เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 20

จังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถ้าคิดจะหลบหน้ากันจริงๆ ก็น่าจะเลือกสถานที่ ที่ไม่มีร่องรอยของคุณหลงเหลืออยู่เลยนะคะ คุณเรนิน" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านความเงียบงันเข้ามา ไม่ได้เป็นเพียงแค่คลื่นเสียงที่มากระทบแก้วหู หากแต่มันคือแรงระเบิดย่อมๆ ที่ถูกจุดชนวนขึ้นกลางอกของเรนิน ร่างบางสะดุ้งเฮือก เผลอผถอยหลังไปกึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาของบุคคลที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูเริ่มชัดเจนขึ้นในสายตา ไม่ใช่แค่แขกไม่速เชิญ... แต่เป็นคนที่เธอพยายามขีดวงจำกัดและลบชื่อเขาออกจากสารบบชีวิตมาตลอดสามเดือนเต็ม ขณะที่พันวา ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างเธอในระยะประชิดเมื่อครู่ ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลักเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาในทันที เชฟหนุ่มก้าวเท้าขยับเข้ามาบังร่างของนักวิจารณ์อาหารสาวไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ แววตาคมกริบมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบจะติดลบในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที "คุณ... มาที่นี่ได้ยังไงคะ?" เรนินเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอพยายามบังคับให้ราบเรียบและมั่นคงที่สุด แต่ปลายนิ้วที่กำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวกลับฟ้องความจริงยิ่งกว่าคำพูดใดๆ "คำทักทายแรกหลังจากไม่ได้เจอกันนาน คือคำถามไล่ทางอ้อมแบบนี้เลยเหรอคะ เรย์" ร่างสูงโปรดในชุดสูทลำลองดูเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาในห้องพักอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกวาดตามองสภาพภายในห้องที่มีเพียงเตาอบเล็กๆ กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งพาย และความสนิทสนมที่ลอยอบอวลอยู่ก่อนหน้า รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่ยุ่งเหยิงคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย ปมปัญหาที่เรนินอุตส่าห์หอบหิ้วข้ามจังหวัดมาเพื่อหลบเลี่ยง กลับวิ่งตามมาเคาะประตูถึงห้องพักในค่ำคืนที่หัวใจของเธอกำลังสั่นคลอนที่สุด—มันช่างเป็นตลกร้ายที่เธอไม่ตลกด้วยเลยจริงๆ พันวาหันมามองเรนินชั่วแวบหนึ่ง สังเกตเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดลงถนัดตา ความหงุดหงิดระคนสงสัยพุ่งพล่านอยู่ในอก เชฟหนุ่มไม่รอให้บรรยากาศอึดอัดไปมากกว่านี้ เขาปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเยונชาตามแบบฉบับ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทแต่ทรงพลังพอกลบเสียงหายใจของคนฟัง "ที่นี่พื้นที่ส่วนบุคคลครับ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ หรือไม่ได้ถูกเชิญ กรุณาออกไปรอข้างนอก หรือไม่ก็ติดต่อผ่านผู้จัดการส่วนตัวของคุณเรนินจะดีกว่า" พันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'พื้นที่ส่วนบุคคล' ชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับขยับตัวยืนขวางกั้นระหว่างเรนินกับผู้ชายคนนั้นอย่างมิดชิด ผู้มาใหม่หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันและระคายหู เขาป้องสายตาพิจารณาเชฟหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินความสัมพันธ์ที่ดูปกป้องออกนอกหน้าเสียเหลือเกิน ก่อนจะเบนสายตากลับมาสบตากับเรนินที่ยืนอยู่ด้านหลัง "โอ้... นึกว่าหนีมาพักผ่อนคนเดียวตามประสาคนรักความสันโดษ ที่แท้ก็มีเชฟส่วนตัวคอยบริการถึงห้องพักนี่เอง ถึงว่าล่ะ... ถึงได้ลืมโทรศัพท์ ลืมแม้กระทั่งตอบข้อความของคนที่เคยร่วมงานกันมา" น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความประชดประชันอย่างชัดเจน เรนินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอก้าวพ้นเงาไหล่ของพันวาออกมาเผชิญหน้าด้วยตัวเอง แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตกใจและโกรธกรุ่น แต่ความเป็นมืออาชีพและอีโก้ที่ค้ำคออยู่ทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "คุณกวินคะ อย่าลืมนะคะว่าเราจบความสัมพันธ์ทางธุรกิจกันไปตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว และเรื่องส่วนตัวของดิฉัน ก็ไม่จำเป็นต้องมารายงานให้คุณทราบด้วยซ้ำ การที่คุณบุกมาถึงที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต มันล้ำเส้นเกินไปหน่อยนะคะ" เรนินพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบคม ฝีปากจัดจ้านที่ใช้สับอาหารมานักต่อนักถูกงัดออกมาใช้ป้องกันตัว กวินชะงักไปนิดกับความแข็งกร้าวที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น แต่รอยยิ้มเยาะก็กลับมาประดับบนมุมปากอย่างรวดเร็ว เขาก้าวเข้าไปใกล้เรนินอีกก้าว จนพันวาต้องเอื้อมมือไปคว้าข้อศอกของเรนินเบาๆ เป็นเชิงรั้งไม่ให้ขยับเข้าไปใกล้มากกว่านั้น "ล้ำเส้นเหรอเรย์? คนที่เราเคยใช้ชีวิตร่วมกัน วางแผนอนาคตด้วยกันมาเป็นปีๆ อยู่ดีๆ คุณก็บอกเลิกทุกอย่างแล้วบินหนีมาซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาแบบนี้ ใครกันแน่ที่ล้ำเส้นความอดทนของฉัน?" กวินเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ความกดดันในห้องพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก พันวาขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีก รังสีความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเชฟหนุ่มจนน่ากลัว เขาก้าวออกมายืนบังเรนินไว้เต็มตัว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังกวินราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต "ถ้ายังไม่หยุดพูดจาไร้สาระแล้วออกไปจากห้องนี้ ผมคงต้องเรียก รปภ. ของรีสอร์ทมาเชิญคุณออกไปเองแล้วล่ะครับ" พันวาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนกวินต้องหันมามองหน้าเชฟหนุ่มตรงๆ "แกเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน เจ้าของรีสอร์ทนี้ยังต้องเกรงใจฉันเลยด้วยซ้ำ!" กวินเริ่มขึ้นเสียงด้วยความฉุนเฉียว "ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แต่ตอนนี้... นี่คือห้องของฉัน และผู้หญิงคนนี้ ก็อยู่ในความดูแลของฉัน" พันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลังจนเรนินที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับสะท้อนวาบ หัวใจที่เพิ่งเต้นผิดจังหวะจากเรื่องเมื่อครู่ กลับยิ่งเต้นรัวแรงขึ้นไปอีกด้วยเหตุผลใหม่—เหตุผลที่ชื่อว่า 'ความอบอุ่น' ที่ถูกห่อหุ้มด้วยความดุดันของเชฟหน้านิ่งคนนี้ กวินแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหลือเชื่อ เขาสลับมองหน้าเรนินและพันวาด้วยสายตาเหยียดหยาม "หึ... คบกันได้ไม่ทันไร ก็ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของซะแล้วเหรอเรย์ รสนิยมเธอนี่มันตกต่ำลงเรื่อยๆ นะ ไปคว้าเอาพ่อครัวกิ๊กก๊อกที่ไหนมาแก้เหงาเนี่ย" *เพี๊ยะ!* เสียงฝ่ามือกระทบแก้วดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องพัก เรนินเป็นคนลงมือเอง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่นระริก มือบางที่เพิ่งฟาดลงไปชาหนึบ แต่ความเจ็บปวดที่ฝ่ามือยังเทียบไม่ได้กับความเดือดดาลในอก "อย่ามาดูถูกคนอื่นถ้าคุณยังไม่รู้จักเขาดีพอค่ะ กวิน!" เรนินตวาดลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "เชฟพันวาไม่ใช่คนแก้เหงา และชีวิตของดิฉันก็ไม่มีส่วนไหนที่ต้องให้คุณมาตัดสิน ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้!" กวินยกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่ขึ้นรอยแดงจางๆ ของตัวเอง ดวงตาคมแข็งกร้าวขึ้นด้วยความตกใจและอับอาย เขาจ้องมองเรนินด้วยสายตาน่ากลัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะออกมาในลำคอ "ดี... ดีมากเรย์ อยากจะเล่นสนุกอะไรกันก็ตามใจ แต่จำไว้ว่าเรื่องของเรามันยังไม่จบแค่นี้แน่!" พูดจบร่างสูงก็สะบัดหน้าหันหลังเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่นจนผนังห้องสะเทือน ความเงียบงันกลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับอึดอัดและหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม เรนินยืนนิ่งอยู่กับที่ ลมหายใจหอบถี่ ไหล่บางลู่ลงด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน พลังงานทั้งหมดในตัวเหมือนถูกสูบหายไปจนเกลี้ยง ร่างกายเริ่มเซถอยหลังเมื่อความตึงเครียดมลายหายไป เหลือไว้เพียงความอ่อนแอที่เธอพยายามซ่อนเร้น ก่อนที่ร่างของเธอจะทรุดลงไปกองกับพื้น อ้อมแขนแข็งแกร่งคู่เดิมก็เอื้อมมารวบเอวบางไว้ได้อย่างทันท่วงที พันวาดึงเธอเข้ามาชิดแนบอก กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายควันไฟและแป้งขนมจางๆ จากตัวเขาโอบล้อมเธอไว้ ปกป้องเธอจากโลกภายนอกที่โหดร้าย "ไม่เป็นไรแล้วครับ... อยู่ตรงนี้แล้ว" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยชา กลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ราวกับสายน้ำเย็นที่รินรดลงบนแผลพุพอง เรนินซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลซึมผ่านเสื้อเนื้อดีของเชฟหนุ่มโดยไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป มือหนายกขึ้นลูบผมยาวสลวยอย่างเบามือและทะนุถนอม ความเงียบระหว่างเขาทั้งคู่เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำบรรยายใดมาทดแทน เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรงทำให้หัวใจที่เคยปิดตายของเรนินเริ่มสั่นคลอนอย่างควบคุมไม่อยู่ พันวาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบสงบ "ถ้าเขาทำให้คุณร้องไห้... งั้นหลังจากนี้ ให้ผมเป็นคนที่ดูแลรอยยิ้มของคุณแทน... ดีไหมครับ?" เรนินเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของเขา ดวงตาคู่สวยชุ่มน้ำตาคลอเบ้า สบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่สะท้อนภาพเงาของเธอเพียงคนเดียว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากกันและกัน หัวใจที่เต้นผิดจังหวะตั้งแต่เริ่มต้นค่ำคืนนี้ กลับยิ่งเต้นรัวเร็วและรุนแรงขึ้นราวกับจะทะลุออกมานอกอก เชฟหนุ่มขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นทีละนิด ปลายจมูกแทบจะชนกัน เรนินหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดอันตรายที่เธอเป็นคนเชื้อเชิญมันเข้ามาเอง ริมฝีปากของพันวากำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นความวุ่นวายทั้งหมดในโลกใบนี้— *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายจากด้านนอกที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน "คุณเรนินคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องครัวใหญ่ของรีสอร์ท ลูกค้าวีไอพีเกิดอาหารเป็นพิษหลังจากทานเมนูพิเศษที่คุณเพิ่งเขียนวิจารณ์ไปเมื่อตอนบ่ายค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับเรนินและเชฟพันวานะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%