“เจ้ากล้าดียังไงถึงคิดจะเดิมพันด้วยชีวิตคนทั้งตระกูลเพื่อความแค้นเพียงชั่ววูบ!”
เสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยแรงอาฆาตดังขึ้นจากเงามืดหลังฉากกั้นลายมังกร หลี่เยว่เล่อชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทรงพระอักษร เธอไม่ได้หันกลับไปมอง แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายกลับเกร็งค้างอย่างระแวดระวัง
“หัตถ์ของฝ่าบาทมิใช่สิ่งที่สตรีสามัญชนอย่างข้าจะเอื้อมไปแตะต้องได้ตามอำเภอใจหรอกนะคะ ท่านอัครมหาเสนาบดี” เยว่เล่อเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามั่นคง เธอจงใจเน้นชื่อตำแหน่งนั้นเพื่อประกาศว่าเธอมิได้หวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่กำลังกดทับราชสำนัก
เหวินถิงเซียวค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด รัศมีแห่งความเย็นชาแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องดูจะลดต่ำลง เขามองสตรีเบื้องหน้าด้วยสายตาประดุจสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องเหยื่อ “สายตาที่เจ้าใช้มองฮ่องเต้... มันมิใช่สายตาของข้าหลวงที่จงรักภักดี และฮ่องเต้เองก็มิได้มองเจ้าในฐานะหมากตัวหนึ่งเช่นกัน ความสัมพันธ์ที่ไร้ซึ่งฐานันดรนี้... หากแพร่งพรายออกไปเพียงนิด ความตายก็ไม่อาจชดใช้ความผิดนี้ได้”
เยว่เล่อหันกลับไปประจันหน้า ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเพียงชั่ววูบก่อนจะกลับมาดุจผืนน้ำนิ่งสงบ “ท่านเข้าใจผิดแล้วค่ะ สิ่งที่ท่านเห็นเป็นเพียงจินตนาการของคนระแวงภัย การกอบกู้แผ่นดินที่แตกสลายย่อมต้องอาศัย ‘ความไว้วางใจ’ หากท่านมองว่านั่นคือความรัก ก็คงเป็นเพราะในใจท่านลึกๆ หวาดกลัวว่าอำนาจที่ท่านถือครองอยู่นั้น... กำลังจะสั่นคลอนเพราะความร่วมมือของเราใช่หรือไม่”
เหวินถิงเซียวแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมด้วยพิษร้าย “ร่วมมือหรือ? เจ้าเป็นเพียงเงาของความแค้นที่คอยชักใยคนโง่เขลา หวังว่าเมื่อถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกระหว่างความแค้นกับชีวิตของเขา เจ้าจะยังยืนหยัดคำพูดเดิมได้นะ”
เขาสะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานจางๆ ที่ทำให้เยว่เล่อรู้สึกวิงเวียน เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ความเปราะบางที่ซ่อนไว้พรั่งพรูออกมาผ่านลมหายใจที่สั่นเทา จ้าวหานตี้ปรากฏตัวขึ้นจากประตูลับหลังกำแพง ดวงตาของเขาฉายแววอาทร ทว่ามีความนัยที่เด็ดเดี่ยว
“เขาขู่เจ้าหรือ?” จ้าวหานตี้ถามพลางเดินเข้ามาใกล้ เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ถูกจำกัดด้วยขนบธรรมเนียมที่พวกเขาต้องแบกรับไว้
“ฝ่าบาท... ข่าวลือเรื่องเราเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ” เยว่เล่อเงยหน้ามองบุรุษผู้เป็นดั่งความหวังสุดท้ายของแผ่นดิน “หากท่านยังคงปกป้องข้าโดยไม่คำนึงถึงสายตาขุนนาง พวกเขาจะใช้จุดนี้ทำลายท่านก่อนที่จะถึงเวลาที่กำหนด”
จ้าวหานตี้ไม่ได้ตอบในทันที เขาเอื้อมมือไปหยิบพู่กันที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเขียนอักษรตัวเดียวลงบนกระดาษขาวสะอาด... *‘นิ่ง’*
“ศัตรูต้องการให้เราตื่นตระหนก เยว่เล่อ การที่คนพวกนั้นเริ่มจับตามองเรา นั่นแปลว่าสิ่งที่ข้าและเจ้ากำลังทำเริ่มสร้างบาดแผลให้พวกเขาแล้ว” เขาลดเสียงลงต่ำจนแทบเป็นเสียงกระซิบที่ชิดใบหู “อย่าได้หวั่นไหวกับคำขู่จากเงามืด สิ่งที่เจ้าต้องทำคือทำใจให้แข็งดั่งหินผา เพราะนับจากนี้ไป... ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเจ้าไปจากแผนการของเราได้อีก”
มือของเขาแตะลงบนหลังมือของเธอเพียงแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนน่าใจหาย แต่มันกลับเป็นจุดที่ทำให้เยว่เล่อตระหนักถึงความอันตราย ยิ่งใกล้กันเท่าใด ความตายก็ยิ่งก้าวเข้ามาใกล้เพียงนั้น
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจมอยู่ในความเงียบงัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงจำนวนมากก็ดังสนั่นมาจากระเบียงด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนของขันทีคนสนิทของไทเฮาที่แฝงไปด้วยความร้อนรน
“ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีการพบตราประทับลับของตระกูลหลี่ที่ถูกทำลายทิ้งในสวนต้องห้าม... และในนั้น... มีจดหมายโต้ตอบระหว่างฮ่องเต้กับหญิงสาวนางหนึ่งที่ระบุชื่อของเจ้าเอาไว้อย่างชัดเจน!”
เยว่เล่อหน้าถอดสี จ้าวหานตี้หันไปสบตากับเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นความเด็ดขาดทันที ประตูห้องทรงพระอักษรถูกผลักออกอย่างแรงโดยกลุ่มขุนนางที่นำโดยคนของอัครมหาเสนาบดีเหวิน พวกเขาไม่ได้มาเพื่อทูลขออภัย แต่มาเพื่อ ‘บังคับ’ ให้ฮ่องเต้เลือก
ในมือของเหวินถิงเซียวที่ก้าวตามเข้ามาทีหลังนั้น คือซองจดหมายสีชาดที่เยว่เล่อจำได้แม่นยำว่าเธอไม่เคยเขียนมันขึ้นมา... แต่ลายมือบนหน้าซองกลับเป็นลายมือของเธอโดยไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้เยว่เล่อในห้วงวิกฤตนี้ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 16
คำเตือนจากเงามืด
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!