ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 6

กลลวงในงานเลี้ยงราชสำนัก

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“จอกสุรานี้... ท่านอัครมหาเสนาบดีเหวินคงมิได้ใส่ ‘เครื่องเทศ’ ที่ทำให้นอนหลับฝันดีจนลืมตื่นไว้หรอกกระมังคะ?” เสียงหวานใสที่กังวานก้องทั่วท้องพระโรงสร้างความเงียบงันในทันที หลี่เยว่เล่อคลี่ยิ้มบาง ทว่าดวงตากลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบ่อน้ำลึก นางถือจอกสุราทองคำไว้ในมืออย่างมั่นคง ปลายเล็บแตะขอบจอกเบาๆ ราวกับกำลังหยอกล้อกับความเป็นความตายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสีสันของมัวเมา อัครมหาเสนาบดีเหวินที่นั่งอยู่บนอาสนะตำแหน่งสูงกว่าเหล่าขุนนางอื่นเพียงเล็กน้อย วางตะเกียบหยกในมือลงช้าๆ เสียงกระทบของมันก้องชัดในโสตประสาทของผู้คนในงานเลี้ยง เขามิได้แสดงความโกรธเคือง ทว่ามุมปากที่ยกขึ้นกลับแฝงไปด้วยความเย็นชาที่ทำให้อากาศรอบกายดูหนาวเหน็บลงไปถนัดตา “แม่นางหลี่ช่างกล่าววาจาพิสดารยิ่งนัก” เหวินจงกั๋วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ในงานเลี้ยงราชสำนักเช่นนี้ ไฉนข้าจะกล้าทำเรื่องหยาบช้าต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทได้เล่า หรือว่าแม่นาง... จะมีสิ่งใดที่ต้องหวาดระแวงในใจเป็นพิเศษ?” จ้าวหานตี้ ฮ่องเต้หนุ่มผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำเบื้องบน ทอดพระเนตรลงมาด้วยแววตาเรียบเฉย พระหัตถ์ที่วางบนพนักเก้าอี้ขยับเพียงเล็กน้อย สัญญาณลับที่รู้กันเพียงสองคนถูกส่งผ่านไป ทว่าภายใต้ท่าทีนิ่งสงบนั้น ในใจของพระองค์กลับเต้นรัวด้วยความกังวลต่อสตรีตรงหน้า เยว่เล่อไม่ได้หันไปมองฮ่องเต้ นางรู้ดีว่าหากนางพลาดเพียงก้าวเดียว ไม่เพียงแต่ชีวิตของนางที่จะดับสูญ แต่ความหวังที่จะทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลหลี่ที่ล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อนจะสูญสิ้นตามไปด้วย “ความระแวงหรือคะ?” เยว่เล่อหัวเราะเบาๆ กิริยาท่าทางดูสง่างามทว่าเปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยม “คนที่มีความระแวงคือคนที่ซ่อนความลับไว้ใต้ฝ่าเท้า ส่วนตัวข้า... มีเพียงความจริงที่อยากจะพิสูจน์ให้ประจักษ์” นางเดินก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะของอัครมหาเสนาบดีทีละก้าว แต่ละจังหวะที่เท้ากระทบพื้นหินอ่อนดูราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าหัวใจของเหล่าขุนนางที่ยืนชมเหตุการณ์อยู่โดยรอบ “หากสุราจอกนี้ไร้มลทิน เหตุใดท่านจึงมือสั่นยามที่ข้าเอ่ยถึง ‘เครื่องเทศ’ เล่าคะ ท่านเหวิน?” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนดาบที่แทงทะลุหน้ากากของผู้กุมอำนาจ ขุนนางรอบข้างเริ่มซุบซิบกันอื้ออึง อัครมหาเสนาบดีเหวินหุบยิ้ม ดวงตาดุดันจ้องมองนางราวกับจะกลืนกิน “เจ้ากล้าดียิ่งนักที่มาหยามเกียรติข้าในฐานะขุนนางผู้รับใช้แผ่นดิน! ทหาร! นำตัวนางไปโบยเสีย!” “ช้าก่อน!” สุรเสียงกังวานของจ้าวหานตี้ดังขึ้นเหนือความวุ่นวาย พระองค์เสด็จลงมาจากบัลลังก์ด้วยท่วงท่าสง่างาม “อัครมหาเสนาบดี งานเลี้ยงวันนี้นับเป็นงานรื่นเริง ท่านจะให้คนของข้าลงโทษผู้ที่มาแสดงรำถวายเพียงเพราะเขาสงสัยในรสสุรา... ไม่ดูเป็นการเอาเรื่องเล็กน้อยมาทำเป็นเรื่องใหญ่เกินไปหรือ?” เหวินจงกั๋วชะงัก สายตาหรี่มองฮ่องเต้ที่เขามักจะเห็นเป็นเพียง ‘ตุ๊กตากระเบื้อง’ มาโดยตลอด แต่วันนี้ เขากลับสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้แววตาที่อ่อนโยนนั้น “พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” เหวินจงกั๋วประสานมือคารวะอย่างเสียไม่ได้ “เพียงแต่แม่นางผู้นี้ดูท่าจะมีอาการวิปลาส ข้าเกรงว่าจะทำลายบรรยากาศอันดีงามไปเสียเปล่าๆ” “วิปลาสหรือคะ?” เยว่เล่อขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางวางจอกสุราลงบนโต๊ะของเขาอย่างแรงจนน้ำสุรากระฉอกออกมาเล็กน้อย “หากคนอย่างข้าวิปลาส แล้วคนที่มี ‘ตราประทับลับ’ ของสำนักตรวจการคลังอยู่ในแขนเสื้อข้างซ้ายอย่างท่าน จะเรียกว่าอะไรดีคะ... ผู้จงรักภักดี หรือโจรในคราบขุนนาง?” ใบหน้าของเหวินจงกั๋วเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำก่อนจะซีดเผือดในพริบตา เขารีบกุมแขนเสื้อตนเองไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ซึ่งนั่นเป็นการ ‘ยอมรับ’ โดยไม่ตั้งใจต่อหน้าขุนนางนับร้อย จ้าวหานตี้ก้าวเข้ามาใกล้เยว่เล่อ กลิ่นหอมจางๆ จากอาภรณ์ของฮ่องเต้ทำให้เยว่เล่อรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ทว่าสถานการณ์ตรงหน้ายังคงบีบคั้น พระองค์กระซิบข้างหูนางด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนคนข้างๆ ไม่ได้ยิน “เจ้าทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วเยว่เล่อ... แต่เขายังมีทางถอย” เยว่เล่อหันมามองฮ่องเต้ สายตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย “หม่อมฉันจะไม่ให้เขามีทางถอยพะย่ะค่ะ...” ทันใดนั้นเอง เหวินจงกั๋วที่กำลังจะอ้าปากโต้ตอบกลับชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อจู่ๆ ร่างของขันทีคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก็ล้มฟุบลงกับพื้น เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากมุมปากของมัน กลิ่นเหม็นไหม้ของพิษร้ายโชยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ความวุ่นวายบังเกิดขึ้นทันที อัครมหาเสนาบดีเหวินถอยกรูดด้วยความตกใจ ขณะที่เยว่เล่อก้าวถอยหลังมาอยู่ข้างๆ จ้าวหานตี้ สองตาสบประสานกันด้วยความตื่นตะลึง “ใครเป็นคนวางยา...?” จ้าวหานตี้ตรัสถามด้วยน้ำเสียงกังวานเย็นเยียบ ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น เยว่เล่อกลับมองเห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางหยุดเต้น เมื่อนางเหลือบไปเห็น ‘ตราประทับ’ ที่หายไปจากแขนเสื้อของเหวินจงกั๋ว แต่กลับไปปรากฏอยู่ในมือของคนที่นางคาดไม่ถึง... บุคคลที่ยืนอยู่เคียงข้างฮ่องเต้มาตลอดนับตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยง และคนผู้นั้น ก็คือนางกำนัลคนสนิทของไทเฮาที่เพิ่งเดินก้าวเข้ามาในท้องพระโรงด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางกำนัลผู้นั้นสบตากับเยว่เล่อ พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เยว่เล่อรู้ตัวทันทีว่า... เรื่องราวทั้งหมดนี้ เป็นเพียงบทนำของมหันตภัยที่ใหญ่หลวงกว่าที่นางเคยจินตนาการไว้หลายเท่านัก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเยว่เล่อในสมรภูมิแห่งเล่ห์เหลี่ยมนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%