เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 24

ความเย็นชาที่หายไป

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
แก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทในมือของพันวาร้าวเป็นเส้นยาว ของเหลวสีเข้มหยดลงกระทบพื้นไม้ทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นดังชัดเจนในความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เรนินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจของเธอกำลังเต้นกระหน่ำราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างในช่องอก ความโกรธระลอกใหญ่ซัดเข้าใส่ชายแปลกหน้าผู้มาใหม่ที่บังaอาจก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอด้วยวาจาหยาบคาย และความกังวลที่ตีรวนขึ้นมาจนจุกอกอย่างไม่มีเหตุผล “คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้ในร้านคนอื่น” เรนินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับมาอย่างดี ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม—นักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลที่คิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง รวมถึงศักดิ์ศรีของคนอื่น “ผมก็แค่พูดความจริง... เชฟฝีมือดีระดับประเทศ แต่ต้องมาทิ้งอนาคตกับนักวิจารณ์ปากจัดที่วันๆ เอาแต่พ่นพิษใส่คนอื่นเพื่อสร้างกระแส” ชายคนนั้นหัวנסในลำคอ สายตากวาดมองเรนินด้วยความดูถูก “คุณเรนินครับ ถอนตัวออกไปจากชีวิตของพันวาเถอะครับ ปล่อยให้เขาไปเจอสังคมที่คู่ควรดีกว่า” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือความเงียบก่อนที่พายุลูกใหญ่จะพัดถล่ม พันวาวางแก้วกาแฟที่ร้าวลงบนเคาน์เตอร์ช้าๆ เสียงกระทบเบาหวิวแต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง เชฟหน้านิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและความนิ่งสงบราวกับผืนน้ำในบึงลึก บัดนี้สันกรามของเขากำลังขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบที่มักจะเรียบเฉย บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความโกรธที่ถูกกดทับไว้จนถึงขีดสุด “คุณพูดจบหรือยังครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่กลับทรงพลังจนชายวัยกลางคนถึงกับชะงัก พันวาก้าวช้าๆ ออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ร่างสูงโปรดปรานในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาเคลื่อนไหวด้วยความกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เขายืนคั่นกลางระหว่างเรนินกับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ราวกับจะใช้ร่างกายของตัวเองเป็นโล่ปกป้องเธอมิดชิด “พันวา... ฉันหวังดีกับเธอนะ ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก—" “ผมไม่เคยต้องการผู้สนับสนุนที่เที่ยวมาดูถูกคนที่ผมให้ความสำคัญครับ” พันวาตัดบท น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งเยื่อใยและเย็นชาจนติดลบ “และที่สำคัญที่สุด... ชีวิตของผม ร้านของผม และพื้นที่ตรงนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับความหวังดีปลอมๆ ของคุณเลยสักนิด เชิญครับ” ชายหนุ่มผายมือไปยังประตูทางออกอย่างไม่เกรงใจ สายตาที่มองตรงไปนั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย มันคือการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนและเด็ดขาดที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยทำมา เรนินเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความกังวลเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว—ความรู้สึกที่ว่า ไม่ว่าโลกใบนี้จะพิพากษาเธออย่างไร อย่างน้อยก็ยังมีผู้ชายคนนี้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอเสมอ “เธอกล้าไล่ฉันเหรอพันวา! รู้ไหมว่าแกกำลังสูญเสียอะไรอยู่!” ชายวัยกลางคนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอับอาย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกจากร้านไปพร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ปิดกระแทกดังสนั่น ปัง! ความเงียบสงบกลับคืนสู่ร้าน “Lovely Room” อีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พันวาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ เพื่อระบายอารมณ์คุกรุ่นในอก ก่อนที่เขาจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ยังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเรนินด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมตามเคย เขาขยับเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดและกลิ่นกายสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเชฟหนุ่มลอยมาแตะจมูก “เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” พันวาเอ่ยถามเสียงเบา ทว่าแววตากลับสำรวจใบหน้าของเธออย่างละเอียดลออ ราวกับกลัวว่าเธอจะมีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย เรนินกะพริบตาปริบๆ ความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นเมื่อครู่พังทลายลงอย่างง่ายดายด้วยประโยคสั้นๆ และสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยอย่างไม่ปิดบังนั่น เธอย่นจมูกใส่เขาตามนิสัยเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังตีตื้นขึ้นมาบนพวงแก้ม “ฉันดูบอบบางขนาดนั้นเลยหรือไง เชฟพันวา... นายเนี่ยนะ ทำไมถึงใจร้อนแบบนั้น รู้ตัวไหมว่าเมื่อกี้เสี่ยงแค่ไหนที่จะเสียสปอนเซอร์รายใหญ่ไปฟรีๆ” ปากก็ต่อว่าเขา แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ พันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มบางเบาที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธออีกนิด จนเรนินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “สปอนเซอร์หาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ครับ... แต่ถ้าปล่อยให้ใครมาพูดจาไม่ดีใส่คนของผมต่อหน้าต่อตาอีก ผมคงต้องไล่ตะردออกไปให้เร็วกว่านี้” คำว่า *“คนของผม”* ลอยวนอยู่ในโสตประสาทของเรนิน ทำให้หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีราวกับมีใครเอาไฟมาจ่อ เธ้ารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะไปหมดจนต้องยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อรักษาระยะห่าง “ใครเป็นคนของนายกัน พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย” เรนินแกล้งเฉไฉ หลบสายตาดุที่แฝงความคลั่งรักไว้อย่างแนบเนียน พันวาไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ความเยชาที่เคยเป็นเกราะกำบังตัวตนของเขามาตลอด บัดนี้ได้ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นและสายตาที่พร้อมจะทุ่มเททุกอย่างให้กับคนตรงหน้า แต่ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเคมีระหว่างคนทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านก็ดังขึ้นเบาๆ... กริ๊ง! เรนินและพันวาหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางคุ้นเคย ใบหน้าสวยเฉี่ยวเปื้อนรอยยิ้มกริ่ม ก่อนที่เธอจะเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสที่ทำเอาบรรยากาศในร้านหยุดชะงักไปในทันที “อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีมีเรื่องด่วนจะมาคุยกับเชฟพันวาสumหน่อย พอดีว่า... *แม่* บินกลับมาจากต่างประเทศแล้วนะคะ และท่านก็อยากเจอ ‘ว่าที่ลูกสะใภ้’ ตัวจริงเสียทีค่ะ!” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%