เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 8

อุบัติเหตุหน้าเตา

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถอยไปนะพันวา!" เรนินสะفัดตัวออกจากวงแขนแกร่งที่กักขังเธอไว้ชิดเคาน์เตอร์ครัว ลมหายใจอุ่นๆ ที่ยังคงวนเวียนอยู่ข้างใบหูเมื่อครู่ทำเอาสติที่สะสมมาตลอดชีวิตเกือบจะกระเจิง ใบหน้าสวยเฉี่ยวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนเธอต้องแกล้งยกมือขึ้นปัดป้องราวกับแมวขู่ฟ่อเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก พันวาไม่ได้ถอยร่นตามแรงผลัก เขากลับยืนนิ่ง ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ ด้วยท่าทีสบายๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองท่าทางตื่นตระหนกของเธอด้วยประกายความขบขันระคนเอ็นดู "หน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนั้น... คุณยังอ่านไม่จบจริงๆ ด้วยสินะครับ เรย์" "ฉันจะอ่านมันหรือเปล่ามันก็เรื่องของฉัน นายไม่มีสิทธิ์มา..." "มีสิทธิ์สิครับ ก็ผมเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองกับมือ" เชฟหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปประชิดอีกนิด บังคับให้เธอต้องเอนตัวหนีจนแผ่นหลังแนบชิดกับตู้เก็บของด้านหลัง "หรือว่า... กลัวว่าตอนจบมันจะไม่เป็นอย่างที่ใจคิดล่ะครับ ถึงไม่กล้าเปิดอ่านต่อ?" ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว! ในฐานะนักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้า เรนินผ่านสมรภูมิการปะทะฝีปากกับเชฟระดับมิชลินและเจ้าของร้านอาหารชื่อดังมานักต่อนัก เธอไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น แต่ทำไมเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ชื่อพันวาคนนี้ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้ทรยศด้วยการเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกทุกที "ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!" เธอยืดอกขึ้น เชิดคางใส่อย่างถือดี พยายามดึงความมั่นใจทั้งหมดกลับคืนมา "แค่คิดว่าบรรยากาศในครัวตอนนี้มันชักจะร้อนเกินไป... แล้วอีกอย่าง นายควรจะกลับไปจัดการกับสเต็กบนเตาก่อนที่มันจะไหม้เป็นถ่านมากกว่ามาเล่นเกมประสาทกับฉันนะ เชฟพันวา" พันวาสบตาเธอนิ่งอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ—เสียงทุ้มต่ำที่สั่นอยู่ในอกทำเอาเรนินต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ห่วงสเต็ก... หรือว่าห่วงคนยืนคุมเตากันแน่ครับ?" เขายอมผละตัวถอยออกไปในที่สุด เปิดโอกาสให้เรนินได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ทว่าความร้อนระอุที่เขาทิ้งไว้ในอากาศรอบตัวเธอกลับไม่ได้จางหายตามไปด้วยเลยแม้แต่น้อย แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมระย้าเหนือเคาน์เตอร์ครัวสาดส่องลงมากระทบเรือนร่างสูงโปรดของพันวาในขณะที่เขากลับไปจัดการกับกระทะตรงหน้า ท่าทางคล่องแคล่วและจริงจังของเชฟหนุ่มยามเมื่อจับตะหลิวหรือควบคุมความร้อนคือเสน่ห์ร้ายกาจที่ต่อให้เรนินพยายามหลับตาเมินเฉยสักแค่ไหน ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันดึงดูดสายตาของเธอได้อย่างชะงัด บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงน้ำมันเดือดเบาๆ และกลิ่นหอมกรุ่นของเนยกระเทียมที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว เรนินยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์มองแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงอย่างใช้ความคิด เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว คำสารภาพ... หน้าสุดท้าย... ความจริงที่พันวาซ่อนเอาไว้คืออะไรกันแน่? ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาที่เธอต้องแวะเวียนมาที่ร้านนี้ในฐานะนักวิจารณ์อาหารเพื่อเขียนคอลัมน์ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเชฟหนุ่มจอมกวนประสาทคนนี้ก้ำกึ่งอยู่ระหว่างเส้นบางๆ ของคู่กัดกับความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้พวกเขาโคจรมาใกล้กันเรื่อยๆ "ถ้ายังยืนมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีก..." เสียงทุ้มดังขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ละสายตาจากกระทะ "ระวังคุณจะไม่ได้กินแค่มื้อค่ำนะครับ เรย์" เรนินสะดุ้งเล็กน้อย รีบเบนสายตาหนีไปทางอื่นทันที "หลงตัวเองชะมัด ใครเขามองนายกัน เลิกเพ้อเจ้อแล้วรีบๆ ทำอาหารให้เสร็จสักทีเถอะ ฉันหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วนะ!" "ครับๆ ทราบแล้วครับ คุณนักวิจารณ์ปากร้าย" พันวาอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ทีเรนินจะได้เห็น และทุกครั้งที่มันปรากฏขึ้น มันมักจะทำให้โลกทั้งใบของเธอดูสว่างไสวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เชฟหนุ่มจัดการจัดจานสเต็กเนื้อย่างความสุกกำลังดีราดด้วยซอสไวน์แดงสูตรพิเศษเคียงด้วยผักย่างสีสันสดใสอย่างประณีต ก่อนจะยกจานมาวางตรงหน้าเรนินที่นั่งรออยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ "เชิญครับ... เมนูพิเศษสำหรับคนปากแข็งโดยเฉพาะ" เรนินก้มมองอาหารตรงหน้า กลิ่นหอมเย้ายวนเตะจมูกจนต่อมน้ำลายทำงานทันที เธอหยิบส้อมและมีดขึ้นมาตัดเนื้อชิ้นพอดีคำแล้วส่งเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติ รสสัมผัสของเนื้อที่นุ่มละมุนละลายในปากผสานกับความเข้มข้นกลมกล่อมของซอสทำให้ดวงตากลมโตเป็นประกายขึ้นมาโดยอัตโนมัติ "เป็นยังไงบ้างครับ?" พันวายืนเท้าแขนกับเคาน์เตอร์ เอียงคอมองเธอด้วยแววตาคาดหวังเล็กน้อย เรนินแกล้งทำเป็นเคี้ยวช้าๆ ทำหน้าครุ่นคิดราวกับกำลังหาจุดบกพร่อง ทั้งที่ในใจยอมรับไปตั้งแต่คำแรกแล้วว่ามันอร่อยจนแทบจะกราบ "ก็... งั้นๆ แหละค่ะ ซอสเค็มไปนิด เนื้อก็เหนียวไปหน่อยสำหรับรสนิยมของฉันนะ" เชฟหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดูลอยละล่องไปชั่วขณะก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะชิด "จริงเหรอครับ? แต่ผมชิมก่อนเสิร์ฟตั้งสามรอบนะ หรือว่า... ที่คุณว่าไม่อร่อยเนี่ย เป็นเพราะคุณกำลังเขินผมจนลิ้นเพี้ยนกันแน่ หื้ม?" "ใครเขินนาย! นายอย่ามามโนนะพันวา!" เรนินสำลักน้ำลายตัวเองทันที หน้าแดงแจ๋ด้วยความโกรธปนอาย เธอยกมือขึ้นชี้หน้าเขา "บอกว่าไม่ได้เขินไงเล่า!" "โอเคๆ ไม่เขินก็ไม่เขินครับ" พันวายอมยกมือสองข้างขึ้นอย่างยอมจำนน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา "งั้นกินให้อิ่มนะครับ เพราะหลังจากนี้... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว" เรนินชะงักมือที่กำลังจะตักคำต่อไป เธอมองหน้าเขาอย่างระแวดระวัง "เรื่องอะไรอีก?" "เรื่องที่เราค้างคาไว้ไงครับ..." พันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนเรนินใจเต้นรัว "เรื่องที่คุณแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณมาตลอด..." ยังไม่ทันที่เรนินจะได้อ้าปากเถียงหรือหาทางหนีทีไล่ เสียงกริ่งสัญญาณหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงผลักประตูกระจกที่เปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่น ตามด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนก้องเข้ามาในครัว "เฮ้ย! ไอ้พันวา! อยู่ในครัวใช่ไหมวะ มึงรู้ยังว่าอีตาบรรณาธิการสำนักพิมพ์คู่แข่งมันกำลังจะ..." ร่างสูงของเพื่อนสนิทเชฟหนุ่มพุ่งพรวดเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—เรนินที่กำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ โดยมีพันวาที่โน้มตัวคร่อมร่างเธอเอาไว้ในระยะประชิด บรรยากาศในครัวหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที พันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ขณะที่เรนินหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักว่าบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาในเวลานี้... คือใคร ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นบทต่อไปด้วยกันค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%