล้วยัดใส่มือตนเอง ก่อนจะตะโกนก้อง
“เยว่เล่อ! เจ้ากล้าลอบสังหารฮ่องเต้เชียวหรือ!”
หลี่เยว่เล่อเบิกตากว้าง ความตกใจแล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อเห็นใบหน้าของจ้าวหานตี้ที่เปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง เขาไม่ได้ปกป้องนาง... แต่เขากำลังโยนความผิดทั้งหมดให้นางเพื่อรักษาราชบัลลังก์ของตนเอง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หลิวเยี่ยนซี" ในทุกหยดหมึกนะคะ
ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 28
การกลับเข้าสู่เมืองหลวง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!