เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังเช้งวับราวกับประกาศสงครามขนาดย่อม คือนาฬิกาปลุกเรือนแรกที่ต้อนรับเรนินเข้าสู่สนามรบจริงในครัวของ ‘Bistro 9’ เช้าวันแรกของการเป็นผู้ช่วยเชฟฝึกหัดตามบทลงทัณฑ์สุดพิสดารไม่ได้เริ่มต้นด้วยความหอมหวานของครัวซองต์อบใหม่ หากแต่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นฉุนกึกของยี่หร่า ลูกผักชี และอารมณ์กรุ่นโกรธของเชฟใหญ่ที่แผ่รังสีความเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
"ถ้าคิดว่าการยืนถือสมุดโน้ตแล้วทำหน้าเหมือนคนท้องผูกจะช่วยให้ซุปหัวหอมในหม้อนั้นรสชาติกลมกล่อมขึ้นได้ คุณก็ยืนต่อไปค่ะ เรนิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นดังทะลุผ่านไอความร้อนจากเตาไฟ พันวาไม่ได้แม้แต่จะหันกลับมามอง ขณะที่มือเรียวหนายังคงบรรจงแล่เนื้อปลาแซลมอนด้วยความเร็วและแม่นยำระดับปรมาจารย์ เรนินสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นความคันยิบๆ ที่ปลายนิ้วอยากจะคว้าทัพพีสาดใส่แผ่นหลังกว้างนั้นเหลือเกิน
"ฉันไม่ได้ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกค่ะเชฟ แต่ฉันกำลังใช้ความคิดอย่างลึกซึ้งต่างหาก ว่าทำไมคนที่มีฝีมือระดับมิชลิน ถึงได้มีปากที่น่าหยิกเสียยิ่งกว่าแม่ค้าปากตลาดแถวสะพานควาย" เรนินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี ร่างบางในชุดผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทก้าวเข้าไปประชิดหน้าเคาน์เตอร์เตรียมอาหารอย่างไม่เกรงกลัว
พันวาชะอักมือที่ถือมีดเล่มคมกริบ เขาค่อยๆ วางมันลงบนเขียงช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขน and พักตร์ที่นิ่งสนิทจ้องมองร่างบางนิ่งงัน ระยะห่างระหว่างกันไม่ถึงคืบทำให้เรนินได้กลิ่นจางๆ ของเปปเปอร์มิ้นต์ผสมกลิ่นอายความร้อนจากเตาไฟบนตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
"ปากตลาดเหรอคะ?" พันวาเอียงคอเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น "จำไว้ว่าในครัวของฉัน ไม่มีพื้นที่ให้คนปากเก่งแต่ไร้ฝีมือมาเดินเฉิดฉาย ถ้ายังไม่อยากโดนไล่ออกไปตั้งแต่วันแรก ก็ช่วยหุบปากแล้วไปหั่นหอมหัวใหญ่สองลังนั้นให้เสร็จก่อนเที่ยง ไม่อย่างนั้นคุณจะได้นอนกอดหัวหอมแทนหมอนที่ห้องพักแน่ๆ"
พูดจบเขาก็สะบัดหน้าหนีกลับไปสนใจเตาไฟต่อปล่อยให้เรนินยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ยัยตัวแสบอย่างเธอไม่เคยยอมแพ้ใครหน้าไหนอยู่แล้ว! เรนินก้าวฉับๆ ไปยังกองหอมหัวใหญ่สีเหลืองอร่ามที่กองสูงเป็นภูเขาเลากา เธอคว้ามีดสเตนเลสขึ้นมาด้วยความฮึิมเหิม กะว่าจะสับเจ้าหอมพวกนี้ให้เหมือนร่างของเชฟจอมเผด็จการแก้แค้น แต่ทว่า... ทันทีที่คมมีดกระทบลงบนเนื้อหอม กลิ่นฉุนรุนแรงก็พุ่งเข้าใส่ดวงตาทันทีจนต่อมน้ำตาทำงานอย่างฉับพลัน
*บ้าเอ๊ย! ทำไมมันแสบตาขนาดนี้เนี่ย!*
เรนินกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ม่านน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา พยายามสูดจมูกฟืดฟาดอย่างน่าเวทนา แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมเปล่งเสียงร้องโอ๊ดโอยออกมาเด็ดขาด โดยเฉพาะเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงสายตานิ่งสนิทที่แอบเหลือบมองมาทางนี้เป็นระยะ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง กองหอมหัวใหญ่ลดจำนวนลงไปครึ่งหนึ่ง แต่วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง เรนินยืนเช็ดน้ำตาป้อยๆ ด้วยหลังมืออย่างหมดมาดนักวิจารณ์อาหารชื่อดัง ในขณะที่พันวากำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวซอสเดมิกลาส ร่างสูงเดินผ่านเธอไปเพื่อหยิบเนยในตู้แช่ และจังหวะนั้นเองที่เขาเหลือบเห็นสภาพอันน่าอนาถของหญิงสาว
พันวาชะงักฝีเท้า ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างระอา ก่อนจะเดินกลับมาคว้ากล่องทิชชู่ออกมาดึงแผ่นหนึ่งแล้วยื่นไปตรงหน้าเธออย่างไร้ความนุ่มนวล
"อะ" เขาโยนมันใส่หัวเธอเบาๆ "สภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด"
เรนินคว้ากระดาษทิชชู่นั้นมาขยำใส่หน้าเขา (ในใจ) แต่ปากกลับสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพราะพิษความแสบตา "ไม่ต้องมาทำเป็นใจดีค่ะเชฟ ฉันไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากซาตานหน้าตาดีสักหน่อย!"
พันวาชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบไหววับชั่วขณะหนึ่งเมื่อได้ยินคำว่า 'หน้าตาดี' จากปากเธอ เขาก้มลงมองหน้าหญิงสาวที่แก้มแดงก่ำเพราะพิษความเผ็ดร้อนของหอมหัวใหญ่ ดวงตากลมโตชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาดูเปราะบางและน่าทะนุถนอมอย่างประหลาด ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกจนเขาต้องรีบเบือนหน้าหนีแล้วแสร้งทำเป็นกระแอมไอมือใหญ่
"ถ้ายังไม่อยากตาบอดก่อนจะได้ชิมอาหารฝีมือตัวเอง ก็เอาผ้าชุบน้ำมาปิดตาไว้ซะ แล้วหั่นต่อให้เสร็จ ความดื้อรั้นไม่เคยช่วยให้ซุปอร่อยขึ้นหรอกนะเรนิน" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมนิดหน่อยอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะยังคงความกวนประสาทไว้เช่นเคย
เรนินย่นจมูกใส่แผ่นหลังกว้างที่เดินกลับไปหน้าเตา แต่เธอกยอมทำตามคำสั่งนั้นแต่โดยดี บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มเจือจางลงด้วยความอลหม่านของการเตรียมวัตถุดิบ กลิ่นเครื่องเทศอบอวลผสมผสานกับเสียงบ่นอุบอิบของหญิงสาวที่ดังลอดออกมาเป็นระยะ ทำให้ครัวที่เคยเงียบขريقและน่ากลัวกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ ความวุ่นวายรอบแรกสงบลง พนักงานในร้านเริ่มทยอยพักผ่อน เรนินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลหน้าเคาน์เตอร์ด้วยความเหนื่อยอ่อน ขาทั้งสองข้างแทบจะก้าวไม่ออกจากการยืนนานหลายชั่วโมง พันวาเดินถือแก้วชาอุ่นๆ มาวางตรงหน้าเธอโดยไม่พูดอะไรสักคำ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความแปลกใจ
"ดื่มซะ ขิงร้อนๆ จะช่วยแก้คลื่นไส้จากการยืนดมกลิ่นเครื่องเทศทั้งวัน" เขาพูดเสียงเรียบ ทำท่าจะเดินเลี่ยงหนี
"เดี๋ยวก่อนสิเชฟ..." เรนินเอ่ยเรียกไว้ก่อน พันวาหยุดเดินแต่ไม่ได้หันกลับมา "ทำไมคุณถึง... ใจร้ายกับฉันนักล่ะคะ ตั้งแต่วันแรกที่วิจารณ์ร้านคุณ ฉันก็แค่ทำหน้าที่ของฉัน ส่วนคุณ... ทำไมต้องเจาะจงลงโทษฉันหนักหนาขนาดนี้ด้วย"
บรรยากาศในห้องครัวกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานเบาๆ พันวาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ แสงไฟสีส้มสลัวจากเพดานตกกระทบลงบนใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"เพราะคุณ..." พันวาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่าง "เป็นคนเดียว... ที่ทำให้ลิ้นของฉันสะดุดตั้งแต่คำแรกที่ได้ชิม"
เรนินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงกับประโยคกำกวมที่ชวนให้คิดไกลเกินกว่าเรื่องอาหาร คำสารภาพกลายๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยชาทำให้เธอนั่งนิ่งค้าง ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศหวานอมเปรี้ยวชวนจิกหมอนจะได้พัฒนาไปมากกว่านั้น เสียงผลักประตูกระจกหน้าร้านด้านนอกก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดของชายหนุ่มปริศนาในชุดสูทเนี๊ยบกริบที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"ขอโทษทีนะพอดีฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า... พันวา น้องเรย์?"
เรนินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที และวินาทีนั้นเองที่ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อพบว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร—บุคคลที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดสามเดือนเต็ม!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมลิ้มรสความปั่นป่วนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 4
กลิ่นเครื่องเทศกับความหงุดหงิด
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!