เสียงปังที่ดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วด้านนอก ไม่ได้ทำให้พันวาถอยร่นแม้แต่ก้าวเดียว เชฟหน้านิ่งเจ้าของบ้านร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนสีเข้มยืนปักหลักอยู่หน้าบานประตูไม้สักหนา แผ่นหลังกว้างนั้นทำหน้าที่เสมือนโล่กำบังโดยสมบูรณ์ บดบังร่างของเรนินที่ยืนอยู่ถัดไปจนมิดชิด แววตาคมกริบที่มักจะเรียบนิ่งไร้อารมณ์ยามอยู่ในครัว บัดนี้กลับฉายประกายความดุดันและแข็งกร้าวอย่างที่เรนินไม่เคยเห็นมาก่อน
"อย่าออกมาจนกว่าฉันจะบอก... เข้าใจไหมคะ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเอ่ยสั่งงานด้วยความราบเรียบ แต่ในคราวนี้กลับเจือกระแสคำสั่งเด็ดขาดที่ทรงพลังจนเรนินเผลอพยักหน้ารับอย่างไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก ปมในอดีตที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังความมั่นใจและฝีปากคมคายกำลังถูกกระชากให้กลับมาหายใจรดต้นคออีกครั้ง เสียงเรียกชื่อเธอจากด้านนอกพร้อมกับเสียงทุบประตูซ้ำๆ ดังลอดเข้ามาในโสตประสาท มันคือเสียงของคนที่เธอหลบหนีมาตลอด... เสียงของบิดาผู้ไม่เคยยอมรับในเส้นทางชีวิตของเธอ
"เปิดประตูนะเรนิน! ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนแหบพร่าด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นอีกระลอก เรนินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องครัวเริ่มเบาบางลง มือเรียวบางที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธและหวาดกลัวผสมปนเปกัน เธอเกลียดความรู้สึกอ่อนแอแบบนี้ เกลียดที่ตัวเองต้องมาแสดงด้านที่น่าสมเพชให้ผู้ชายหน้านิ่งคนนี้เห็น
แต่ก่อนที่เรนินจะได้ก้าวเท้าฝ่าฝืนคำสั่ง มืออุ่นจัดของพันวาก็เอื้อมกลับมาคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะส่งผ่านกระแสความมั่นคงบางอย่างเข้ามาในกระแสเลือด
พันวาไม่ได้หันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมยังคงจดจ้องอยู่ที่บานประตูเบื้องหน้า มืออีกข้างบิดกลอนเปิดประตูออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานที่ยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่ด้านนอก บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที
"คุณเป็นใคร?" พันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ไร้ความเกรงกลัวต่อท่าทีคุกคามของผู้มาเยือนแม้แต่น้อย
"แกนั่นแหละเป็นใคร! หลบไป! ฉันจะคุยกับลูกสาวฉัน เรนิน! ออกมานี่เดี๋ยวนี้ อย่ามาทำตัวเป็นเด็กก้าวร้าวหลบหลังผู้ชาย!" ผู้เป็นพ่อตะคอกเสียงดังลั่น พยายามจะก้าวล่วงเข้ามาในตัวบ้าน แต่พันวากลับขยับตัวขวางทางไว้อย่างไม่เกรงใจ ร่างสูงโปร่งกวาดสายตามองสำรวจชายสูงวัยตรงหน้าด้วยแววตาเหยียดหยามจางๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
"ที่นี่บ้านผม และคนที่คุณกำลังตะคอกใส่... คือคนที่ผมอนุญาตให้อยู่ในพื้นที่นี้เท่านั้น ถ้าจะมาหาเรื่อง กรุณาไปให้พ้นจากหน้าบ้านผมครับ" พันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์ ราวกับเอามีดกรีดลงบนความถือดีของผู้เป็นพ่อ
เรนินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองแผ่นหลังของเชฟหน้านิ่งที่ยืนหยัดปกป้องเธออย่างไม่มีเงื่อนไข หัวใจที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยรอยแผลจากการถูกปฏิเสธ คล้ายมีกระแสความอบอุ่นบางเบาแผ่ซ่านเข้ามาเยียวยา ความรู้สึกแปลกประหลาดตี R ตื้นขึ้นมาในอก จังหวะการเต้นของหัวใจไม่ได้เกิดจากความกลัวอีกต่อไป แต่เป็นเพราะความรู้สึกซาบซึ้งและทึ่งในความเด็ดเดี่ยวของผู้ชายปากร้ายคนนี้
"แก... แกเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งฉัน ลูกอกตัญญูมันหนีมาซุกหัวอยู่ที่นี่สินะ ถึงได้กล้าปีกกล้าขา_ใส่ฉันแบบนี้!" ผู้เป็นพ่อพยายามจะพุ่งตัวเข้ามาผลักพันวา
แต่พันวากลับจับข้อมือของชายวัยกลางคนไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่ข้อมือนั้นทำให้อีกฝ่ายต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด เชฟหน้านิ่งไม่ได้ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตะโกนโวยวาย
"ผมเตือนแล้วนะ... ว่าอย่าล้ำเส้น" พันพากดเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนแต่แววตากลับเย็นยะเยือก "ถ้าไม่อยากให้ผมแจ้งข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สิน เชิญกลับไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน"
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเรนินตัดสินใจก้าวเท้าพ้นจากเงาของพันวา เธอดึงความมั่นใจทั้งหมดกลับคืนมา ดวงตาสองคู่ที่เคยฉายแววแตกตื่น บัดนี้กลับมาทรงพลังและดุดันในแบบฉบับของนักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้า
"ฉันไม่ได้หนีค่ะ..." เรนินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด แม้จะสั่นเล็กน้อยแต่ก็เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอเดินมายืนเคียงข้างพันวา ปล่อยให้ไหล่ของเธอแนบชิดกับแผ่นหลังอุ่นของเขา "ฉันแค่เลือกที่จะเดินออกมาจากชีวิตพังๆ ที่คุณสร้างกรอบครอบงำต่างหากล่ะคะคุณพ่อ"
ผู้เป็นพ่อชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธจัดที่ถูกลูกสาวต่อปากต่อคำต่อหน้าคนแปลกหน้า "เรนิน! เธออวดดีเกินไปแล้วนะ กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้!"
"ไม่ค่ะ" เรนินตอบกลับทันทีอย่างไร้ความลังเล เธอเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพันวาที่เหลือบมองเธอกลับมาแวบหนึ่ง แววตาคู่นั้นไม่มีความรำคาญใจอย่างที่เคยแสดงออกยามเธอเรื่องมากใส่ มีเพียงความอ่อนโยนลึกซึ้งที่ส่งผ่านมาทางสัมผัสที่ไหล่ซึ่งเขายยังคงแตะประคองเธอไว้อย่างหลวมๆ เพื่อให้เธอมั่นใจว่าไม่ได้เผชิญหน้ากับเรื่องนี้เพียงลำพัง
"ที่นี่คือเซฟโซนของฉัน... และฉันก็ไม่ต้อนรับคนที่คอยแต่จะเหยียบย่ำความฝันของฉันด้วยค่ะ เชิญกลับไปซะ!"
สิ้นคำพูดนั้น เรนินก็เอื้อมมือไปดึงประตูไม้ให้ปิดลงอย่างแรง เสียงไม้กระแทกวงกบดังสนั่น ปิดกั้นโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยพิษภัยและความกดดันออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความเงียบงอบภายในบ้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและกาแฟคั่ว
เรนินยืนหอบหายใจเล็กน้อย ความตึงเครียดเมื่อครู่สูบฉีดพลังงานในร่างกายไปจนหมดสิ้น เธอยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับเจ้าของบ้านที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า เชฟหน้านิ่งมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างที่ชอบทำเวลาเหนือกว่า
"เก่งนี่คะ... ปากเก่งกว่าที่คิดเสียอีก" พันวาเอ่ยแซะเบาๆ ตามนิสัยปากร้าย แต่แววตากลับทอประกายความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
เรนินเบะปากใส่เขาอย่างหมั่นไส้ ความซาบซึ้งเมื่อครู่แทบจะกระเด็นหายไปในพริบตา "นี่คือกำลังใจจากเชฟมือหนึ่งเหรอคะ? ปากเสียจริงนะคุณพันวา"
"ก็ไม่ได้อยากปากเสียหรอกครับ..." พันวาขยับตัวเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนเรนินต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับผนังห้องครัว ความสูงของเขาทำให้เขาโน้มตัวลงมามองเธอได้ถนัดตา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มจนเธอรู้สึกร้อนผ่าว "แต่ถ้าไม่ทำท่าทางเข้มแข็งแบบนั้น... คุณคงจะร้องไห้ให้ตานายคนนั้นเห็นไปแล้วใช่ไหมล่ะครับ"
เรนินชะงัก เถียงไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าสายตาคมกริบคู่นั้นมองทะลุปรุโปร่งเข้าไปถึงความรู้สึกเปราะบางภายในใจของเธอ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากที่มักจะหาเรื่องเก่งของเธออีก มีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายระหว่างคนทั้งคู่
พันวาเลื่อนมือขึ้นมาปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอทัดหูให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนหัวใจของเรนินกระตุกวูบ ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งเขตทำให้กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของชายหนุ่มโอบล้อมเธอไว้ทั้งหมด
"ถ้าเหนื่อยนัก..." พันวาเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่นานๆ ครั้งจะได้ยิน ทำเอาเรนินแทบหยุดหายใจ "เลิกทำตัวเป็นยัยตัวแสบอวดเก่งใส่ผมสักวัน แล้วพักผ่อนซะบ้างเถอะครับ..."
เรนินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง...
เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อพันวาจากบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้!
"พี่วาคะ! เปิดประตูให้หนูหน่อย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
เรนินและพันวาผละออกจากกันทันที พันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ ขณะที่เรนินหันไปมองบานประตูหน้าด้วยความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงไปอีกครั้ง เมื่อเสียงนั้น... เป็นเสียงของคนที่เธอรู้จักดีเสียยิ่งกว่าใคร
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 19
รสชาติของความเข้าใจ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!