เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 5

เมื่อเชฟดุไม่ได้แปลว่าใจร้าย

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เสียงมีดเชฟกระทบเขียงไม้ดัง *ทับ... ทับ... ทับ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวปิดหลังร้านในยามวิกาล กลิ่นหอมอุ่นของเนยละลายผสมผสานกับความฉุนบางเบาของพาร์มาซานชีสยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับจะเยาะเย้ยความหิวโหยที่เรนินพยายามอดกลั้นมาตลอดหลายชั่วโมง ร่างระหงของนักวิจารณ์อาหารสาวฝีปากกล้าทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลหนังสีเข้มมุมห้อง ดวงตากลมโตจดจ้องแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่หน้าเตาด้วยความรู้สึกที่สับสนระคนหงุดหงิด ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้ทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ไร้หัวใจมาตลอดทั้งวัน แต่ทำไมเวลาที่ปลายนิ้วเรียวยาวนั่นจับตะหลิวพลิกสเต๊กเนื้อในกระทะเหล็กหล่อ ถึงได้ดูมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลยนะ "ถ้ามองแรงขนาดนั้น เนื้อในกระทะคงไหม้กลายเป็นผงถ่านไปนานแล้วล่ะค่ะคุณนักวิจารณ์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันมามอง พันวาปิดเตาแก๊สอย่างคล่องแคล่ว จัดการวางชิ้นเนื้อฉ่ำซอสลงบนจานกระเบื้องสีขาวสะอาดตาอย่างประณีตราวกับงานศิลปะชั้นยอด ก่อนจะเลื่อนจานอาหารนั้นมาตรงหน้าเรนินโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เรนินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจับไต๋ได้ เธอเชิดคางขึ้นทันทีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเปิดฉากสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยาะหยันที่คุ้นเคย "ฉันไม่ได้มองเนื้อ ฉันกำลังประเมินความสะอาดของห้องครัวคุณต่างหากค่ะเชฟพันวา เผื่อว่าวันดีคืนดีฉันอาจจะต้องเขียนรีวิวแฉว่าหลังร้านคุณมีหยากไย่เกาะอยู่ตรงซอกตู้เย็น" พันวาถอนหายใจเบาๆ เป็นเชิงระอา เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจาเชือดเฉือนอย่างเคย ชายหนุ่มเพียงแค่ดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่โน้มตัวไปข้างหน้านิดหน่อย ดวงตาสีนิลคู่คมจดจ้องมองใบหน้าเนียนที่พยายามตีสีหน้าเรียบเฉยอย่างรู้ทัน "ปากเก่งจังนะคะ... แต่ท้องร้องจ๊อกจนฉันได้ยินมาถึงหน้าเตาแล้วเนี่ย" "นี่คุณ!" เรนินหน้าตื่น เธอเผลอยกมือขึ้นกุมท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความอับอาย "ฉันไม่ได้หิวสักหน่อย แค่... ระบบย่อยอาหารมันทำงานเร็วกว่าปกติต่างหาก!" "ค่ะ เชื่อก็1ด" พันวายอมรับคำแก้ตัวนั้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที่แทบจะมองไม่เห็น มุมปากหยักลึกยกขึ้นนิดๆ เป็นประกายความเอ็นดูที่เจืออยู่ในแววตาคู่นั้นอย่างมิดเม้น "กินซะสิ ก่อนที่เนื้อจะหายร้อน ถ้าไม่อร่อยค่อยเอาไปเขียนด่าฉันในคอลัมน์พรุ่งนี้" เรนินมองจานสเต๊กตรงหน้า สลับกับใบหน้าด้านข้างของเชฟหนุ่มที่ตอนนี้หันไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมือ ความดื้อรั้นในใจเธอยังคงทำงาน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อวากิวที่ราดด้วยซอสไวน์แดงสูตรพิเศษนั้นกำลังทลายกำแพงความหยิ่งทะนงของเธอลงทีละน้อย มือเรียวยาวหยิบส้อมและมีดขึ้นมาอย่างจำยอม เธอบรรจงหั่นเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ เพื่อสัมผัสรสชาติ และในวินาทีที่เนื้อนุ่มละมุนละลายบนลิ้น รสชาติกลมกล่อมที่บาลานซ์ความเค็ม ความหวาน และความหอมของเครื่องเทศได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็ทำให้ดวงตาของนักวิจารณ์สาวเบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว อร่อย... อร่อยจนแทบจะร้องไห้ มันไม่ใช่แค่รสชาติอาหารที่ดี แต่มันคือรสชาติของความใส่ใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชาและวาจาดุดันนั่นต่างหาก "เป็นไงคะ ฝีมือเชฟที่ไม่มีหัวใจคนนี้ พอจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานของคุณหนูเรนินไหม" พันวาเอ่ยถามเสียงนุ่ม น้ำเสียงนั้นไม่มีแววเยาะเยือนเหมือนทุกครั้ง มีเพียงความคาดหวังจางๆ ที่สะท้อนผ่านดวงตาคู่นั้น เรนินวางส้อมลงบนจาน เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ความรู้สึกอวดดีเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำชมบางอย่างออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ *กริ๊ง!* เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นกะทันหัน ทำลายความเงียบสงบในยามวิกาลลงอย่างไร้เยื่อใย พันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจในทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับหันไปมองทางประตูหน้าร้านที่ควรจะปิดล็อกไปแล้ว เรนินหันขวับตามเสียงนั้น หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่างที่แปลกประหลาด ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางมั่นใจ เส้นผมเซ็ตมาอย่างดีและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เรนินจำได้ขึ้นใจ—คู่หมั้นหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่เธอเพิ่งหนีงานหมั้นมาหมาดๆ ยืนส่งยิ้มเย็นเยียบอยู่ตรงธรณีประตู "เจอตัวสักทีนะ... เรย์ ที่แท้ก็มาแอบซ่อนตัวอยู่กับเชฟไก่กาคนนี้นี่เอง" — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%