"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าตัดสินชีวิตคนอื่นด้วยตัวหนังสือไม่กี่บรรทัด!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบมาตลอด บัดนี้กลับสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้จนถึงขีดสุด บรรยากาศภายในครัวเปิดโล่งของร้าน *The Hearth* ยามนี้เย็นเยียบราวกับติดลบ แม้เตาไฟเบื้องหลังจะยังคงคุกรุ่นไปด้วยความร้อน
เรนินสะดุ้งเฮือก ร่างเพรียวบางถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัวเมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่แดงก่ำด้วยความโกรธระคนเสียใจ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้เย็นชา ไร้อารมณ์ เหมือนอย่างเคย แต่มันกำลังแผดเผาความผิดหวังและความเจ็บปวดออกมาอย่างชัดเจน จนคนหัวรั้นอย่างเธอถึงกับพูดไม่ออก
บุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามประตูกระจกใสคือ 'คุณหญิงกมลา' มารดาผู้ทรงอิทธิพลของพันวา ทว่าในวินาทีนี้... ไม่มีใครสนใจเงาที่ทอดทับเข้ามาจากด้านหลังเลยแม้แต่น้อย พื้นที่ตรงกลางระหว่างเชฟหน้านิ่งกับนักวิจารณ์อาหารสาว กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมที่แรงกดดันพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก
เรนินเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวที่ไขว้ไว้ด้านหลังกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความมั่นใจที่เคยมีล้นเหลือราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่จนชาดิก ปกติแล้วเธอคือคนที่พร้อมจะฟาดฟันทุกตัวอักษรด้วยความคมคาย แต่ทำไม... ยามที่สบเข้ากับดวงตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมถึงได้กระตุกวูบอย่างน่าสมเพช
"ฉันก็แค่วิจารณ์ตามเนื้อผ้า..." เรนินเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาฟอร์ม ปากเก่งสวนกลับทันควันทั้งที่เสียงเริ่มสั่น "ในฐานะนักวิจารณ์ มันคือหน้าที่ของฉันที่จะต้องพูดความจริงไม่ใช่หรือไงคะ เชฟพันวา! หรือว่ารับความจริงไม่ได้ว่าเมนูนี้มันพังเพราะอีโก้ของคุณเอง!"
"ความจริงเหรอ?" พันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากหนα "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับความพยายามเบื้องหลังจานนั้นบ้าง เรนิน? คุณรู้ไหมว่าฉันใช้เวลากี่ชั่วโมงในการเลือกวัตถุดิบชิ้นนั้น เพราะอยากให้คนที่ปากบอกว่าเกลียดผัก ได้ลองเปิดใจกินมันดูสักครั้ง!"
ฉับพลัน... อากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง
เรนินเบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำพูดประโยคนั้นซ้ำไปซ้ำมา *'คนที่ปากบอกว่าเกลียดผัก'* หมายความว่ายังไง เมนูซุปแครอทรสชาติประหลาดในค่ำคืนนั้น หรือสลัดผักย่างที่เธอเคยเขียนรีวิวสับเละไม่เหลือชิ้นดี... นั่นคือสิ่งที่เขาตั้งใจทำเพื่อเธออย่างนั้นหรือ?
"คุณ... พูดเรื่องอะไร..." เรนินเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสนระคนตกใจ
"ใช่... ฉันมันโง่เอง" พันวาสעดสายตาคมกริบมองต่ำลงที่ใบหน้าสวยเชิด ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนเรนินต้องถอยร่นไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์สเตนเลสเย็นเฉียบ "โง่ที่คิดว่าคนใจร้ายอย่างคุณ จะหลงเหลือความใส่ใจให้รสชาติที่ซ่อนอยู่ข้างหลังความตั้งใจของฉัน โง่ที่คิดว่า... ตัวตนของฉันในจานอาหาร จะสื่อไปถึงใจคุณได้บ้าง"
น้ำเสียงที่ราบเรียบมาตลอดกลับเต็มไปด้วยความตัดพ้อ จนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความรู้สึกเจแปลบแล่นริ้วขึ้นมากลางอกอย่างไม่มีสาเหตุ เรนินเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้แบบนี้ เกลียดที่ตัวเองกลายเป็นคนใจร้ายในสายตาเขา และเกลียด... หัวใจตัวเองที่ดันเต้นผิดจังหวะให้กับแววตาตัดพ้อคู่นั้น
"หยุดพูดนะ..." เรนินเอ่ยเสียงเบาหวิว มือบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้ แม้เนื้อสัมผัสผ่านเสื้อเชิ้ตสีเข้มจะร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ แต่เธอกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ "ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาทำอะไรแบบนั้นสักหน่อย คุณทำมันเอง ทำไมต้องมาโยนความผิดให้ฉันด้วย!"
"ฉันไม่ได้โยนความผิด!" พันวาขึ้นเสียงบ้าง ดวงตาคมดุจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "ฉันแค่เหนื่อย... เรนิน เหนื่อยที่จะต้องคอยวิ่งตามความคาดหวังของคุณ เหนื่อยที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้คนที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างคุณยอมรับ!"
คำพูดเชือดเฉือนพ่นออกมาเหมือนใบมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง หากแต่ในวินาทีที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงปรบมือเบาๆ จากด้านหลังก็ดังขึ้น ทำลายสมาธิของทั้งคู่ลงอย่างสิ้นเชิง
"ทะเลาะกันได้ออกรสชาติดีแท้นี่... ลูกแม่"
เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสง่างามของคุณหญิงกมลาที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางครัว เรนินหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักว่าบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาในเวลานี้... คือมารดาผู้เคร่งครัดและเกลียดขี้หน้าเธอเข้าไส้ของพันวา
พันวาขมวดคิ้วมุ่น รีบถอยห่างจากเรนินทันที ดวงตาคมฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่มาเยือนถึงที่นี่ในยามวิกาล แถมยังมาเห็นฉากปะทะอารมณ์สุดเดือดเมื่อครู่นี้เข้าเต็มตา
"คุณแม่..." พันวาเอ่ยเสียงเครียด ขยับตัวบังร่างบางของเรนินไว้เล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ "มาทำอะไรที่นี่ครับดึกดื่นแบบนี้"
คุณหญิงกมลายกยิ้มมุมปาก ปรายตามองเรนินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง ก่อนจะหันมาสบตาบุตรชายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
"แม่ก็แค่ผ่านมา... แล้วบังเอิญได้ยินลูกชายคนเก่ง กำลังเอาอนาคตของร้านไปทิ้งไว้กับ 'นักวิจารณ์ปากจัด' คนนี้พอดี" คุณหญิงกมลาเว้นจังหวะ กวาดสายตาคมกริบมองเรนินอีกครั้ง "ไหนๆ ก็เจอตัวกันพร้อมหน้าแล้ว... แม่มีข้อเสนอที่จะทำให้เธอไม่ต้องมานั่งเหนื่อยวิจารณ์อาหารของลูกแม่อีกต่อไป"
เรนินรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องเสียงดังลั่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวระคนหวาดหวั่น ขณะที่พันวาหน้าเครียดจัด รีบก้าวเข้าไปขวางหน้ามารดาไว้ทันที
"อย่าแม้แต่จะคิดทำอะไรนะ... คุณแม่"
ขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามที่มีให้กันเสมอนะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน! - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 9
ขีดจำกัดของความอดทน
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!