ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 4

พันธสัญญาใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากฝ่าบาทประสงค์จะให้หม่อมฉันถวายชีวิต ก็ต้องทรงแสดงให้เห็นก่อนว่า พระองค์คู่ควรแก่การเอาชีวิตเข้าแลกหรือไม่" เสียงของหลี่เยว่เล่อราบเรียบ ทว่ากังวานอยู่ในศาลาแปดเหลี่ยมกลางอุทยานหลวงที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ทอดผ่านม่านหมอกลงมาจับบนใบหน้าเรียบเฉยของนาง หญิงสาวไม่ได้คุกเข่าลงตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่นางยืนตระหง่าน มือเรียวบางซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้าง กำด้ามกริชที่พกติดตัวไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด จ้าวหานตี้ชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ เขาหยุดลงห่างจากนางเพียงสามก้าว กลิ่นอายความเป็นฮ่องเต้ที่เขาสั่งสมมาจากการถูกกดขี่และบีบคั้นทำให้เขามีรอยยิ้มเย้ยหยันประดับมุมปาก ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวในเงามืดจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ "คู่ควรหรือ?" ฮ่องเต้หนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยร่องรอยของความอัดอั้น "เจ้าเห็นข้าเป็นอะไร? หุ่นเชิดในอาภรณ์มังกรที่เหวินกั๋วกงจะเชิดไปทางไหนก็ได้ตามใจชอบงั้นหรือ? หากข้าไม่คู่ควร เจ้าคงไม่เลือกที่จะยื่นจดหมายลับนั้นให้ข้าในงานเลี้ยงน้ำชาเมื่อยามสายแล้ว" เยว่เล่อไม่หลบสายตา "หม่อมฉันยื่นจดหมาย เพราะหม่อมฉันมองเห็นกรงขังที่คล้องคอพระองค์อยู่ และหม่อมฉันก็เป็นคนที่เกลียดกรงขังยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า" จ้าวหานตี้ขยับก้าวเข้าใกล้จนเงาของเขาโถมทับร่างของนาง กลิ่นไม้กฤษณาจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของหยาดน้ำค้างทำให้บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ "กรงขังที่เจ้าว่า... เจ้าคิดจะทลายมันด้วยมือเปล่า หรือจะใช้เลือดของข้าเป็นเครื่องสังเวยเพื่อเปิดประตูสู่เสรีภาพกันแน่, หลี่เยว่เล่อ?" "การนองเลือดไม่ใช่ทางออกเดียว แต่เป็นทางออกที่เด็ดขาดที่สุด" เยว่เล่อตอบกลับทันควัน ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานานปี "ตระกูลหลี่ของหม่อมฉันต้องสังเวยชีวิตด้วยข้อหาตระบัดสัตย์ ทั้งที่แท้จริงแล้วเพราะขัดขวางเส้นทางอำนาจของเหวินกั๋วกง ฝ่าบาท... พระองค์ต้องการอำนาจคืนมา ส่วนหม่อมฉันต้องการเพียงศีรษะของชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังความตายของบิดาข้า นี่คือการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมที่สุดแล้วไม่ใช่หรือเพคะ?" ฮ่องเต้หนุ่มนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาสังเกตเห็นไฝเม็ดเล็กที่หางตาของนางที่สั่นไหวยามที่นางเอ่ยถึงตระกูลหลี่ ความโกรธแค้นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นนั้นช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความพยาบาทของขุนนางแก่ๆ ในราชสำนักเสียอีก "เจ้ากล้าดียิ่งนักที่ใช้คำว่า 'ยุติธรรม' ต่อหน้าโอรสสวรรค์" จ้าวหานตี้ลดเสียงลงต่ำจนแทบเป็นกระซิบ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของนางไว้เบาๆ ไม่ใช่การคุกคาม แต่เป็นการรั้งให้เข้าใกล้ความลับที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ "เหวินกั๋วกงคุมกรมอาญา คุมกองทัพรักษาพระนคร และมีฐานเสียงเป็นเหล่าขุนนางกังฉินเกือบครึ่งค่อนราชสำนัก เจ้ามีเพียงตัวคนเดียว กับฐานะลูกสาวขุนนางตกอับ เจ้าจะสู้กับพยัคฆ์ร้ายที่มีเขี้ยวเล็บครบทุกด้านได้อย่างไร?" เยว่เล่อไม่ดึงมือกลับ นางกลับเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดกัน "พยัคฆ์มักมีจุดอ่อนเสมอ หากรู้จักล่อให้มันออกจากถ้ำ และหม่อมฉัน... คือเหยื่อล่อที่ดีที่สุดเพคะ ฝ่าบาทเพียงแค่ต้องทำหน้าที่เป็นกรงขังที่ดูอ่อนแอที่สุดเพื่อให้มันตายใจ ส่วนหม่อมฉัน จะเป็นคนควักหัวใจของมันออกมาเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องจากพุ่มไม้ใกล้ๆ ราวกับจะรับรู้ถึงพันธสัญญาแห่งเลือดที่กำลังก่อตัวขึ้นใต้แสงจันทร์นี้ จ้าวหานตี้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง เขาเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในแววตาคู่นั้น—แววตาที่ไม่ได้มองเขาในฐานะกษัตริย์ที่สูงส่ง แต่มองเขาในฐานะ 'พันธมิตร' ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันในดินแดนที่ไร้ซึ่งมิตรแท้ "ดี" ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาหนักแน่นราวกับการประกาศราชโองการ "หากเจ้าต้องการเป็นคมมีด ข้าก็จะยอมเป็นฝักดาบที่จะปกป้องเจ้าจากสายตาของเหวินกั๋วกง แต่จงจำไว้... หากวันใดเจ้าคิดหักหลังข้า คมมีดเล่มนี้จะต้องถูกทำลายก่อนที่มันจะบาดนิ้วข้าเอง" "หม่อมฉันยินดีให้พระองค์ทำลาย... หากวันนั้นมาถึงโดยที่ศีรษะของเหวินกั๋วกงยังไม่ได้ถูกวางไว้บนแท่นบูชาหน้าป้ายวิญญาณตระกูลหลี่" ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดของเล่ห์เหลี่ยมและกลอุบาย พันธสัญญาใจที่ไม่อาจประกาศให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ถูกประทับลงท่ามกลางความมืดมิด ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะถอยห่างจากกัน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเดินหินอ่อนเบื้องหลังพุ่มไม้ทึบ 'ตึก... ตึก... ตึก...' จังหวะการเดินที่คุ้นเคยนั้นทำให้จ้าวหานตี้ชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ฉายชัดผ่านใบหน้า เยว่เล่อเองก็ขมวดคิ้วแน่น เมื่อเงาร่างของผู้มาเยือนปรากฏชัดขึ้นภายใต้แสงจันทร์—ชายชราในชุดขุนนางเต็มยศผู้มีหนวดเคราสีดอกเลาและแววตาที่เยือกเย็นดุจงูพิษ "ฝ่าบาท... ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยังทรงเพลิดเพลินกับการชมจันทร์กับ 'นางกำนัลหน้าใหม่' อยู่อีกหรือพะยะค่ะ?" เสียงของเหวินกั๋วกงแฝงไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจที่กดทับลงมาจนอากาศรอบศาลาดูเหมือนจะแข็งตัว ฮ่องเต้จ้าวหานตี้กัดฟันแน่น มือที่ยังกุมข้อมือของเยว่เล่ออยู่บีบแรงขึ้นจนเป็นรอยแดง นี่คือการเผชิญหน้าที่ร้ายแรงที่สุด และในขณะที่ลมหายใจของทั้งคู่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เยว่เล่อกลับสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากเงามืดด้านหลังของเหวินกั๋วกง—มือสังหารเงาของตระกูลเหวินไม่ได้มาเพียงลำพัง! หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะคอยลุ้นไปพร้อมกับเยว่เล่อในสถานการณ์ที่หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%