ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 22

เมืองชายแดนที่หิวโหย

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“หากเจ้ายังฝืนบีบคั้นเอาจากพวกเขาทั้งที่ปากท้องยังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้อง ราษฎรเหล่านี้ก็คงเหลือเพียงโครงกระดูกที่รอวันฝังกลบ ไม่ใช่พลเมืองที่เจ้าจะเกณฑ์ไปเป็นแรงงานได้อีกต่อไป” น้ำเสียงของหลี่เยว่เล่อราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ขุนนางท้องถิ่นผู้หนึ่งถึงกับเหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือของเขาที่กำลังถือม้วนบัญชีภาษีสั่นเทาจนกระดาษยับย่น จ้าวหานตี้ในชุดผ้าแพรสีเทาเรียบง่าย ทว่าสง่างามดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บที่ยืนพิงเสาไม้เก่าๆ ของเรือนพักแรมโทรมๆ แห่งนี้ เขาเพียงทอดสายตามองผ่านหน้าต่างที่แตกร้าวออกไปสู่ลานดินเบื้องล่าง ที่นั่น... หญิงชรานางหนึ่งกำลังกัดฟันเคี้ยวรากไม้แห้งๆ ในขณะที่บุตรชายของนางพยายามขุดดินหาหัวเผือกป่าด้วยมือเปล่าที่เลือดซึมออกมา “ฝ่า... ท่านเถ้าแก่โปรดเมตตา” ขุนนางท้องถิ่นผู้นั้นลนลานแก้ตัว “กฎหมายราชสำนักกำหนดไว้เช่นนี้ กระหม่อมเป็นเพียงผู้น้อย ต้องหาภาษีเข้าคลังหลวงตามโควตาที่ท่านอัครมหาเสนาบดีเหวินกำชับมา หากไม่รีดไถจากราษฎร แล้วกระหม่อมจะเอาที่ไหนไปส่งมอบให้ครบตามกำหนดเล่าพ่ะย่ะค่ะ” หลี่เยว่เล่อก้าวเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ รองเท้าบูทหนังของนางกระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงดังเป็นจังหวะที่น่าหวาดหวั่น นางหยิบม้วนบัญชีออกจากมือเขาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกางออกอ่านผ่านๆ เพียงไม่กี่บรรทัด มุมปากของนางก็กระตุกยิ้มเยาะ “ภาษีค่าคุ้มครอง ภาษีค่าบำรุงเส้นทาง ภาษีค่าถอนกำลังพล... นี่มันบัญชีเรียกรับทรัพย์ หรือบัญชีรีดเลือดกันแน่?” นางเงยหน้าขึ้น จ้องมองเข้าไปในดวงตาที่หลุกหลิกของอีกฝ่าย “หรือว่าโควตาที่เหวินจงจื่อสั่งการลงมา แท้จริงแล้วคือการกวาดต้อนเงินทองเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยใช้ชื่อราชสำนักเป็นเกราะป้องกันความผิด” จ้าวหานตี้ขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันริบหรี่ตกกระทบใบหน้าคมสันของเขาเผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างดี “ที่นี่คือเมืองชายแดนด่านหน้า หากราษฎรล้มตายเพราะความหิวโหย ใครจะเป็นผู้เฝ้าด่านป้องกันข้าศึกให้เรา? หรือว่าพวกเจ้าต้องการให้แผ่นดินล่มสลายลงในกำมือของคนที่พวกเจ้าเรียกว่า ‘นาย’ กันแน่?” ขุนนางผู้นั้นตัวสั่นเทาจนแทบทรุดลงกองกับพื้น “พระองค์... ทรงกล่าววาจาอันใด กระหม่อมไม่เข้าใจ...” “ไม่ต้องเข้าใจหรอก” หลี่เยว่เล่อกล่าวแทรกพลางโยนบัญชีทิ้งลงบนโต๊ะ “แค่จงจำเอาไว้ว่า นับจากนาทีนี้ไป เมืองนี้ไม่มีภาษีที่เจ้าแอบอ้างอีกต่อไป หากข้าพบว่ามีใครถูกรีดไถแม้แต่เหรียญเดียว หัวของเจ้า... จะเป็นสิ่งแรกที่ข้าใช้ตอกย้ำความฉ้อฉลของอัครมหาเสนาบดีเหวิน” ทว่าความตึงเครียดภายในห้องยังไม่ทันจางหาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกหลายสิบตัวก็ดังกึกก้องมาจากนอกกำแพงเมือง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของราษฎรและเสียงฟาดแส้อย่างโหดเหี้ยม หลี่เยว่เล่อปราดเข้าไปที่หน้าต่างทันที ภาพที่เห็นคือกลุ่มทหารในชุดเกราะแปลกตาที่ไม่ใช่ทหารประจำการของเมืองนี้ พวกมันกำลังรื้อค้นกระท่อมและฉุดกระชากหญิงสาวขึ้นหลังม้า “กองกำลังส่วนตัวของเหวินจงจื่อ...” จ้าวหานตี้ขบกรามแน่น “มันส่งคนมาเก็บ ‘กำไร’ เพิ่มเติมเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้” หลี่เยว่เล่อหันกลับมา แววตานางมุ่งมั่นเด็ดขาด “เราไม่มีกำลังพลมากพอจะปะทะตรงๆ แต่เรามีสิ่งหนึ่งที่พวกมันไม่คาดคิด” นางเอื้อมมือไปหยิบตราประทับสีทองที่ซ่อนไว้ใต้ชั้นวางของเก่าๆ ออกมา มันคือตราสัญลักษณ์ของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เหวินจงจื่อคิดว่าถูกเผาทำลายไปตั้งแต่เหตุการณ์สังหารหมู่ในจวนสกุลหลี่เมื่อห้าปีก่อน “หากเราเปิดเผยตัวตนตอนนี้ พวกมันจะฆ่าปิดปากเราที่นี่” จ้าวหานตี้เตือนสติ “เราจะไม่เปิดเผยตัว” หลิวเยี่ยนซีขยับยิ้มเย็นเยือก “แต่เราจะทำให้พวกมันขัดแย้งกันเอง... คนโลภมักจะหวงแหนอำนาจยิ่งกว่าชีวิต และหากอำนาจที่มันถืออยู่นั้นกำลังจะถูกสั่นคลอนด้วยความลับที่ไม่มีใครรู้...” ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงของนายทหารที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม “เปิดประตู! ทางการมาตรวจค้นแหล่งซ่องสุมกบฏตามคำสั่งท่านเสนาบดีเหวิน หากใครขัดขืน... ฆ่าไม่เหลือ!” ทหารสองนายพังประตูเข้ามาพร้อมดาบที่ชักออกจากฝักหมายจะสังหารผู้ที่อยู่ภายใน แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้พวกมันชะงักงัน จ้าวหานตี้ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว เขากลับยืนกอดอกด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่งดั่งกษัตริย์ผู้มีอำนาจเหนือชีวิต ในขณะที่หลี่เยว่เล่อหยิบป้ายหยกประจำตัวของเหวินจงจื่อที่นางฉกฉวยมาได้จากสายลับคนหนึ่งในเมืองหลวงชูขึ้นให้พวกมันเห็น หัวหน้านายทหารเห็นป้ายนั้นก็ถึงกับหน้าถอดสี รีบคุกเข่าลงทันที “ท่าน... ท่านรองเสนาบดีเหวินสั่งให้ท่านมาที่นี่หรือ?” หลี่เยว่เล่อแค่นยิ้ม “พวกเจ้ามาได้จังหวะพอดี ข้ามีคำสั่งลับจาก ‘นายเหนือหัว’ ให้พวกเจ้าไปจัดการกับ ‘หนอนบ่อนไส้’ ที่แอบยักยอกเสบียงหลวงในคลังหลังที่สาม... คนที่สั่งให้พวกเจ้ามาที่นี่แหละ ที่เป็นคนทรยศตัวจริง” เมื่อจ้าวหานตี้ก้าวเข้ามาใกล้ทหารผู้นั้นพร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “อยากมีชีวิตรอดกลับไปรายงานความดีความชอบ หรืออยากกลายเป็นศพในเมืองชายแดนที่ไม่มีใครรู้จัก?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับหลี่เยว่เล่อและฝ่าบาทในตอนที่เข้มข้นเช่นนี้ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนตื่นเต้นกับแผนการต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%