เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 12

หนีไปฟาร์มด้วยกัน

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นเป็นรอบที่สี่ของชั่วโมง ในพื้นที่แคบๆ ภายในรถเอสยูวีคันโตที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มและกลิ่นอายความเงียบขรึมที่เป็นเอกลักษณ์ของคนขับ เรนินปรายตามองเสี้ยวหน้าคมสันของคนที่นั่งหลังพวงมาลัยผ่านกระจกมองหลัง ก่อนจะเบนสายตาออกไปนอกหน้าต่างเพื่อมองทัศนียภาพของตึกรามบ้านช่องที่ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยผืนป่าและเทือกเขาสลับซับซ้อน "ถ้ายังถอนหายใจอีกสามครั้ง กระจกรถฝั่งคุณน่าจะร้าวพอดิบพอดีนะคะ... คุณนักวิจารณ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยที่ดวงตาสคมกริบยังคงจดจ้องอยู่กับถนนเบื้องหน้า พันวาไม่มีแม้แต่รอยยิ้มประดับบนมุมปาก แต่วาจายอกย้อนนั้นกลับทำให้เรนินต้องหันขวับกลับมาค้อนใส่ทันที "ฉันจะถอนหายใจกี่รอบมันก็เรื่องของฉันค่ะ เชฟพันวา! แล้วอีกอย่าง ใครใช้ให้คุณขับรถพาฉันมากลางป่าเขาแบบนี้โดยไม่บอกล่วงหน้าตั้งแต่ออกมาจากกรุงเทพฯ ล่ะคะ นี่เรากำลังจะไปทำโปรเจกต์งาน หรือคุณกําลังจะพาฉันไปฆ่าหมกป่ากันแน่" เรนินแหวใส่ด้วยความหงุดหงิด ปมค้างคาจากเหตุการณ์ในห้องครัวเมื่อวานยังไม่ทันได้สะสาง เธอก็ถูกลากตัวขึ้นรถคันนี้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางด้วยข้ออ้างเรื่องการลงพื้นที่สำรวจวัตถุดิบอินทรีย์สำหรับเมนูพิเศษ "ถ้าผมจะฆ่าคุณหมกป่าจริง... ผมคงไม่เลือกวิธีที่ต้องมานั่งฟังคุณบ่นหูชาแบบนี้ตลอดทางหรอกครับ" พันวาตอบหน้าตาย แต่ปลายนิ้วที่เคาะอยู่บนพวงมาลัยรถกลับขยับเร็วขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณเดียวที่หลุดรอดออกมาว่าเชฟหน้านิ่งคนนี้กำลังรู้สึกสนุกที่ได้ปั่นประสาทเธอเล่น "นี่คุณ!" "ตั้งใจมองทางข้างหน้าเถอะครับ ถึงแล้ว... ฟาร์มของเรา" รถยนต์คันหรูเลี้ยวโค้งผ่านป้ายไม้แกะสลักขนาดใหญ่ที่เขียนชื่อฟาร์มด้วยลายมือเรียบง่าย ก่อนจะจอดสนิทหน้าเรือนกระจกปลูกผักเมืองหนาวขนาดใหญ่ ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายและกลิ่นดินชื้นฝนจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก เรนินกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความประหลาดใจ บรรยากาศที่นี่เงียบสงบและงดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ไม่เหมือนสถานที่สำหรับการทำงานเคร่งเครียดเลยสักนิด ทว่าความเงียบสงบนั้นอยู่กับเธอได้ไม่นานนัก เมื่อพันวาดับเครื่องยนต์ ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วหันมามองเธอนิ่งๆ สายคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอราวกับกำลังประเมินวัตถุดิบชิ้นสำคัญ "ลงไปได้แล้วครับ หรือจะรอให้ผมอุ้มลงไปเหมือนเด็กๆ" "ไม่ต้องเลยค่ะ! ฉันมีขาเดินเองได้!" เรนินรีบผลักประตูรถแล้วก้าวลงไปยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเธอเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะตอนอยู่ในห้องครัวหรือตอนอยู่กลางธรรมชาติแบบนี้ ตลอดช่วงบ่าย ทั้งคู่ต้องเดินลุยแปลงเกษตรอินทรีย์เพื่อคัดสรรวัตถุดิบสำหรับโปรเจกต์พิเศษ เรนินในฐานะนักวิจารณ์อาหารต้องทำหน้าที่จดบันทึกรสชาติและสัมผัสของพืชผักแต่ละชนิด ขณะที่พันวารับบทบาทเป็นเชฟผู้เชี่ยวชาญคอยซักถามข้อมูลจากเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม ภาพของเชฟหน้านิ่งที่ปกติมักจะตีหน้ายักษ์ใส่คนอื่น แต่ตอนนี้กลับยืนรับฟังคำแนะนำจากคุณลุงเจ้าของฟาร์มด้วยท่าทีสุภาพและตั้งใจ ทำให้เรนินเผลอมองตามจนละสายตาไม่ได้ แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู ทอดเงาทาบทับผืนหญ้ากว้างขวาง อากาศรอบตัวเริ่มเย็นลงจนเรนินต้องยกมือขึ้นกอดตัวเองเพื่อคลายความหนาว "หนาวเหรอครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นใกล้ๆ ก่อนที่เสื้อแจ็คเก็ตผ้าฟลีซเนื้อหนaสีเข้มจะถูกนำมาคลุมลงบนไหล่บางของเธออย่างนุ่มนวล เรนินสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตากับพันวาที่ยืนประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนเธอกลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากลำบาก "ฉัน... ฉันไม่ได้หนาวขนาดนั้นค่ะ" เธอบอกเสียงแผ่ว พยายามจะดึงเสื้อแจ็คเก็ตคืนให้ แต่อีกฝ่ายกลับยกมือขึ้นจัดฮู้ดบนศีรษะให้เธออย่างเบามือ ปลายนิ้วอุ่นเฉียดผ่านผิวแก้มเนียนแผ่วเบา จนหัวใจของเรนินเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล "ดื้อเงียบอีกแล้วนะครับ" พันวาพึมพำแผ่วเบา ดวงตาคมกราบทอดมองเธอด้วยประกายความอ่อนโยนที่หาดูได้ยาก จนเรนินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายกลายเป็นน้ำอยู่ตรงนั้น บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกันท่ามกลางแสงสีทองสุดท้ายของวัน หัวใจของเรนินเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน และก่อนที่เธอจะทันได้หาคำพูดใดมาทำลายความเงียบที่น่าตื่นเต้นนี้ พันวาก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนริมฝีปากหยักอยู่ห่างจากริมฝีปากเธอนิดเดียวเท่านั้น "ถ้าที่นี่ไม่มีใคร... เรามาคุยเรื่องคำตอบที่ผมถามไว้เมื่อวานกันดีไหมครับ ว่าข่าวลือพวกนั้น... เราควรจะทำให้มันจริงดีหรือเปล่า" เรนินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตื่นตระหนกและวับวามในอกพร้อมๆ กัน สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมอย่างไร้การตั้งตัวของคนตรงหน้า ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะขยับเข้าหากันจนแทบชิดสนิท... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกประตูรถกระบะเก่าแก่ที่จอดอยู่ใกล้ๆ ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเอี๊ยมชาวไร่ที่เปิดประตูลงมาตะโกนเสียงใสข้ามแปลงผัก "คุณพันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่โรงเรือนหมายเลขสาม มีคนแอบเข้ามาตัดแปลงสมุนไพรนำเข้าเสียหายหมดเลยค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปพร้อมกับยัยตัวแสบและเชฟหน้านิ่งนะคะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%