เสียงกระแทกเบาๆ ของแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้สักสะท้อนก้องในความเงียบยามดึก เรนินถอนหายใจยาวจนไหล่บางลู่ลง ปลายลิ้นเรียวแตะริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว รสชาติของซุปเห็ดทรัฟเฟิลฝีมือเชฟหน้านิ่งเมื่อหัวค่ำยังคงติดตรึงอยู่ปลายประสาทสัมผัส มันไม่ใช่แค่ความอร่อยระดับมิชลินสตาร์ที่เธอเคยชิมมานับไม่ถ้วน แต่มีบางอย่าง... บางรสชาติที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความนุ่มละมุนนั้น ที่ทำให้หัวใจของนักวิจารณ์อาหารปากกล้าอย่างเธอปั่นป่วนจนนอนไม่หลับ
ห้องครัวของร้านอาหารปิดทำการไปนานแล้ว แต่ด้วยความที่เรนินลืมสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดไว้บนเคาน์เตอร์บาร์ เธอจึงถือวิสาสะไขประตูเข้ามาหยิบด้วยตัวเอง ความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ทำให้ห้องครัวที่คุ้นเคยดูแปลกตาไปถนัดตา
ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะสะดุดเข้ากับสมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนาที่วางอยู่บนชั้นเตรียมวัตถุดิบ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาพลิกดู
"ไดอารี่เมนูงั้นเหรอ?" เรนินพึมพำกับตัวเองเบาๆ เสียงของเธอเบาหวิวราวกับกลัวว่าความเงียบรอบตัวจะแตกสลาย
ทันทีที่เปิดหน้าแรกออก กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและหมึกซึมก็ลอยแตะจมูก ลายมือหวัดแต่เป็นระเบียบเรียบร้อยปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่แค่สมุดบันทึกสูตรอาหารทั่วไป เพราะทุกๆ หน้าจะมีบันทึกข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือของพันวา เชฟหนู่นิ่งผู้ไม่เคยปริปากพูดคำหวานกับใคร แต่ทว่า... ข้อความในนี้กลับเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของคนอ่านเต้นผิดจังหวะ
*‘วันที่ 12 มีนาคม... เธอบ่นว่าซุปมะเขือเทศเปรี้ยวเกินไป ทั้งที่ฉันตั้งใจเคี่ยวตามสูตรดั้งเดิมแท้ๆ แต่พอเห็นเธอย่นจมูกแบบนั้น... ครั้งหน้าฉันจะลดความเปรี้ยวลงครึ่งหนึ่ง เพื่อเธอ’*
เรนินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำว่า ‘เพื่อเธอ’ ในบรรทัดนั้นสะท้อนก้องในหัว สมองของเธอประมวลผลย้อนกลับไปถึงวันที่เธอกล่าววิจารณ์อาหารของเขาอย่างเผ็ดร้อนในคอลัมน์ดัง วันนั้นพันวาทำหน้าตายใส่เธอ ยืนกรานเสียงแข็งว่าอาหารของเขาไร้ที่ติ แต่ใครจะรู้ว่าลับหลัง... เขาจดมันลงในสมุดบันทึกเล่มนี้ และแอบปรับเปลี่ยนสูตรตามคำวิจารณ์ของเธอทุกกระเบียดนิ้ว!
นิ้วเรียวพลิกกระดาษไปทีละหน้า ความร้อนผ่าวเริ่มแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียน ยิ่งอ่านลึกซึ้งเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งค้นพบตัวตนอีกด้านหนึ่งของเชฟหน้านิ่งที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ไดอารี่เล่มนี้ไม่ได้บันทึกแค่สัดส่วนเครื่องปรุง แต่มันบันทึก ‘ความรู้สึก’ ที่เขามีต่อเธอนับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในร้าน
*‘วันที่ 28 เมษายน... เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมเดิม สั่งสเต็กปลาแซลมอนแล้วเขี่ยผักบล็อกโ컬ออกไว้ข้างจานเสมอ ยัยตัวแสบเอ๊ย... ไม่ยอมกินผักเอาเสียเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องลองซ่อนวิตามินไว้ในซอสครีมขาวดู หวังว่าเธอจะจับไม่ได้นะ’*
เรนินเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกขัดเคืองใจที่เคยมีต่อความเย่อหยิ่งของเขา มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นซ่านลึกที่แผ่ขยายอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก คนอะไร... ปากแข็งเป็นหิน แต่กลับแอบใส่ใจเธอในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
เธอพลิกมาถึงหน้าปัจจุบัน หน้ากระดาษถูกเปิดค้างไว้ที่สูตรอาหารเมนูใหม่ล่าสุด ลายมือของพันวายังคงชัดเจน แต่ข้อความด้านล่างกลับทำให้เรนินต้องหยุดหายใจ
*‘วันที่ 15 ตุลาคม... วันนี้เธอยิ้มให้ฉันด้วยรอยยิ้มที่สวยที่สุด รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากการทำงาน ไม่ใช่รอยยิ้มแบบนักวิจารณ์อาหาร แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันอยากทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งไปโอบกอดเธอไว้... เรนิน เธอรู้ตัวไหมว่าเธอกำลังขโมยหัวใจของเชฟคนนี้ไปทีละนิดแล้ว’*
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง เรนินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าและลำหางตา สมุดบันทึกในมือสั่นน้อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ความรู้สึกหลากหลายตีรวนอยู่ในอก ทั้งเขินอาย ตื้นตัน และหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอก้มมองตัวอักษรเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา ราวกับต้องการยืนยันว่าสิ่งที่เธอกำลังอ่านอยู่นั้นไม่ใช่ความฝัน
"แอบอ่านของส่วนตัวแบบนี้... ไม่น่ารักเลยนะครับ, คุณนักวิจารณ์"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดบริเวณทางเข้าห้องครัว ทำให้เรนินสะดุ้งสุดตัว สมุดในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น
เรนินรีบหันขวับกลับไปมอง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อร่างสูงโปรดของพันวายืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับพราวระยับไปด้วยความเอ็นดูและความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอาเรนินพูดไม่ออก
พันวาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว แสงเงาจากเงาจันทร์ที่ทาบทับลงบนตัวเขา ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำ
"อะ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..." เรนินอ้าปากปฏิเสธเสียงตะกุกตะกัก ความมั่นใจที่เคยมีหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อสติปัญญาที่มีทั้งหมดถูกแช่แข็งไว้ที่แววตาคู่คมที่กำลังจดจ้องมาใกล้เรื่อยๆ
พันวาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของชายหนุ่มลอยปะปนกับกลิ่นจางๆ ของแป้งทำขนม มือหนายื่นออกมาช้าๆ ก่อนจะปลายนิ้วอุ่นจัดจะแตะเบาๆ ที่มุมสมุดบันทึกในมือเธอ แล้วดึงมันออกไปอย่างนุ่มนวล โดยที่สายตาคมยังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัดของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"อ่านถึงไหนแล้วล่ะครับ..." พันวาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาเรนินขนลุกซู่ไปทั้งตัว "หน้าสุดท้าย... ที่ผมสารภาพความจริง หรือว่าอยากให้ผมพูดมันออกมาให้ฟังตรงนี้... ดีล่ะครับ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 7
ความลับในไดอารี่เมนู
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!