ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 2

ฮ่องเต้ผู้ไร้บัลลังก์

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"เจ้าคิดว่าชีวิตของเจ้ามีค่าพอจะแลกกับจดหมายฉบับเดียวหรืออย่างไร หลี่เยว่เล่อ?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารเย็นเยียบดังก้องไปทั่วโถงลับใต้ดินที่ไร้แสงตะเกียง กลิ่นอับชื้นของคราบเลือดเก่าแก่และสนิมเหล็กตีรวนขึ้นจมูก หลี่เยว่เล่อไม่ตอบโต้ นางเพียงแต่เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ร่างกายที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนหนาหนักในความมืดมิดไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณของนางสั่นคลอน แม้จะถูกคุมขังมานานถึงสามวันสามคืนโดยไร้อาหารและน้ำก็ตาม "ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อรองกับสุนัขรับใช้ของเหวินถิงเซียว" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่ากังวานหนักแน่นในความเงียบ "ข้ามาเพื่อส่งสาส์นให้ถึงมือ 'คน' ที่แท้จริง ไม่ใช่หุ่นเชิดที่ไร้วิญญาณ" สิ้นคำพูดนั้น แรงปะทะมหาศาลก็กระแทกเข้าที่ใบหน้าของนางจนศีรษะสะบัดไปตามแรงเหวี่ยง เลือดข้นคลั่กไหลซึมจากมุมปาก หญิงสาวฝืนยิ้มแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ลมหายใจรวยริน ความแค้นที่ฝังรากลึกในอกคือเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตเพียงหนึ่งเดียวให้นางยังคงตระหนักว่าตนเองเป็นใคร "สามหาว!" เสียงตวาดจากเงามืดด้านหลังพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากคบเพลิงที่ถูกจุดขึ้นที่ผนังโถงเผยให้เห็นบุรุษร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขัดกับความหรูหราที่ควรจะเป็น ใบหน้าของเขาคมสันราวกับรูปสลัก ทว่าดวงตากลับหม่นแสงลงราวกับผู้ที่แบกรับความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เขาคือจ้าวหานตี้ ฮ่องเต้ผู้กุมบัลลังก์ที่ไร้เงาอำนาจ ผู้ที่คนทั้งแผ่นดินร่ำลือว่าประชวรหนักและไร้ความสามารถ "เจ้าเป็นใครกันแน่" จ้าวหานตี้ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า มือหนาเชยคางหญิงสาวขึ้นอย่างถือสิทธิ์ แม้กิริยาจะดูหยาบกระด้าง ทว่าหลี่เยว่เล่อกลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวเล็กน้อยจากปลายนิ้วนั้น เขากำลังประเมินนาง... หรือกำลังหวาดกลัวนางกันแน่? "ผู้ที่ตระกูลหลี่ทิ้งไว้เป็นฟันเฟืองสุดท้าย เพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของฝ่าบาท" นางกระซิบชิดริมฝีปากเขา ดวงตาคู่สวยสบประสานนัยน์ตาหม่นแสงนั้นอย่างไม่ลดละ "ท่านไม่อึดอัดบ้างหรือเพคะ ที่ต้องหายใจภายใต้เงาของอัครมหาเสนาบดีเหวินไปวันๆ?" จ้าวหานตี้ชะงัก ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้นขึ้น เขาสะบัดมือออกราวกับถูกของร้อน ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง "ฟันเฟือง? เจ้าเป็นเพียงแค่เบี้ยตัวหนึ่งที่เหวินถิงเซียวส่งมาทดสอบข้า ข้าไม่ได้โง่เขลาถึงขนาดจะเชื่อคำหวานหูของผู้ที่ถือตราประทับของจวนอัครมหาเสนาบดีมาด้วย" "ตราประทับนั่นคือของปลอมที่ข้าขโมยมาเพื่อรักษาชีวิต" หลี่เยว่เล่อขัดขึ้น จังหวะการพูดของนางแม่นยำและเยือกเย็น "ท่านรู้ดีแก่ใจว่าเหวินถิงเซียวไม่มีวันส่งคนมาที่นี่โดยไม่มีองครักษ์เงาตามมาด้วย แต่ท่านเห็นหรือไม่... ตั้งแต่ข้าถูกลากตัวลงมาที่นี่ ไม่มีเงาตัวไหนตามมาเลย เพราะพวกมันคิดว่าข้าคือเหยื่อที่จะตายในอีกไม่ช้า และพวกมันมั่นใจว่าฝ่าบาทไม่กล้าแม้แต่จะเปิดปากถามคำถามใดกับข้า" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องขังชั่วอึดใจ จ้าวหานตี้หรี่ตาลง จังหวะการเต้นของหัวใจที่เขาพยายามปิดบังเริ่มเผยพิรุธ แสงจากคบเพลิงวูบไหวราวกับจะดับลงได้ทุกเมื่อ เขาก้มลงกระซิบข้างหูของนาง "ถ้าเจ้าเป็นเพียงเบี้ย ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งเสียตอนนี้ แต่ถ้าเจ้าเป็นคนของ 'ท่านพ่อ' ที่ทิ้งไว้... เจ้าต้องให้เหตุผลที่คุ้มค่าพอจะทำให้ข้ายอมเสี่ยงตาย" หลี่เยว่เล่อขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน นางกลั้นความเจ็บปวดจากบาดแผลในกายแล้วกระซิบถ้อยคำที่ทำให้คนฟังถึงกับหน้าถอดสี "แผนที่เส้นทางลับสู่คลังเสบียงชายแดนเหนือที่เหวินถิงเซียวพยายามซ่อนไว้... และรายชื่อขุนนางที่แอบขายแผ่นดินให้แคว้นศัตรู ทั้งหมดอยู่ในหัวของข้า แต่มีข้อแม้เดียว..." "ว่ามา" จ้าวหานตี้ตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล แววตาหม่นแสงบัดนี้เปลี่ยนเป็นคมกล้าดุจพยัคฆ์ที่ซ่อนคมเขี้ยว "ข้าต้องการให้ฝ่าบาทใช้มือของท่านเอง... ปลิดชีพเหวินถิงเซียว ไม่ใช่ด้วยยาพิษ แต่ด้วยอำนาจที่ท่านเคยละทิ้งไป" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลายสิบนายก็ดังขึ้นจากทางเดินเบื้องบน ตามด้วยเสียงประตูเหล็กที่ถูกพังทลายลงด้วยแรงมหาศาล จ้าวหานตี้เบิกตากว้าง เขาหันขวับไปมองทางเข้าด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด หลี่เยว่เล่อขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่ไม่เหมือนคนกลัวตาย แต่เป็นคนกลัวความลับจะถูกเปิดเผย "ฝ่าบาท..." นางพึมพำ จ้าวหานตี้ดึงกริชสั้นจากใต้แขนเสื้อออกมาแล้วจ่อที่ลำคอของนางทันที ก่อนจะตวาดด้วยเสียงที่ดังจนโถงสะเทือน "ใครบอกให้พวกเจ้าเข้ามา! ออกไปให้หมด!" ทว่าคนที่ไม่หยุดกลับเป็นเหวินถิงเซียวที่ก้าวผ่านกลุ่มองครักษ์เข้ามา ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบดั่งน้ำนิ่ง ทว่าแววตากลับกราดเกรี้ยว เขามองฮ่องเต้ที่ถืออาวุธอยู่ในมือด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะเบนสายตามาที่หลี่เยว่เล่อแล้วยกยิ้มที่มุมปาก "ขออภัยที่รบกวนเวลาอันเป็นส่วนตัวของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ... แต่ดูเหมือนว่า 'ของขวัญ' ที่กระหม่อมส่งมาให้ จะทำหน้าที่ของนางได้ดีเกินไปจนฝ่าบาทเผลอตัวเผยไต๋ออกมาเสียแล้ว" สิ้นคำพูดนั้น จ้าวหานตี้ก็ชะงักกริชในมือสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด และก่อนที่ทุกอย่างจะคลี่คลาย จ้าวหานตี้ก็กดกริชลงบนลำคอของหลี่เยว่เล่อจนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาเป็นทาง เขาหันมาสบตานางด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "หากเจ้าอยากให้ข้าฆ่าเขา... เจ้าก็ต้องตายไปพร้อมกับความลับนี้เสียก่อน" หลี่เยว่เล่อมองเข้าไปในนัยน์ตาของบุรุษตรงหน้า หัวใจนางกระตุกวูบเมื่อเห็นประกายประหลาดที่เขาส่งผ่านมา... ความเจ็บปวดที่คมกริชกรีดลงบนผิวหนังเทียบไม่ได้เลยกับความสับสนที่กำลังกัดกินใจนาง เพราะในนาทีที่เขากดอาวุธเข้าหา นางกลับรู้สึกถึงแรงกระชากที่ข้อมือ... และกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกสอดเข้ามาในฝ่ามือของนางโดยที่คนอื่นไม่มีวันเห็น ความตายอยู่เพียงเอื้อมมือ แต่หมากในกระดานนี้เพิ่งจะเริ่มเดินด้วยตาที่ไม่มีใครคาดคิด! หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้หลี่เยว่เล่อฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกับข้านะคะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%