เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 25

งานเทศกาลอาหาร

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีมีเรื่องด่วนจะมาคุยกับเชฟพันวาหน่อย พอดีว่า... *แม่* บินกลับมาจากต่างประเทศแล้วนะคะ และท่านก็อยากเจอ ‘ว่าที่ลูกสะใภ้’ ตัวจริงเสียทีค่ะ!" ประโยคคารมบาดคมของ ‘มินตรา’ ลูกสาวนักธุรกิจนำเข้าวัตถุดิบอาหารรายใหญ่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท บรรยากาศรอบตัวในห้องครัวใหญ่ของร้าน ‘The Safe Zone’ คล้ายจะลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและเนยละลายที่เพิ่งผ่านการปรุงจากงานเทศกาลอาหารประจำปีเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ เรนิน (เรย์) นักวิจารณ์อาหารสาวฝีปากกล้าชะงักมือที่กำลังจะเก็บสมุดบันทึกเลعของเธอลงกระเป๋า หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะดุดกึกไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวผู้หญิงที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะสายตาของพันวา เชฟหน้านิ่งเจ้าของนัยน์ตาสีสนิมเหล็กที่หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นยะเยือกต่างหาก "พูดจาให้มันระวังหน่อยครับ คุณมินตรา" พันวากดเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาพ่นออกมาเบาๆ อย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน "ร้านผมมีกฎชัดเจนเรื่องแขกไม่ได้รับเชิญ และเรื่องส่วนตัวของผม... ไม่เคยมีธุระอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับคุณ" มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเคลือบยาพิษนั้นไม่ได้สะเทือนสะท้านเชฟหน้านิ่งเลยแม้แต่น้อย หล่อนก้าวเข้ามาใกล้เคียงโต๊ะเตรียมอาหารมากขึ้น กวาดสายตามองเรนินด้วยหางตาก่อนจะแค่นยิ้ม "แหม เชฟก็พูดเกินไปค่ะ มินแค่หวังดี กลัวว่าเชฟจะเสียเวลากับ... คนที่ไม่ได้คู่ควรจะยืนเคียงข้างในงานสังคมระดับนั้น งานเทศกาลอาหารคืนนี้ประสบความสำเร็จก็จริงค่ะ แต่คนเราจะก้าวไปข้างหน้าระดับประเทศได้ มันต้องมี ‘แบ็ก’ ที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่นักวิจารณ์ปากจัดที่วันๆ จ้องจะจับผิดคนอื่นนะคะ" เรนินเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความมั่นใจที่มักจะมีล้นเหลือถูกความกรุ่นโกรธเข้าครอบงำชั่วขณะ เธอกำปากกาในมือแน่นจนข้อต่องอขาว ทว่าก่อนที่เธอจะได้สวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามถนัด พันวากลับก้าวเท้าฉับไวมาขวางหน้าเธอเอาไว้ ร่างสูงใหญ่ของเชฟหน้านิ่งบังเรนินไว้มิดชิด ราวกับต้องการปกป้องเธอจากรัศมีน่ารังเกียจของมินตรา "ต่อให้ผมไม่มีใครสักคนยืนข้างกาย ผมก็ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้" พันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำหนักคำพูดกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความมั่นใจของอีกฝ่าย "และที่สำคัญ... คนที่ผมเลือกจะให้ยืนข้างกาย จะไม่มีวันลดตัวลงมาใช้มารยาทต่ำๆ แบบที่คุณกำลังทำอยู่แน่นอน เชิญครับ" มินตราหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ หล่อนถอยหลังไปหนึ่งก้าว กัดฟันกรอด "แล้วเราจะได้เห็นดีกันค่ะเชฟพันวา! คุณกำลังทำให้ตระกูลใหญ่ๆ ต้องเสียหน้า และคุณเรนิน... ระวังตัวไว้เถอะค่ะ ของเล่นแก้เบื่อชิ้นนี้ อาจจะมีอายุสั้นกว่าที่คุณคิด!" สิ้นคำขู่ อาการฟาดงวงฟาดงษาของมินตราก็จบลงด้วยเสียงส้นสูงที่กระแทกกระทั้นเดินพ้นประตูห้องครัวออกไปอย่างฮึดฮัด ทิ้งความเงียบงันที่เต็มไปด้วยอณูความเดือดดาลไว้เบื้องหลัง เรนินถอนหายใจยาวเหยียด เธอยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปยังเคาน์เตอร์สแตนเลสที่เต็มไปด้วยเศษวัตถุดิบจากการแข่งขัน "ของเล่นแก้เบื่ออย่างฉันงั้นเหรอคะ... ฟังดูมีคุณค่าดีจังนะเชฟ" น้ำเสียงของเธอเจือแววประชดประชันอย่างปิดไม่มิด แม้ลึกๆ แล้วความรู้สึกอุ่นวาบที่ถูกเขาเอาตัวเข้าปกป้องจะยังอ้อยอิ่งอยู่ในอกก็ตาม พันวาถอนหายใจเบาๆ เขารีบก้าวเข้าไปใกล้เรนิน ไหล่กว้างหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาทำเอาเรนินต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ "อย่าไปฟังเสียงเห่าเสียงหอนของคนพวกนั้นเลยครับ" พันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงที่เคยเย็นชาเมื่อครู่กลับนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับเธอ "คุณไม่ได้เป็นของเล่นของใคร และไม่มีวันเป็น... สำหรับผมแล้ว คุณคือคนเดียวที่ผมยอมให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ปลอดภัยนี้ตั้งแต่แรก" เรนินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตฉายแววไหวระริกแม้จะพยายามทำฟอร์มเชิดใส่ "ปากหวานจังนะคะวันนี้ กินน้ำตาลปี๊บเข้าไปกี่กิโลคะเนี่ย หรือว่ากลัวฉันจะถอนตัวจากการเป็นนักวิจารณ์ประจำร้านคุณจริงๆ?" พันวาไม่ตอบคำถามยียวนนั้น เขายื่นมือหนาออกมา ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของเรนินออกให้อย่างเบามือสัมผัสที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความทะนุถนอมนั้นทำให้เรนินถึงกับนิ่งค้าง สมองที่เคยประมวลผลคำพูดจิกกัดได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงเสียดื้อๆ "ผมไม่ได้กลัวคุณถอนตัว..." พันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของเธอ "แต่ผมกลัว... ว่าคุณจะลืมไปว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลา ความสำเร็จของงานเทศกาลอาหารในค่ำคืนนี้ ที่ผู้คนต่างชื่นชมฝีมือการรังสรรค์เมนูของพันวาและการรีวิวอย่างตรงไปตรงมาของเรนิน กลายเป็นเพียงฉากหลังเบลอๆ เมื่อเทียบกับสายตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ หัวใจของเรนินเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "เชฟ..." เรนินเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบາลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากอิบอิ่มเผยอน้อยๆ อย่างคนกำลังชั่งใจ พันวาขยับเข้ามาประชิดตัวเธอมากยิ่งขึ้น วงแขนแข็งแรงข้างหนึ่งวางทาบลงบนเคาน์เตอร์ด้านหลัง กักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ดวงตาสีสนิมเหล็กคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรักที่ซ่อนเร้นมานานและตอนนี้มันล้นทะลักออกมาจนแทบปิดไม่มิด "ผมจริงจังนะ เรย์..." เขากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรียวปากของเธอทีละนิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ เรนินหลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึกที่โหมกระหน่ำเข้ามาในหัวใจ เธอเตรียมจะเอ่ยปากแซวกลบเกลื่อนความเขินอายตามนิสัย ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้แตะสัมผัสกันตามแรงดึงดูด *ปัง!* เสียงผลักประตูห้องครัวเปิดออกอย่างแรงและกะทันหัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่ก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ ตามด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจแต่แฝงความตื่นตระหนกของผู้มาใหม่ "พันวา! ตาพัน! นี่ลูกซ่อนตัวอยู่กับผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม ถึงว่าล่ะติดต่อเท่าไหร่ก็ไม่ยอมรับสาย... ตายจริง! ฉันไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหมเนี่ย!" เรนินลืมตาโพลงด้วยความตกใจ รีบดันอกพันวาให้ออกห่างทันที ขณะที่เชฟหน้านิ่งสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสียสุดขีดเมื่อต้องหันไปเผชิญหน้ากับร่างสง่าของหญิงสูงวัยผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งยืนกอดอกจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งคู่อย่างคาดคั้น—**แม่ของเขาเอง**ที่บินกลับมาจากต่างประเทศและบุกมาถึงร้านโดยไม่ทันตั้งตัว! ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%