ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 31

แผนการส่งออกธัญพืช

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“ท่านจะบอกว่า... จะให้ข้าส่งกองคาราวานธัญพืชออกนอกด่านในนามของตระกูลที่สนับสนุนอัครมหาเสนาบดีเหวินอย่างนั้นหรือ?” เสียงของหลี่เยว่เล่อราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันที่ทำเอาผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าต้องชะงักมือที่กำลังประคองจอกชา จ้าวหานตี้ในชุดฉลองพระองค์สีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบง่ายจนเกือบจะกลมกลืนไปกับความมืดมิดในห้องทรงอักษรเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีประกายวูบไหวราวกับดวงดาวในคืนเดือนดับ “ถูกแล้ว” ฮ่องเต้หนุ่มตรัสสั้นๆ “ในเมื่อเหวินจงถิงใช้คลังหลวงเป็นเสมือนกระเป๋าเงินส่วนตัว การจะตัดเส้นเลือดใหญ่ของเขา ไม่ใช่การไปปะทะที่หน้าด่าน แต่คือการทำให้ ‘สินค้า’ ที่เขาภูมิใจนักหนากลายเป็นชนวนเหตุที่ดึงเขาลงสู่เหว” หลี่เยว่เล่อขยับตัวเล็กน้อย เสียงเครื่องประดับหยกกระทบกันเบาหวิวท่ามกลางความเงียบงัน นางกวาดสายตามองม้วนเอกสารรายชื่อเส้นทางขนส่งที่วางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอม รายชื่อเหล่านั้นคือหัวใจสำคัญของการค้าข้าวในเขตชายแดน ซึ่งรายได้มหาศาลไม่ได้เข้าสู่ท้องพระคลัง แต่ไหลเข้าสู่กระเป๋าของขุนนางกังฉินที่สนับสนุนเหวินจงถิงจนพุงกาง “หากเยว่เล่อทำเช่นนั้น ตระกูลที่ดูแลการขนส่งจะกลายเป็นแพะรับบาปทันทีที่สินค้าไปถึงมือศัตรู ฝ่าบาททรงแน่พระทัยหรือเพคะว่าจะไม่เกิดเหตุจลาจลขึ้นเสียก่อน” จ้าวหานตี้วางจอกชาลง เสียงกระทบโต๊ะดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ ทว่าหนักแน่น “ข้าไม่ได้ให้เจ้าทำเพียงลำพัง หญิงงามเมืองที่เก่งกาจเช่นเจ้า ย่อมรู้ดีว่าการจะล้มต้นไม้ใหญ่ ไม่ใช่การตัดลำต้น แต่คือการขุดรากถอนโคนจากใต้ดิน” เยว่เล่อหรี่ตาลงเล็กน้อย นางเข้าใจความหมายของเขาดี การส่งออกธัญพืชในครั้งนี้ต้องไม่ใช่แค่การส่งออก แต่มันต้องเป็นการ ‘วางยา’ ในเชิงพาณิชย์ หากนางสามารถแทรกซึมเอกสารปลอมที่ระบุว่าข้าวเหล่านั้นเป็นของหลวง และถูกขนส่งโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากกรมการคลัง ท้ายที่สุดความผิดจะตกอยู่ที่ใคร? ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากตระกูลที่เหวินจงถิงไว้ใจที่สุด “ฝ่าบาทต้องการให้เยว่เล่อเป็นมือที่เปื้อนเลือด” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก ทว่าแววตาหาได้มีรอยยิ้ม “แต่เป็นความเต็มใจที่เยว่เล่อจะไม่ปฏิเสธ” หลี่เยว่เล่อก้าวออกจากห้องทรงอักษรในยามดึก แสงจันทร์สลัวทอดเงาร่างของนางให้ดูโดดเดี่ยว ทว่ามุ่งมั่น นางรู้ดีว่าหมากตานี้อันตรายเพียงใด เหวินจงถิงไม่ใช่คนโง่เขลาที่จะยอมให้ใครมาแตะต้องแหล่งรายได้หลักได้ง่ายๆ เขาจะมีสายลับซ่อนอยู่ทุกมุมเมือง เช้าวันรุ่งขึ้น ณ หอจดหมายเหตุประจำเมือง นางในนามของบุตรสาวตระกูลค้าขายที่แฝงตัวอยู่ ได้จัดการ ‘ปลอมแปลง’ ตราประทับของกรมการคลังอย่างประณีต นิ้วเรียวสวยของนางแตะลงบนกระดาษสาเนื้อดี ความคิดในหัวแล่นปราด... หากนางใส่รอยรั่วนี้ลงไปในบัญชีการส่งออกที่เหวินจงถิงต้องตรวจสอบด้วยตนเอง เขาจะต้องรีบตัดสินใจอนุมัติเพื่อให้ทันฤดูกาลเก็บเกี่ยว และนั่นคือช่องโหว่ที่นางจะทิ้งระเบิดเวลาเอาไว้ “ท่านหญิงเยว่เล่อ ขออภัยที่รบกวน แต่มีจดหมายจากสำนักเสนาบดีส่งมาถึงท่าน บอกว่าเป็นเรื่องด่วนเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งที่ท่านเสนอไปเมื่อวานนี้” สาวใช้คนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เยว่เล่อหยุดชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นจังหวะหนึ่ง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นที่เหยื่อเดินเข้ามาติดกับเร็วเกินคาด นางรับจดหมายนั้นมาเปิดออก อ่านเนื้อหาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ในจดหมายไม่ได้พูดถึงการค้า แต่มันคือคำเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนอัครมหาเสนาบดีในคืนนี้ โดยระบุเงื่อนไขสั้นๆ ว่า *‘หากท่านอยากให้กิจการราบรื่น จงนำบัญชีฉบับจริงไปพบข้าด้วยตัวเอง มิเช่นนั้น... ข้าเกรงว่าคาราวานของท่านอาจจะไม่ได้ออกจากด่านเป็นครั้งที่สอง’* นี่คือการเผชิญหน้าโดยตรงที่นางยังไม่พร้อม... หรือนี่จะเป็นกับดักที่เหวินจงถิงวางไว้เพื่อจับผิดนางกันแน่? เยว่เล่อขยำจดหมายในมือจนยับยู่ยี่ ก่อนจะคลี่ออกและวางมันลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสุขุม นางหันไปหาเงาดำที่ยืนอยู่มุมห้อง ซึ่งเป็นองครักษ์เงาที่จ้าวหานตี้ส่งมาคุ้มกัน “บอกฝ่าบาทว่า ข้าจะไปร่วมงานเลี้ยงนี้” เยว่เล่อกล่าว เสียงของนางสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความหมายที่ซ่อนอยู่ “แต่จงเตรียมกำลังคนไว้ให้พร้อม เพราะหากข้าไม่ได้กลับออกมาภายในยามซวี (19.00-21.00 น.) หมายความว่าเหวินจงถิงพบไส้ศึกในจวนของเขาแล้ว” เมื่อถึงเวลาโพล้เพล้ รถม้าหรูหราของตระกูลหลี่เคลื่อนตัวเข้าสู่จวนอัครมหาเสนาบดี บรรยากาศภายในจวนนั้นเงียบสงัดจนผิดปกติ ไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีเสียงหัวเราะ มีเพียงแสงคบเพลิงที่วูบไหวตามแรงลม ราวกับกำลังเฝ้าต้อนรับวิญญาณที่จะมาถึง เยว่เล่อก้าวลงจากรถม้าในชุดสีแดงเพลิงที่ขับให้ผิวพรรณดูขาวผุดผ่อง นางเชิดหน้าขึ้นรับความกดดันจากสายตาของเหล่าองครักษ์นับสิบที่ยืนเรียงราย “ท่านหญิงเยว่เล่อ เชิญด้านใน อัครมหาเสนาบดีรอท่านอยู่ในสวนหิน” เสียงทุ้มแหบพร่าของพ่อบ้านใหญ่ดังขึ้น เขาผายมือไปทางทางเดินที่มืดมิด นางก้าวเดินเข้าไปอย่างมั่นคง หัวใจในอกเต้นเป็นจังหวะหนักๆ ทุกย่างก้าวคือก้าวสู่ปากเหว ทว่าเมื่อนางเดินไปถึงใจกลางสวนหิน ภาพที่เห็นกลับทำให้นางต้องหยุดชะงักกึก เหวินจงถิงไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว ตรงข้ามกับเขามีชายอีกคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ เผยให้เห็นอาภรณ์สีทองอร่ามที่คุ้นตา... เป็นอาภรณ์ที่ไม่มีใครในแผ่นดินนี้กล้าสวมใส่ นอกจากฮ่องเต้! เหตุใดจ้าวหานตี้ถึงมาอยู่ที่นี่? หรือนี่จะเป็นการนัดพบกันระหว่าง ‘ราชา’ และ ‘ขุนนางกังฉิน’ เพื่อปิดดีลเรื่องการส่งออกธัญพืชโดยข้ามหัวนางไป? เยว่เล่อรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความไว้วางใจที่นางทุ่มเทให้เขากำลังถูกทดสอบด้วยสถานการณ์ที่นางไม่อาจคาดเดาได้เลยแม้แต่น้อย หวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับเยว่เล่อในห้วงวิกฤตที่คาดไม่ถึงนี้ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%