ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 29

เผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากท่านอัครมหาเสนาบดีถือว่าการใช้อำนาจล้นฟ้าเป็นความชอบธรรม เช่นนั้นข้าก็คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องเป็นความอยุติธรรมที่ท่านมิอาจลบเลือนได้" ถ้อยคำนั้นไม่ได้ดังออกมาจากปากของหลี่เยว่เล่อ ทว่ามันสะท้อนก้องอยู่ในใจของนาง ในขณะที่ดวงตาทั้งคู่ประสานกับนัยน์ตาคู่คมกริบดุจมีดโกนของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดินที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ภายในตำหนักโถงกลางที่เงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก บรรยากาศรอบกายกดทับจนแทบหายใจไม่ออก เหวินอัครมหาเสนาบดีไม่ได้ตอบรับด้วยวาจา เขากลับคลี่ยิ้มบางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่น แต่กลับแฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสรรพสิ่ง เขาขยับกายเพียงเล็กน้อย มือหยาบกร้านที่ถือป้ายอาญาสิทธิ์สั่นไหวเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ วางมันลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเสียงดัง ‘ตึง’ "เจ้าช่างกล้าหาญนัก หลี่เยว่เล่อ" เสียงของเขาแหบพร่าทว่าทรงอำนาจ "แต่ความกล้าหาญที่ปราศจากฐานอำนาจรองรับ ก็เป็นเพียงมดปลวกที่พยายามเขย่าต้นไม้ใหญ่" จ้าวหานตี้ ผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองเบื้องหลังร่างของนาง ขยับพระวรกายเพียงเล็กน้อย พระเนตรที่ดูคล้ายจะเลื่อนลอยในสายตาคนนอก บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยประกายความนัยที่เยว่เล่อสัมผัสได้ พระองค์กำลังรอ... รอจังหวะที่เหวินอัครมหาเสนาบดีจะเผยช่องว่าง "ต้นไม้ใหญ่ที่มีรากเน่าเฟะ ถึงแม้จะดูมั่นคงเพียงใด ก็ย่อมล้มลงได้ด้วยแรงลมเพียงน้อยนิดไม่ใช่หรือเจ้าคะ" เยว่เล่อเอ่ยตอบ น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม แม้ในใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก แต่นางยังคงเชิดหน้าขึ้นรับสายตาที่จ้องมองมาอย่างไม่กะพริบ อัครมหาเสนาบดีเหวินแค่นเสียงในลำคอ เขาเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนเยว่เล่อได้กลิ่นกำยานเย็นเยียบที่โชยมาจากอาภรณ์ของเขา มันเป็นกลิ่นของความตายและอำนาจที่สั่งสมมานับทศวรรษ เขาโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูนางจนกระทั่งลมหายใจเย็นจัดรดต้นคอ "เจ้าคิดว่าฮ่องเต้จะปกป้องเจ้าได้นานแค่ไหน? ในเมื่อแม้แต่พระองค์เอง ยังต้องอาศัยเงาของข้าเพื่อให้ประทับอยู่บนบัลลังก์นี้ได้" จ้าวหานตี้ที่นิ่งเงียบมาตลอดจู่ๆ ก็ขยับพระองค์ยืนขึ้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวลงจากบัลลังก์ แววตาของโอรสสวรรค์ในยามนี้ไม่มีความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มันคือแววตาของสัตว์ป่าที่กำลังล้อมกรอบเหยื่อ "อัครมหาเสนาบดีเหวิน ท่านดูจะมั่นใจในตำแหน่งของท่านมากเกินไปเสียแล้ว" สุรเสียงของจ้าวหานตี้กังวานและทรงพลังจนทุกคนในโถงต้องก้มหน้าลง "ในเมื่อท่านปรารถนาจะพิสูจน์ว่ารากไม้ของข้าหรือของท่านที่แข็งแกร่งกว่า วันนี้... ข้าก็จะมอบโอกาสนั้นให้" เยว่เล่อลอบยิ้มในใจ นางรู้ดีว่าแผนการที่วางไว้ร่วมกับฮ่องเต้มาตลอดหลายเดือนเริ่มส่งผล แม้เหวินอัครมหาเสนาบดีจะทรงอิทธิพล แต่เขามักจะประมาทในตัวจ้าวหานตี้เสมอ และนั่นคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของเขา ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะเข้าทางของทั้งคู่ เสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนและเสียงตะโกนขัดจังหวะดังมาจากภายนอกตำหนัก "ใต้เท้า! แย่แล้วขอรับ! คลังเสบียงที่ชายแดนถูกเผา... ตราประทับที่ท่านเก็บไว้ในตำหนักลับหายไป!" ใบหน้าของอัครมหาเสนาบดีเหวินเปลี่ยนสีทันที ดวงตาที่เคยเยือกเย็นเบิกกว้างด้วยความตระหนก เขารีบหันกลับมามองหลี่เยว่เล่อด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เจ้า... เจ้าเป็นคนทำใช่หรือไม่!" เขาคำรามพลางพุ่งตัวหมายจะคว้าคอเสื้อของนาง เยว่เล่อไม่ได้ถอยหนี นางเพียงแต่ยืนนิ่งพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เขาสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม นางหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกจากแขนเสื้อแล้วชูขึ้นตรงหน้าเขา "ใต้เท้าเหวิน... ในเมื่อท่านชอบเล่นเกมอำนาจ ข้าก็เพียงแค่แจกไพ่ในมือของท่านใหม่เท่านั้นเอง" ก่อนที่เขาจะคว้าจดหมายฉบับนั้นได้ ทหารองครักษ์หลวงนับร้อยนายในชุดเกราะเหล็กแวววาวก็พุ่งพรวดเข้ามาล้อมโถงกลางไว้ทั้งหมด ไม่ใช่คนของเหวินอัครมหาเสนาบดี แต่เป็นคนของจ้าวหานตี้ที่นางซุ่มฝึกฝนมาอย่างลับๆ! เหวินอัครมหาเสนาบดีชะงักงัน เขาหันกลับมามองฮ่องเต้ที่บัดนี้ยืนอยู่เบื้องหลังหลี่เยว่เล่อ พร้อมกับรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ อีกต่อไป "จบสิ้นแล้ว... ท่านอัครมหาเสนาบดี" จ้าวหานตี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน "ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องอำนาจของท่าน ข้าจะขอรับมันไว้เพื่อใช้กวาดล้างรากเน่าของแผ่นดินนี้เอง" ทันใดนั้น บานประตูตำหนักที่ปิดสนิทถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางความสับสน รูปร่างที่คุ้นตาและกลิ่นอายที่ไม่มีวันลืมเลือนทำให้เยว่เล่อต้องชะงักไปชั่วขณะ บุรุษผู้นั้นคือคนที่นางเชื่อว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อน... บิดาของนาง! หลี่เยว่เล่อตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เมื่อชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากเหล็กที่พังทลายลง เขามองตรงมาที่นางก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเยว่เล่อพังทลายลงในพริบตา "เจ้าเข้าใจผิดแล้ว... ลูกข้า คนที่เผาบ้านเจ้าไม่ใช่เขา แต่คือคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าต่างหาก" หลี่เยว่เล่อค่อยๆ หันกลับไปมองจ้าวหานตี้อย่างช้าๆ รอยยิ้มที่เคยอบอุ่นของเขามลายหายไป กลายเป็นความเย็นชาที่ทำให้นางหนาวสั่นไปถึงกระดูกดำ หวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับเยว่เล่อในห้วงวิกฤตที่คาดไม่ถึงนี้ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%