“รสชาติของความตายขมปร่าเพียงนี้เชียวหรือ”
หลี่เยว่เล่อแค่นยิ้ม เย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ แม้คมมีดจะกรีดลึกลงบนผิวเนื้อจนหยดเลือดสีชาดเริ่มไหลซึมออกมาแตะปลายคาง แต่นัยน์ตาของนางกลับไม่ไหวติง หญิงชราเบื้องหน้า—ที่เมื่อครู่ยังดูไร้พิษสง—บัดนี้กลับแผ่ซ่านไอสังหารรุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว
“อัครมหาเสนาบดีเหวินคงประเมินข้าต่ำไป” เยว่เล่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องฟ้าฝน “เขาคิดว่าการส่งเบี้ยตัวจ้อยมาปลิดชีพข้า จะทำให้ม่านหมอกที่เขาสร้างขึ้นปกคลุมแผ่นดินได้มิดกระนั้นหรือ?”
หญิงชราหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งเหมือนกิ่งไม้แห้งหักกลาง “เจ้ามีดีแค่ฝีปากกระมัง เยว่เล่อ... ชีวิตของเจ้าจบลงที่นี่แล้ว ในกระท่อมซอมซ่อกลางป่าเขาลูกนี้ ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเจ้าได้หรอก!”
ทว่าก่อนที่คมมีดจะกดลึกเข้าไปกว่านั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ ดุจสายฟ้าฟาด!
*เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะของเหล็กกล้าสว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ร่างของหญิงชราถูกกระแทกจนกระเด็นไปอัดกับผนังไม้จนพังครืน ชายชุดดำในหน้ากากรูปหัวมังกรยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง ปลายกระบี่จ่อเข้าที่ลำคอของผู้ที่หมายจะลอบสังหารเมื่อครู่
“ใครส่งพวกเจ้ามา” น้ำเสียงของชายผู้นั้นทุ้มต่ำและกังวานราวกับเสียงระฆังในหุบเขา เขาหันกลับมามองเยว่เล่อ แววตาภายใต้หน้ากากนั้นมีความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
เยว่เล่อชะงักไปครู่หนึ่ง แม้ไม่ได้เห็นใบหน้า แต่ท่าทางการยืนและแววตาคู่นั้น... จ้าวหานตี้? เขามาที่นี่ได้อย่างไร?
“พวกเราไม่ใช่โจรภูเขาธรรมดา” หญิงชรากระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะยิ้มหยัน “พวกเราคือคนที่ถูกลืม... คนที่ตระกูลเหวินทอดทิ้งให้ตายกลางป่าเขา แต่เจ้าคิดหรือว่าเราจะก้มหัวรับใช้สุนัขรับใช้ของราชสำนัก!”
เยว่เล่อขมวดคิ้วแน่น สถานการณ์เริ่มพลิกผัน “พวกท่านเป็นกบฏกลุ่มที่ลือกันว่าซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเมฆานี่เอง”
“กบฏ?” ชายหน้ากากมังกรแค่นหัวเราะ “เราไม่ใช่กบฏ เราคือผู้ที่รอการสะสางแค้นต่างหากเล่า เยว่เล่อ... เจ้าจะยอมให้คนพวกนั้นปั่นหัวไปถึงไหน? เหวินฝูไม่ได้ต้องการเพียงชีวิตเจ้า แต่มันต้องการทำลายความชอบธรรมทั้งหมดที่เจ้าถือครองอยู่”
เยว่เล่อลุกขึ้นยืนช้าๆ พยายามประคองสติแม้ความเจ็บปวดจากการโดนบาดจะเริ่มกัดกิน “หากพวกท่านมีความแค้นต่อเหวินฝู เหตุใดจึงเลือกโจมตีผู้ที่กำลังต่อกรกับเขา? การฆ่าข้า... มีแต่จะทำให้แผนของมันสำเร็จง่ายขึ้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อมในทันที หญิงชรานิ่งอึ้ง สายตาที่เคยหมายมั่นสังหารแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและลังเล จ้าวหานตี้ในคราบชายหน้ากากมังกรค่อยๆ ลดกระบี่ลงช้าๆ
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?” เสียงของหญิงชราสั่นเครือ “เจ้าไม่ใช่คนของเหวินฝูหรือ?”
“หากข้าเป็นคนของมัน ข้าคงไม่มายืนอยู่ในกระท่อมโกโรโกโสที่ไม่มีแม้แต่เศษเงินให้ปล้นเช่นนี้” เยว่เล่อก้าวเข้าไปใกล้ หญิงสาวผู้มีดวงตาดุจหงส์จ้องมองเข้าไปในแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของหญิงชรา “เหวินฝูหลอกใช้พวกท่านเป็นเครื่องมือสังหาร ข้าเองก็เป็นเหยื่อของการใช้อำนาจมืดเช่นกัน หากพวกท่านต้องการล้างแค้น เหตุใดไม่ร่วมมือกับข้าเสียล่ะ?”
“ร่วมมือ?” หญิงชราแค่นเสียง “ราชสำนักรังแกราษฎรจนสิ้นเนื้อประดาตัว จะให้เราเชื่อคำพูดของนางจิ้งจอกในวังหลวงอย่างเจ้าได้อย่างไร!”
จ้าวหานตี้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าเยว่เล่อ เขาปลดหน้ากากออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาทว่าแฝงไว้ด้วยความทุกข์ระทมจากการแบกรับบ้านเมือง หญิงชราและเหล่านักรบที่ล้อมกระท่อมอยู่ต่างชะงักงันเมื่อเห็นใบหน้าของบุรุษผู้ครองแผ่นดิน
“ถ้าเช่นนั้น... จงเชื่อในสายตาของข้าแทนเถิด” จ้าวหานตี้กล่าวเสียงเรียบ “ข้าถูกขังอยู่ในกรงทองมานานเกินพอแล้ว ถึงเวลาที่หงส์จะกลับมาบินบนฟ้ากว้าง และมังกรจะกลับมาคำรามให้พวกโฉดชั่วได้รับรู้ถึงความผิดที่พวกมันก่อไว้”
เยว่เล่อมองดูท่าทีของทุกคน ความลุ่มลึกในเกมการเมืองครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครถืออาวุธแรงกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าใครจะสามารถดึง “ความแค้น” ของคนตัวเล็กตัวน้อยมาเป็น “กองทัพ” ได้ก่อนกัน
ทว่าในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกจำนวนมากก็ดังสนั่นมาจากทางเข้าหุบเขา พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำเอาหัวใจของเยว่เล่อแทบหยุดเต้น
“ตรวจพบร่องรอยการต่อสู้! ท่านอัครมหาเสนาบดีสั่งมา... ใครขัดขืนให้ประหารให้สิ้นไม่เว้นแม้แต่หญิงชรา!”
สิ้นเสียงนั้น ร่างของเงาลึกลับพุ่งทะลุผนังกระท่อมเข้ามาอีกนับสิบคน ไม่ใช่กลุ่มกบฏ... แต่เป็นหน่วยองครักษ์ลับของเหวินฝู! หญิงชราเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับสีทองบนอกของเหล่าองครักษ์
“พวกมันตามมาจนได้...” หญิงชราพึมพำด้วยความสิ้นหวัง
เยว่เล่อคว้ามือจ้าวหานตี้ไว้แน่น สายตาของนางเป็นประกายแห่งความเด็ดขาด “ฮ่องเต้เพคะ... ดูเหมือนว่าวันนี้ เราจะได้เห็นสีหน้าของสุนัขรับใช้ที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกเจ้านายกำจัดทิ้งเสียแล้ว”
จ้าวหานตี้กระชับกระบี่ในมือแน่น มุมปากยกยิ้มอย่างองอาจ “ถ้าเช่นนั้น ก็อย่าให้พวกมันได้กลับไปส่งข่าวให้เหวินฝูเลย... เยว่เล่อ วันนี้เราสองคนจะเขียนบันทึกประวัติศาสตร์ด้วยเลือดของพวกมันเอง”
ก่อนที่ดาบเล่มแรกจะปะทะกัน ประตูหน้ากระท่อมก็พังทลายลงด้วยแรงถีบมหาศาล ปรากฏร่างของชายร่างยักษ์ในชุดขุนนางระดับสูงที่เยว่เล่อจำได้ดีว่าคือ ‘เงา’ ข้างกายเหวินฝู
“ฝ่าบาท... หวังว่าพระองค์คงไม่โกรธเคืองที่หม่อมฉันต้องรีบเข้ามา ‘ถวายความปลอดภัย’ ในที่กันดารเช่นนี้นะพะย่ะค่ะ”
เขาแสยะยิ้มก่อนจะชักกระบี่ที่อาบด้วยแสงสีเขียวมรกตออกมา... มันไม่ใช่กระบี่ธรรมดา แต่มันคือกระบี่พิษประจำตระกูลเหวินที่ไร้ทางรักษา!
หลิวเยี่ยนซีขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับเยว่เล่อและฝ่าบาทในตอนที่เข้มข้นเช่นนี้นะคะ
ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 24
ปะทะจอมโจรภูเขา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!