"ฝีมือของคนใกล้ตัว... ช่างเป็นวิธีประหารชีวิตที่น่าอับอายยิ่งนักนะท่านอัครมหาเสนาบดี"
ข้าเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงโลหะกระทบกัน กลิ่นคาวเลือดจางๆ เริ่มอบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืน มือขวากระชับกระบี่อ่อนที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อแน่น ในขณะที่เงาสีดำเบื้องหน้าขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ตราประทับบนด้ามดาบเหล่านั้นไม่ได้มีไว้เพื่อข่มขู่ แต่มันคือคำประกาศิตว่า 'ผู้ที่เห็นตรานี้ ต้องไม่มีลมหายใจกลับไปถึงตำหนักบรรทม'
จ้าวหานตี้ที่ยืนอยู่เคียงข้างข้าไม่ได้หยิบอาวุธขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ข้าเห็นแล้วยังต้องหนาวสะท้าน เขาขยับกายเข้ามาบังร่างข้าไว้ครึ่งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ดังก้องไปทั่วตรอกมืด "เหวินเหอชิงคงลืมไปว่า... หมาที่เลี้ยงไว้ข้างตัว ยิ่งดุร้ายเพียงใด ยิ่งกัดเจ้าของได้เจ็บแสบเท่านั้น"
สิ้นเสียงของฮ่องเต้ เสียงผิวปากแหลมคมก็ดังขึ้นจากมุมมืด ทหารองครักษ์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของหลังคาพุ่งตัวลงมาเหมือนฝนดาวตก การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ข้าไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าหาเงาสีดำที่พยายามจะประชิดตัวจ้าวหานตี้ กระบี่อ่อนตวัดผ่านคอหอยของมือสังหารคนหนึ่งอย่างแม่นยำ เลือดอุ่นๆ กระเซ็นมาโดนใบหน้า แต่ข้าไม่มีเวลาเช็ดมันออก
"อย่าให้ใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!" ข้าตวาดสั่ง
จ้าวหานตี้ไม่ได้ตอบโต้ด้วยการฆ่าฟัน เขาหันมาสบตาข้า สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับเสียงการต่อสู้ "เยว่เล่อ... ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปแล้ว เส้นทางมุ่งหน้าสู่แคว้นเป่ยหลิงถูกเปิดออกแล้วโดยคนของเรา"
ข้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความนัย "ท่านวางแผนไว้หมดแล้ว? ที่ล่อเราออกมาที่นี่..."
"เพื่อแลกกับลมหายใจของคนสนิทเหวินเหอชิงที่แฝงตัวอยู่กับเรามานาน" เขาตอบเพียงแค่นั้น ก่อนจะผลักข้าไปด้านหลัง "ไปเถิด อย่าให้ความพยายามของข้าและเจ้าต้องเสียเปล่า แคว้นพันธมิตรเพียงแห่งเดียวที่จะคานอำนาจขุนนางกังฉินได้ คือเป่ยหลิง... เจ้าต้องทำให้องค์ชายจงหานเชื่อใจเจ้าให้ได้"
ข้าเม้มริมฝีปากแน่น ความแค้นในใจเต้นเร่าดุจเปลวเพลิง ข้ารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาแห่งการร่ำลา ข้าหันหลังกลับแล้วทะยานร่างขึ้นสู่หลังคา ทิ้งให้จ้าวหานตี้เผชิญหน้ากับพายุแห่งการล้างบางในตรอกนั้นเบื้องหลัง
***
การเดินทางข้ามชายแดนในค่ำคืนที่พายุฝนกำลังตั้งเค้าเป็นเรื่องยากลำบาก แต่ความกดดันในใจของข้าหนักอึ้งกว่าหลายเท่า หากข้าพลาด นั่นหมายถึงจุดจบของจ้าวหานตี้ และความตายของตระกูลข้าที่ยังไม่ได้รับการสะสาง ข้าใช้เวลาเดินทางสามวันเต็มจนถึงพรมแดนเป่ยหลิง ที่นั่น... ผู้ที่รอข้าอยู่ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นสตรีในชุดบุรุษที่ขี่ม้าสีหมอกรออยู่ใต้ต้นสนยักษ์
นางงดงาม ทว่าแววตาดุดันเหมือนพยัคฆ์ "หลี่เยว่เล่อใช่หรือไม่?"
"ข้าคือคนของฝ่าบาท" ข้าตอบ พร้อมชูหยกมังกรคู่ที่เป็นตราประทับลับเพียงหนึ่งเดียวที่จ้าวหานตี้มอบให้ข้า
นางรับหยกไปตรวจสอบด้วยสายตาเฉียบคม ก่อนจะเก็บมันเข้าอกเสื้อ "ข้าคือเยี่ยหราน องค์หญิงแห่งเป่ยหลิง... ท่านมาสายไปครึ่งชั่วยาม และนั่นอาจทำให้ข้อตกลงลับของเราล่มไม่เป็นท่า"
"สถานการณ์ที่เมืองหลวงกำลังบีบคั้น ข้าเกรงว่าศัตรูเริ่มไหวตัวทัน" ข้าลงจากหลังม้าและโค้งตัวให้นางอย่างให้เกียรติ "ข้ามาที่นี่เพื่อยื่นข้อเสนอที่แคว้นของท่านปฏิเสธไม่ได้"
เยี่ยหรานกระตุกยิ้ม "ข้อเสนอที่ว่าคืออะไร? การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีหรือ? น่าเบื่อนัก"
"ไม่ใช่การแต่งงาน แต่คือ 'หัวใจของเหวินเหอชิง'" ข้าจ้องลึกเข้าไปในตาของนาง "ข้ามีรายชื่อสายลับของอัครมหาเสนาบดีเหวินที่ฝังตัวอยู่ในเป่ยหลิง และข้าจะมอบมันให้ท่าน... แลกกับการที่กองทัพม้าของท่านจะเข้าโอบล้อมเมืองหลวงในวันงานฉลองครองราชย์ปีที่สิบ"
เยี่ยหรานชะงักไปเล็กน้อย นางก้าวเข้ามาใกล้ข้าจนได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศจากตัวนาง "เจ้าช่างกล้าหาญนัก... หลี่เยว่เล่อ รู้ตัวหรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าทำอยู่คือการกบฏต่อแผ่นดินตนเอง?"
"ข้าไม่ได้กบฏต่อแผ่นดิน" ข้าตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท "ข้ากำลังทำความสะอาดราชสำนักจากปรสิตที่กัดกินหัวใจของมัน"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของม้านับสิบตัวก็ดังกึกก้องมาจากทิศทางที่ข้าเพิ่งขี่ผ่านมา ข้าหันไปมองด้วยความฉงน นี่ไม่ใช่ทหารของเป่ยหลิง และไม่ใช่ทหารของจ้าวหานตี้! เยี่ยหรานเองก็หน้าเปลี่ยนสี นางชักดาบออกมาทันที
"หลี่เยว่เล่อ... ดูเหมือนสิ่งที่เจ้าพูดเมื่อครู่ จะมีคนตามมาพิสูจน์ถึงที่นี่" เยี่ยหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
ข้าเพ่งมองไปยังเงาร่างที่ควบม้าเข้ามาใกล้ ท่ามกลางแสงคบเพลิงที่สลัวราง ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นค่อยๆ ดึงผ้าปิดหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจข้าแทบหยุดเต้น... เขาไม่ใช่คนของเหวินเหอชิง แต่คือพี่ชายที่ข้าคิดว่าตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อนในเหตุการณ์กวาดล้างตระกูล!
"เจ้ามาอยู่นี่เอง น้องรัก" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าขนลุก พร้อมกับชี้ปลายดาบมาที่ลำคอของข้า "ข้าตามหาเจ้ามานาน... เพื่อที่จะส่งเจ้าไปอยู่กับท่านพ่อและท่านแม่ในปรโลกเสียที"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับเส้นทางสายการเมืองที่เข้มข้นในบทนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตาม "ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ" มาโดยตลอดค่ะ หลิวเยี่ยนซี
ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ•ตอนที่ 41
การทูตลับ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับหยกบรรณาการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!