“เจ้าทำอะไรลงไป... อาหลิน?”
เสียงของหลี่เยว่เล่อราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายดูจะเบาบางลง นางวางผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมช้าๆ สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองไปยังร่างของหญิงรับใช้คนสนิทที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูห้องลับ
อาหลินไม่ได้ตอบ นางเพียงแต่ก้มหน้าต่ำ ฝ่ามือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด บนพื้นเบื้องล่าง ร่างของทหารองครักษ์กลุ่มที่บุกเข้ามาเมื่อครู่ยังคงนอนแน่นิ่ง กลิ่นฉุนของสารพิษในอากาศยังไม่จางหาย แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่ากลิ่นนั้น คือความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วเรือนพัก
“ข้าถามว่า เจ้าทำอะไรลงไป” เยว่เล่อก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของนางมั่นคงและสง่างามดั่งพญาหงส์ “กลิ่นของเลือดผสมผงกุหลาบดำที่ข้าสั่งให้เจ้าเป็นคนเตรียมเพียงคนเดียว เหตุใดมันถึงไปอยู่ในมือของคนของอัครมหาเสนาบดีเหวินได้”
อาหลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสุกสกาวด้วยความซื่อสัตย์บัดนี้กลับพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา “คุณหนู... บ่าวไม่มีทางเลือก ท่านแม่ของบ่าว... พวกเขาจับตัวนางไป”
เยว่เล่อหยุดชะงัก สายตาที่เคยเฉยชาทอประกายแห่งความผิดหวัง “การหักหลังเพราะความรัก... เป็นเรื่องที่ข้าพอจะเข้าใจได้ แต่อาหลิน เจ้าอยู่กับข้ามาตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างตัว เจ้าควรจะรู้ว่าการเลือกเดินหมากตานี้ คือการทำลายลมหายใจของตัวเจ้าเอง”
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด บานประตูห้องก็ถูกผลักออกด้วยแรงมหาศาล จ้าวหานตี้ในชุดฉลองพระองค์สีเข้มก้าวเข้ามาอย่างรีบร้อน ในพระหัตถ์ถือม้วนฎีกาที่ยับย่น ราวกับทรงเพิ่งผ่านเหตุการณ์วิกฤตมาจากท้องพระโรง
“เยว่เล่อ! เจ้ายังมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่?” พระสุรเสียงของฮ่องเต้สั่นพร่าเล็กน้อย ทรงถอนหายใจยาวเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวที่ตนวางใจที่สุดยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ทว่าเมื่อพระเนตรเหลือบไปเห็นอาหลินที่ทรุดตัวลงกับพื้น ความสงสัยก็เข้าแทนที่ “นี่มันเรื่องอะไรกัน”
เยว่เล่อหันไปสบตาฮ่องเต้ สายตาคู่นั้นสื่อสารความนัยอย่างรวดเร็ว—*เรื่องนี้เป็นรอยรั่วจากคนใน*
“ฝ่าบาท เสด็จมาได้ถูกเวลาพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังฮ่องเต้ อัครมหาเสนาบดีเหวินก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าที่เคยเปื้อนยิ้มอย่างจอมปลอมบัดนี้กลับเย็นเยือกดุจน้ำแข็ง “ในเมื่อคนใกล้ตัวของพระสนมเยว่เล่อสารภาพหมดสิ้นแล้วว่า นางมีส่วนร่วมในการลอบวางยาพิษเหล่าองครักษ์เพื่อเตรียมการก่อกบฏ... กระหม่อมคงต้องขออนุญาตนำตัวนางไปสอบสวนตามกฎมณเฑียรบาล”
เยว่เล่อแค่นหัวเราะในลำคอ นางก้าวขวางหน้าอาหลินเอาไว้ “อัครมหาเสนาบดี ท่านช่างมีความสามารถในการจัดฉากได้รวดเร็วเสียจริง จับตัวประกันไว้ ข่มขู่คนสนิท ให้เขาหักหลังนายตนเอง แล้วสุดท้ายก็ทำตัวเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมมาจับกุมคนของข้า ท่านไม่คิดว่ามันดูตื้นเขินไปหน่อยหรือ?”
เหวินหรี่ตาลง “พระสนมพูดจาระวังปากด้วย หากหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ ต่อให้เป็นพระสนม ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความผิดฐานสมคบคิดได้”
“หลักฐานหรือ?” เยว่เล่อก้าวเข้าไปใกล้ชายชราผู้นั้น กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนางทำให้เหวินต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดระแวง “ท่านคิดว่าข้าจะเป็นคนไม่ระวังตัวถึงขนาดให้คนสนิทถือสิ่งของที่เป็นอันตรายต่อชีวิตข้าไว้กับตัวงั้นหรือ?”
นางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมขึ้นมาสะบัดอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีกลิ่นฉุน แต่เป็นกลิ่นหอมของกำยานที่ทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกมึนงงชั่วขณะ “อาหลินไม่ได้ทรยศข้าในแง่ของเนื้อหาข้อมูล แต่นางทำตามแผนที่ข้าสั่งให้เล่นละครตบตาท่านต่างหาก! สิ่งที่ท่านถืออยู่ในมือและส่งให้คนของท่านใช้เมื่อครู่... ไม่ใช่ยาพิษ แต่มันคือผงเร่งปฏิกิริยาที่จะทำให้ผู้ที่สูดดมเข้าไปเผยความลับที่ซ่อนอยู่ในใจออกมา”
ทันใดนั้น ทหารองครักษ์ที่นอนล้มลงกับพื้นเริ่มละเมอออกมาด้วยเสียงอันดัง พวกเขาพรรณนาถึงสถานที่เก็บซ่อนบัญชีลับการฉ้อราษฎร์บังหลวงและตราประทับปลอมของอัครมหาเสนาบดีเหวินอย่างไม่หยุดหย่อน!
สีหน้าของเหวินเปลี่ยนจากมั่นใจเป็นซีดเผือด เขาหันไปมองฮ่องเต้ที่บัดนี้พระพักตร์เปลี่ยนเป็นดุดันและทรงอำนาจเกินกว่าที่เขาเคยประเมินไว้
“จับตัวมันไว้!” จ้าวหานตี้รับสั่งก้อง
เหวินตระหนักได้ทันทีว่าตนตกหลุมพรางที่วางไว้ด้วยความประมาท เขาชักกระบี่ที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อหมายจะพุ่งเข้าหาฮ่องเต้ในระยะประชิด แต่เยว่เล่อไวกว่า นางผลักอาหลินให้พ้นทางแล้วหยิบปิ่นปักผมที่ลับจนคมกริบเสียบเข้าที่จุดตายบนบ่าของเหวินจนเขาร้องลั่น
กระบี่ร่วงหล่นลงพื้น ทหารองครักษ์ที่เหลือรุดเข้ามาล้อมจับอัครมหาเสนาบดีผู้น่าเกรงขามไว้ได้ในที่สุด
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทัพรักษาพระนครอีกกลุ่มหนึ่งก็ดังกึกก้องมาจากนอกประตูห้อง แต่ทหารกลุ่มนี้กลับไม่ใช่อำนาจของฮ่องเต้... พวกเขาคือคนของ "ไทเฮา" ผู้ที่กุมอำนาจเบื้องหลังทั้งหมด และนางก็กำลังก้าวเข้ามาในห้องพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเยว่เล่อกระตุกวูบ
“เล่นสนุกกันพอหรือยัง?” ไทเฮาเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะปรายตามองไปยังอาหลินที่นอนร้องไห้ “เจ้าเด็กโง่... เจ้าคิดหรือว่าความรักที่มีให้แม่ของเจ้า จะช่วยรักษาชีวิตนางไว้ได้หากข้าไม่ต้องการ?”
ประตูห้องปิดตายลงพร้อมกับกลอนล็อคจากภายนอก เยว่เล่อมองเห็นเงาของทหารธนูที่เตรียมพร้อมอยู่บนระเบียงด้านนอก ความหวังที่จะรอดพ้นในคืนนี้ดูจะริบหรี่ลงทุกขณะ
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันในตอนนี้นะคะ!
ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 35
การหักหลังของคนสนิท
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!