ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 15

มิตรภาพในสนามรบการเมือง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“ฝ่าบาท... พระองค์ทรงแน่ใจแล้วหรือเพคะ ว่าการเดิมพันด้วยหมากกระดานนี้ จะไม่ทำให้แผ่นดินใต้ฝ่าพระบาทต้องสั่นคลอนไปมากกว่าที่เป็นอยู่?” เสียงของหลี่เยว่เล่อราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย นางยืนอยู่เบื้องหลังเงาของม่านปักลายมังกร มองแผ่นหลังของจ้าวหานตี้ที่ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหิน ท่ามกลางความมืดสลัวในห้องทรงอักษร ชายปริศนาผู้นั้นเพิ่งจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานจางๆ ที่ไม่คุ้นตา มันคือกลิ่นของดินปืนและสนิมเหล็ก จ้าวหานตี้ไม่หันกลับมามอง ทรงเพียงแต่ขยับปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเป็นจังหวะเชื่องช้า “ความสั่นคลอนคือสิ่งที่เหวินอัครมหาเสนาบดีปรารถนาที่สุด มิใช่หรือ เยว่เล่อ? หากข้าไม่กล้าล้มกระดานที่เขาเป็นคนวางไว้ ข้าก็คงเป็นได้เพียงหุ่นเชิดที่รอวันถูกเผาทำลายเท่านั้น” เยว่เล่อกำกระโปรงชุดแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด หัวใจของนางยังคงเต้นรัวด้วยความกังวลจากการเห็นแววตาของเขาเมื่อครู่ แววตาของพันธมิตรที่ซ่อนความลับบางอย่าง... บางอย่างที่อาจหมายถึงความตายของนางในอนาคต “แต่การเชื่อมโยงกับคนกลุ่มนั้น... ขันทีชั้นผู้น้อยในกรมอาลักษณ์และหน่วยรักษาการณ์ลับ พวกเขาก็แค่เบี้ยที่ใกล้ตาย ไม่ต่างจากหมอกควันหน้าพระราชวังหรอกเพคะ” “เบี้ยที่ไร้ค่าที่สุด มักเป็นตัวการที่ทำให้ขุนพลพ่ายแพ้ได้ หากเจ้าเลือกจะเดินให้ถูกช่อง” จ้าวหานตี้หมุนตัวกลับมา สายพระเนตรคมปลาบดุจกระบี่ที่เพิ่งถอดฝัก “เจ้าอยากรู้ไหมว่าเหตุใดข้าถึงเรียกเจ้ามาที่นี่ในยามวิกาล?” เขายื่นม้วนกระดาษประทับตราลับสีชาดให้แก่นาง เยว่เล่อรับมาด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อคลี่ออกอ่าน นัยน์ตาของนางก็เบิกกว้างขึ้น รายชื่อขันทีระดับสูงที่ดูแลคลังแสงและคลังพัสดุราชสำนัก ปรากฏเด่นชัด—ล้วนเป็นคนที่เยว่เล่อคิดมาตลอดว่าเป็นสายลับของอัครมหาเสนาบดีเหวิน! “นี่มัน...” “ใช่แล้ว พวกเขาไม่ใช่คนของเหวินหรอก พวกเขาเป็น ‘หนี้’ ที่ตระกูลหลี่ของเจ้าเคยสร้างไว้ต่างหาก” ถ้อยคำนั้นดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เยว่เล่อเงยหน้ามองฮ่องเต้หนุ่มด้วยความตกตะลึง ในความมืดมิดนั้น นางมองเห็นเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่นางเพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยที่เขาทรงเลือก แต่เป็น ‘มรดก’ ที่เขาต้องเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในยามที่เหมาะสม *** ยามราตรีกาล ณ เขตที่พักของเหล่าขันทีในเขตชั้นใน เสียงฝีเท้าเบาหวิวของเยว่เล่อดังสะท้อนท่ามกลางโถงทางเดินแคบๆ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและน้ำมันตะเกียงอบอวลไปทั่ว นางรู้ดีว่าที่นี่คือ ‘หูตา’ ของพระราชวัง หากก้าวผิดเพียงก้าวเดียว คมมีดในเงามืดอาจจะปาดคอของนางได้ทุกเมื่อ นางหยุดยืนอยู่หน้าห้องพักของ ‘กงกงอาวุโสจาง’ ชายชราผู้ดูแลบัญชีลับของคลังพัสดุ ที่คนทั้งวังต่างก้มหัวให้แต่ก็รังเกียจในความเงียบขรึมของเขา “ข้ามีของบางอย่างมาคืนให้แก่เจ้าของเดิม” เยว่เล่อกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง ไม่มีความเกรงกลัวในแววตา ประตูกระดาษเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าย่นยับของชายชรา เขามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อเห็นตราประทับตระกูลหลี่ที่เยว่เล่อชูขึ้น “ท่านหญิง... ท่านยังมีชีวิตอยู่?” เสียงของเขาสั่นเครือราวกับใบไม้แห้ง “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟื้นคืนอดีต แต่มาเพื่อทวงคืนความถูกต้อง” เยว่เล่อก้าวเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงของกาลเวลา “ท่านรับใช้เหวินอัครมหาเสนาบดีมานานเพียงพอแล้ว ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าสักวันหนึ่ง เขาจะเขี่ยท่านทิ้งเหมือนกับขยะที่ไร้ประโยชน์?” กงกงจางหัวเราะแหบแห้ง “เขามีกุมจุดอ่อนชีวิตของลูกหลานข้าไว้ ท่านหญิง ท่านคิดว่าชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของข้าจะกล้าทำอะไรได้?” เยว่เล่อขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางทำให้ชายชราต้องชะงัก “ถ้าหากข้าบอกว่า ข้าสามารถส่งตัวลูกหลานของท่านออกไปจากเมืองหลวงได้ก่อนรุ่งสางนี้ล่ะ? ท่านไม่จำเป็นต้องภักดีต่อใคร นอกจากความจริงที่ว่า อัครมหาเสนาบดีคือคนสั่งการสังหารตระกูลหลี่... และท่านคือพยานเพียงหนึ่งเดียวที่เก็บสมุดบัญชีนั้นไว้” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง ขันทีผู้อาวุโสจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า สลับกับมองม้วนกระดาษในมือของนาง ราวกับเขากำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความกลัวและความแค้นที่ถูกกดทับมานับสิบปี “ท่านต้องการอะไรจากคนใกล้ตายเช่นข้า?” “ข้าต้องการ ‘ความจริง’ ที่จะทำให้เหวินอัครมหาเสนาบดีต้องหลั่งเลือด” เยว่เล่อกล่าวพลางวางถุงเงินหนักอึ้งลงบนโต๊ะ “และต้องการมิตรภาพของพวกท่านในยามที่ข้าต้องก้าวเข้าสู่สนามรบที่ไม่มีวันหันหลังกลับ” ชายชราถอนหายใจยาว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหีบไม้ใบเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นกระดานออกมา เขาค่อยๆ เลื่อนมันมาทางนาง “นี่คือบัญชีส่วยและรายชื่อสายลับที่ฝังตัวอยู่ในกรมทหาร แต่จำไว้ให้ดีท่านหญิง... ศัตรูของเราไม่ได้มีเพียงคนเดียว ฮ่องเต้ที่ท่านกำลังร่วมมือด้วย... เขาก็มีแผนที่ซ่อนเร้นไม่แพ้กัน” เยว่เล่อหัวใจกระตุกวูบ แต่นางทำเพียงพยักหน้าเงียบๆ นางรู้ดีว่านี่คือเกมที่ต้องอาศัยการทรยศหักหลังเป็นเครื่องมือ นางรับหีบไม้นั้นมาด้วยมือที่มั่นคง ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มองครักษ์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพักของกงกงจาง พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำให้นางแทบหยุดหายใจ “ตรวจพบผู้บุกรุกในเขตหวงห้าม! อัครมหาเสนาบดีมีคำสั่งให้จับตายผู้ที่แอบลักลอบเข้ามาที่นี่ทุกคน!” ประตูห้องถูกถีบจนพังครืน แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดเข้ามา เยว่เล่อหันไปมองกงกงจางที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือด เขากระซิบด้วยเสียงอันเบาหวิว “ท่านหญิง... ดูเหมือนจะมีคนทรยศเราตั้งแต่นาทีที่ท่านก้าวเข้ามาในนี้แล้ว” เยว่เล่อชักกริชสั้นที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อออกมา พร้อมกับหมุนตัวประจันหน้ากับเงาร่างของคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง... คนผู้นั้นไม่ใช่ทหารของอัครมหาเสนาบดี แต่เป็นชายสวมหน้ากากเหล็กที่นางเคยเห็นข้างกายจ้าวหานตี้เมื่อตอนกลางวัน! ความจริงที่ว่า ‘ฮ่องเต้’ เป็นผู้ปล่อยข่าวการมาของนางในครั้งนี้ เพื่อสังเวยนางให้เป็นหมากตัวสำคัญในการบีบให้เหวินอัครมหาเสนาบดีต้องเผยตัวตนออกมา กระแทกเข้ากลางใจของนางอย่างจัง นางถูกหักหลังโดยผู้ที่นางควรจะไว้ใจที่สุดเสียแล้ว! *** หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกถึงความกดดันและเข้มข้นที่ ‘หลิวเยี่ยนซี’ ตั้งใจมอบให้ทุกท่านนะคะ แล้วมาติดตามกันต่อในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%