เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือกรอบประตูกระจกใสไม่ได้ดังขึ้นแบบระรื่นหูอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกรีดแทรกบรรยากาศความเงียบงันภายในร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ของพันวาให้ขาดวิ่นลงในเสี้ยววินาที
เรนินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเรียวที่กำลังถือแท็บเล็ตตรวจเช็กสต็อกวัตถุดิบสั่นน้อยๆ จนเธอต้องกำมันไว้แน่น ความกดอากาศรอบตัวลดฮวบลงทันทีเมื่อร่างระหงสง่างามในชุดสูทผ้าไหมแบรนด์ดังระดับโลกก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางร้าน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้กฤษณาโชยมาแตะจมูก—กลิ่นอายที่เรนินคุ้นเคยและหวาดกลัวมาตลอดชีวิต
"แม่..." เรนินพึมพำลอดไรฟัน ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความตกใจปนตื่นตระหนก
คุณหญิงรสา กวาดสายตาคมกริบประเมินสภาพร้านอาหารสไตล์มินิมอลอบอุ่นแห่งนี้ด้วยความเรียบเฉย ก่อนที่ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา... รอยยิ้มแบบเดียวกับที่ใช้พิพากษาคอลัมน์วิจารณ์อาหารของเธอมานักต่อนัก
"ไม่คิดเลยว่านักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้า ลูกสาวคนเดียวของฉัน จะมาหลบซ่อนตัวอยู่ในร้านอาหารเล็กๆ นอกสายตาแบบนี้" น้ำเสียงราบเรียบทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ใครเชิญ
พันวาซึ่งยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ครัวเปิด ชะغوนมือที่กำลังเช็ดแก้วไวน์ลงทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความนิ่งสงบแต่วี่แววอันตรายแผ่ซ่าน เชฟหน้านิ่งไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขาเพียงแค่วางผ้าลงอย่างเป็นระเบียบ แล้วก้าวขายาวๆ ออกมาจากเคาน์เตอร์ ยืนบังร่างของเรนินไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
"ร้านของผมอาจจะเล็กในสายตาคุณหญิง... แต่ก็ไม่เคยมีแขกคนไหนเสียมารยาทเดินเข้ามาวิจารณ์งานของคนอื่นโดยไม่ได้รับเชิญ" พันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่เฉียบคมบาดลึก สมฐานะเชฟเจ้าของร้านที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้แต่ลูกค้าระดับ VVIP
คุณหญิงรสาหันขวับมามองชายหนุ่มเจ้าของร้าน ดวงตาคู่คมสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดูแคลน "อ๋อ... นี่สินะ เหตุผลที่ลูกสาวฉันถึงยอมทิ้งงานการระดับประเทศ ลาพักร้อนยาวนานอย่างไร้เหตุผล ก็เพราะมาขลุกอยู่กับเชฟโนเนมคนนี้นี่เอง"
"แม่! หยุดพูดจาดูถูกคนอื่นสักทีนะคะ!" เรนินก้าวออกมาจากด้านหลังของพันวา แรงอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานระเบิดออกมาจนเสียงสั่น เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ "นี่มันชีวิตของหนู หนูมีสิทธิ์จะเลือกทางเดินของตัวเอง!"
บรรยากาศในร้านตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ พันวายื่นมือหนามาแตะที่ข้อศอกของเรนินเบาๆ สัมผัสอบอุ่นและมั่นคงนั้นส่งผ่านไออุ่นมาเยียวยาความสั่นเทาในใจของหญิงสาวได้อย่างน่าประหลาด เรนินหันไปสบตาเขา แววตาเย็นชาของเชฟหนุ่มในยามปกติเวลานี้กลับเจือประกายความห่วงใยที่ซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิด แต่มันชัดเจนพอที่จะทำให้หัวใจที่กำลังเคว้งคว้างของเธอกลับมามีหลักยึด
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'กรณ์' นักธุรกิจหนุ่มไฮโซทายาทเครือโรงแรมดังที่เดินถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่เข้ามาด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"เรย์ครับ ผมเอาเอกสารเรื่องดีลโปรเจกต์ใหม่มาให้... เอ๊ะ ขอโทษครับ เหมือนผมจะมาขัดจังหวะหรือเปล่า?" กรณ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุในร้าน แต่สายตาเจ้าชเอก็ยังทอดมองเรนินด้วยความเสน่หาอย่างเปิดเผย พร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ไปตรงหน้าเธอ "พอดีผมผ่านทางนี้ เลยแวะเอาดอกไม้มาให้กำลังใจคนเก่งด้วยครับ"
เพล้ง!
เสียงกระเบื้องกระทบกันเบาๆ แต่สะท้อนก้องในความเงียบ พันวาไม่ได้ทำแก้วตก แต่เป็นด้ามจับช้อนตวงสแตนเลสในมือเขาที่ถูกบีบจนงอเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้ฉายแวววาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว ความหึงหวงและหงุดหงิดพุ่งทะยานจนทะลุขีดจำกัด เชฟหน้านิ่งก้าวฉับๆ ออกไปยืนขวางหน้าเรนินกับกรณ์ไว้ทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่ายจนกรณ์ต้องชะงักฝีเท้า
"ร้านผมปิดปรับปรุงชั่วคราวครับ ถ้าจะมาจีบใคร กรุณาพาออกไปทำนอกร้าน ดอกไม้ช่อเกะกะนี่ก็เอาออกไปให้พ้นด้วย เกะกะทางเดินในครัว" พันวาพ่นคำพูดรัวเร็ว น้ำเสียงห้วนจัดและเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
กรณ์เลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "อ้าว เชฟพันวา... ร้านอาหารเปิดบริการอยู่ไม่ใช่เหรอครับ ทำไมไล่ลูกค้าแบบนี้ล่ะ หรือว่ากลัวว่าผมจะจีบคุณเรย์แข่งกับเชฟล่ะครับ?"
คำพูดทีเล่นทีจริงของกรณ์เหมือนราดน้ำมันลงบนกองเพลิง เรนินหน้าแดงซ่านด้วยความเขินปนตกใจ เธอรีบหันไปมองพันวาเพื่อดูปฏิกิริยา และเธอก็แทบหยุดหายใจ
พันวาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวกรณ์ด้วยระยะห่างที่อันตราย ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาดุจพญานาคจ้องมองผู้ชายอีกคนนิ่งสนิท ก่อนที่เชฟหนุ่มจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟันที่ได้ยินกันแค่สามคน
"ถ้าไม่อยากให้เมนูพิเศษของร้านวันนี้กลายเป็น 'ยำหัวใจคนปากเสีย' กรุณาไสมหัวออกไปจากร้านผมเดี๋ยวนี้... และจำไว้ว่าเรนิน... เป็นคนของผม"
ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วบริเวณ คุณหญิงรสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับความอุกอาจของเชฟหนุ่ม ส่วนกรณ์ถึงกับหุบยิ้มสนิทเมื่อเจอพลังกดดันระดับมาเฟียในคราบเชฟ
เรนินหัวใจเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาไฟมาสุม คำว่า 'เป็นคนของผม' ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทซ้ำไปซ้ำมา ลบเลือนความหวาดกลัวที่มีต่อมารดาและลบความรำคาญใจที่มีต่อกรณ์ไปจนหมดสิ้น
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังอึ้งกับประกาศกร้าวของเชฟหน้านิ่งนั้น เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตูทางออก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่เอ่ยแทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียด
"โอ้โห... ประกาศความเป็นเจ้าของกันโต้งๆ แบบนี้ ค่อยสมกับเป็นเชฟพันวาหน่อย... แต่เสียดายนะ ที่เรื่องราวสนุกๆ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง"
ทุกคนหันขวับไปมองต้นเสียงพร้อมกัน และภาพที่เห็นก็ทำให้เลือดในกายของเรนินเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเยارันที่เคลือบบนใบหน้า... คนที่เรนินไม่อยากเจอหน้าที่สุดในโลกเวลานี้!
ด้วยรักและสตรอว์เบอร์รี
สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีค่ะ
เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 17
คนที่แอบมองอยู่ไกลๆ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!