เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 21

คำพูดกำกวม

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"คุณแน่ใจเหรอว่าที่พูดออกมาน่ะ คิดดีแล้ว" เสียงของพันวาดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายในห้องครัวใหญ่ที่เหมือนจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ เขาไม่ได้ตะคอก แต่ความเย็นเยียบในน้ำเสียงนั้นกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่ใช้แล่ปลา เรนินยืนนิ่ง มือที่ถือสมุดโน้ตสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความไม่เข้าใจ สถานการณ์ตรงหน้ามันเกินกว่าที่เธอคาดคิด ลูกค้าวีไอพีคนนั้นกำลังถูกหามส่งโรงพยาบาล และเมนูที่เธอวิจารณ์ว่า 'ไร้รสนิยมและขาดการปรุงแต่งที่ลงตัว' ดันกลายเป็นเมนูสุดท้ายที่เขาได้สัมผัสก่อนจะมีอาการ "ฉันแค่เขียนตามสิ่งที่ฉันชิม... ถ้าฝีมือคุณมันห่วยจนทำให้คนอาหารเป็นพิษ ก็อย่ามาพาลใส่ฉัน พันวา" เรนินโต้กลับ แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นแววตาที่จ้องมองมาของเชฟหน้านิ่ง พันวาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มีอากาศแทรก เขาก้มลงมาสบตาเธอ กลิ่นจางๆ ของเครื่องเทศและกลิ่นสะอาดๆ บนตัวเขาทำให้สมาธิของเธอเตลิด "ห่วยงั้นเหรอ?" เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก "ถ้าผมห่วยจริง ป่านนี้คุณคงไม่ต้องวิ่งแจ้นมาหาผมเพื่อให้ช่วยหาทางออกให้หรอกนะ เรนิน... งานวิจารณ์ที่คุณเขียนน่ะ มันฆ่าชื่อเสียงผมได้ในพริบตา แต่คุณรู้ไหมว่าอะไรที่น่าขำกว่า?" "อะไรคะ?" "คุณวิจารณ์อาหารของผม แต่คุณกลับไม่เคยรู้เลยว่า... หัวใจสำคัญของจานนั้นมันคืออะไร" พันวายื่นมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ใช่การคุกคาม แต่เป็นการรั้งให้เธอหยุดพยศ เขาพาเธอเดินเลี่ยงผู้คนที่กำลังวุ่นวายไปยังห้องเก็บวัตถุดิบด้านหลัง เสียงประตูที่ปิดสนิทตัดขาดความโกลาหลภายนอกออกไปเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน "คุณกำลังทำอะไร ปล่อยนะ!" เรนินสะบัดมือออก แต่เขากลับคว้าเอวเธอไว้แล้วดันให้แผ่นหลังชิดกับชั้นวางของ "อาหารเป็นพิษน่ะเหรอ?" พันวาก้มลงกระซิบใกล้ใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทเธออย่างรุนแรง "มันเป็นแค่แผนสร้างสถานการณ์ของฝ่ายจัดซื้อที่โกงงบต่างหาก ผมรู้เรื่องนี้ตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว แต่ผมอยากรู้ว่า... คุณจะทำยังไงเมื่อรู้ว่าตัวเองกลายเป็นเหยื่อของข่าวลือที่คุณเป็นคนจุดไฟเอง" เรนินนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "คุณหลอกฉัน... คุณให้ฉันยืนเด่นเป็นเป้าอยู่ข้างนอกนั่น ทั้งที่รู้ว่าคนอื่นกำลังมองฉันเป็นนางมารร้าย?" "ก็คุณปากเก่งนักนี่" พันวากวาดสายตามองริมฝีปากของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่เคย แต่มันคือความปรารถนาที่ปิดบังไว้ไม่มิด "ผมอยากรู้ว่าถ้าวันหนึ่งคุณไม่มี 'ปาก' ไว้เถียงผม... คุณจะยังดื้อด้านอยู่ไหม" คำพูดกำกวมนั้นทำให้เรนินหน้าร้อนผ่าว ความโกรธที่ควรจะมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวอย่างประหลาด เขาคนนี้ร้ายกาจเกินไป ร้ายกาจจนเธอเริ่มคุมเกมไม่อยู่ "คุณมันบ้า..." เธอพึมพำ แต่สายตาไม่ยอมหลบ "บ้าเฉพาะกับคุณนั่นแหละ" พันวาโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบแตะกัน "บอกผมสิเรนิน... ที่คุณวิจารณ์อาหารผมแรงๆ ทุกครั้งเนี่ย เพราะมันไม่อร่อยจริงๆ หรือเพราะคุณอยากให้ผมสนใจคุณจนแทบคลั่งกันแน่?" คำถามนั้นทำให้เรนินหยุดหายใจ ในวินาทีที่เขากำลังจะขยับเข้าใกล้มากกว่าเดิมเพื่อให้ได้คำตอบจากริมฝีปากเธอ จู่ๆ เสียงประตูก็ถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับแสงไฟจากภายนอกที่สาดเข้ามาจนทั้งคู่ต้องผละออกจากกัน "เชฟคะ! ตำรวจกับนักข่าวมาถึงหน้าล็อบบี้แล้วค่ะ พวกเขาบอกว่าต้องการตัวคุณเรนินไปสอบปากคำเรื่องบทความล่าสุด!" เสียงของพนักงานสาวคนเดิมที่ดังขึ้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก พันวาสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันมามองเรนินด้วยสายตาที่เด็ดขาด เขาคว้ามือเธอไว้แน่น "ตามผมมาทางออกหลังครัว อย่าปล่อยมือผมเด็ดขาด... ถ้าอยากรอดจากเรื่องนี้ ต้องเชื่อใจผมคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม?" เขาส่งสายตาที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะดึงเธอให้วิ่งฝ่าความมืดออกไปสู่ความวุ่นวายที่รออยู่เบื้องหน้า โดยที่เรนินไม่รู้เลยว่าการก้าวออกไปครั้งนี้ คือการเอาทั้งชีวิตและหัวใจของเธอไปแขวนไว้บนเส้นด้ายของเชฟหน้านิ่งที่เธอเฝ้าแต่ปฏิเสธมาตลอดชีวิต ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับเรนินและพันวานะคะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ฟินกว่านี้แน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%