"ถ้าปากเก่งนัก ก็เชิญเข้ามาพิสูจน์ฝีมือข้างในนี้เลยดีไหมล่ะคะคุณนักวิจารณ์ หรือเก่งแต่ใช้ปลายนิ้วพิมพ์คอมเมนต์วิจารณ์คนอื่นไปวัน ๆ โดยไม่เคยรู้เลยว่า กว่าจะได้แต่ละจานมันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายท้าทายของพันวา ดังแทรกผ่านความเงียบงันของห้องครัวปิดหลังร้านอาหารชื่อดัง เรนินสะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่ตั้งใจ เปลือกตากระตุกวูบเมื่อถูกต้อนจนมุมด้วยประโยคที่จี้ใจดำ ยิ่งเห็นรอยยิ้มมุมปากเยርยันนิด ๆ ของเชฟหน้านิ่งที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์สเตนเลส ยิ่งทำให้ความมั่นใจในฐานะนักวิจารณ์อาหารฝีปากกล้าของเธอลดฮวบลงครึ่งหนึ่งในพริบตา
"คุณ... พูดอะไรของคุณคะพันวา" เรนินเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วสูงพยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวในอก เธอถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดเชฟสีขาวสะอาดก้าวเข้าประชิดทีละน้อย กลิ่นหอมสะอาดเจือจางของยูคาลิปตัสผสมกับกลิ่นเครื่องเทศจาง ๆ ลอยอวลแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา
"ฉันก็แค่พูดความจริงค่ะ" พันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรนินราวกับจะค้นหาความลับ "คุณสับเละบทความรีวิวร้านฉันไปสามคอลัมน์ติด บอกว่าซอสขาดมิติ บอกว่าวัตถุดิบไม่สดพอ... ในเมื่อคุณเก่งกาจถึงขนาดชี้เป็นชี้ตายร้านอาหารได้ ทำไมเราไม่มาลองดูกันล่ะคะ ว่าฝีมือปลายปากกาของคุณ กับฝีมือปลายจวักของฉัน อย่างไหนมันจะน่าเชื่อถือกว่ากัน"
หัวใจของเรนินเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มือเรียวที่ไขว้ไว้ด้านหลังจิกเข้าหากันแน่นเพื่อเรียกสติ เธอเกลียดสายตาคู่นี้ สายตาที่มองเธอเหมือนเด็กน้อยเอาแต่ใจ และที่สำคัญที่สุด... เธอทำอาหารไม่เป็น! ชีวิตของเรนินคลุกคลีอยู่กับหนังสือ เมนูหรูหรา และการชิมอาหารฝีมือเชฟระดับมิชลินมาค่อนชีวิต แต่ไม่เคยแม้แต่จะจับตะหลิวทอดไข่เจียวด้วยซ้ำ
"นี่มันคนละเรื่องกันนะคะเชฟ!" เรนินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความเย่อหยิ่งทั้งหมดที่มีกลับมาปกป้องตัวเอง "หน้าที่ของฉันคือการวิจารณ์ ไม่ใช่การลงมือทำ หน้าที่ของคุณคือการทำอาหารให้อร่อยสมกับราคา ถ้าทำไม่ได้ก็ยอมรับคำวิจารณ์ซะสิคะ อย่ามาใช้วิธีเด็ก ๆ แบบนี้กลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเองเลย"
"เด็ก ๆ งั้นเหรอคะ?" พันวาทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ระคนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปลดผ้ากันเปื้อนสีดำผืนหนาออกจากเอว ก่อนจะหยิบผ้ากันเปื้อนอีกผืนที่พาดอยู่บนราวสแตนเลสขึ้นมาถือไว้ในมือ "ฉันไม่ได้กลบเกลื่อนอะไรทั้งนั้น แต่ในฐานะที่ฉันเป็นเชฟ ฉันไม่อนุญาตให้คนที่แยกแยะไม่ออกระหว่าง 'รสชาติจริง ๆ' กับ 'อคติส่วนตัว' มาเหยียบย่ำความตั้งใจของลูกน้องฉันอีก... ยกเว้นเสียแต่ว่า คุณจะกล้าพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่า คุณแน่จริงอย่างที่ปากว่า"
ผ้ากันเปื้อนสีดำถูกยื่นมาตรงหน้า เรนินมองมันราวกับมันคือระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าเธอได้ทุกเมื่อ บรรยากาศภายในห้องครัวกว้างขวางเวลานี้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงฮัมเบา ๆ ของเครื่องทำความเย็น ความกดดันพุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง เรนินเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ประตูทางออกก็ถูกร่างสูงของเชฟหน้านิ่งยืนขวางไว้จนมิด
หากเธอปฏิเสธตอนนี้ เธอก็จะกลายเป็นแค่นักวิจารณ์ขี้ขลาดตาขาวที่เก่งแต่เห่าแต่ไม่กล้ากัดตามที่เขาปรามาสไว้จริง ๆ แต่ถ้าเธอรับคำท้า... ความลับที่ว่าเธอทำอาหารไม่เป็นเลยแม้แต่อย่างเดียวก็จะถูกเปิดโปงต่อหน้าเชฟผู้หยิ่งทะนองคนนี้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่เธอยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!
"ทำไมคะ? กลัวเหรอ" พันวายิ้มเยาะน้อย ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งเงียบไปนาน ดวงตากลมโตที่มักจะมองเขาด้วยความดุดันเสมอในยามนี้กลับไหวระริกอย่างปิดไม่มิด เขารู้สึกสนุกอย่างประหลาดที่ได้เห็นยัยตัวแสบฝีปากกล้าต้องตกอยู่ในสภาพจนมุมแบบนี้
"ใครกลัวกันคะ!" เรนินสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ความทิฐิพุ่งปรีDจนบังคับปากให้พูดในสิ่งที่น่าจะเสียใจทีหลัง "ฉันแค่ว่ามันเสียเวลาเปล่าต่างหากค่ะ การทำอาหารไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรโตแจ้งขนาดนั้นหรอก ฉันแค่ไม่อยากเสียเวลากับเกมปัญญาอ่อนของคุณ!"
"ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ" พันวาก้าวเข้ามาประชิดอีกครั้ง คราวนี้เขาก้มลงกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มพร่าต่ำทิ้งระยะจังหวะอย่างจงใจจนขนอ่อนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง "ฉันให้เวลาคุณสามสิบนาที เลือกวัตถุดิบในตู้เย็นมาหนึ่งอย่าง แล้วทำเมนูอะไรก็ได้ที่คุณคิดว่า... 'สมบูรณ์แบบ' พอที่จะเอาชนะฉันได้"
ลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้เรนินแทบหยุดหายใจ เธอนิ่วหน้าเบี่ยงตัวหนีสัมผัสวาบหวามที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนต้องรีบยกมือขึ้นเสยผมเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
"ก็ได้ค่ะ!" เรนินตวัดสายตากลับไปสบตากับเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะเริ่มกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกแล้วก็ตาม เธอยื่นมือไปชิงผ้ากันเปื้อนมาจากมือหนาด้วยท่าทางแข็งกร้าว "ถ้าแค่นี้ทำให้คุณหุบปากแล้วเลิกกa่าวหาฉันไม่ได้ ฉันก็จะทำให้ดูว่า นักวิจารณ์อย่างฉันเขาก็มีฝีมือไม่แพ้เชฟห่วย ๆ แถวนี้หรอกนะคะ!"
พันวายกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกريบพินิจมองท่าทางพองขนราวกับแมวขู่ของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา เขาผายมือไปยังโซนเคาน์เตอร์ทำอาหารที่เตรียมพร้อมด้วยวัตถุดิบสดใหม่นานาชนิด ราวกับสุภาพบุรุษที่กำลังเชื้อเชิญเจ้าหญิงเข้าสู่สนามประลอง
"เชิญทางนั้นเลยค่ะคุณนักวิจารณ์... ฉันอยากรู้เหมือนกันว่า เมนูจากฝีมือคนปากเก่ง จะมีรสชาติหอมหวานหรือขมขื่นกันแน่"
เรนินก้าวเท้าฉับ ๆ ไปยังหน้าเคาน์เตอร์สแตนเลสด้วยหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลองเพล เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกสติ ขณะที่มือเรียวสั่นน้อย ๆ เอื้อมไปเปิดตู้เย็นสแตนเลสบานใหญ่ที่มีวัตถุดิบพรีเมียมวางเรียงรายละลานตา ทันทีที่บานตู้เปิดออก ความเย็นจัดก็พัดปะทะใบหน้า พร้อม ๆ กับความคิดนับร้อยที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัว *แล้วเธอจะทำอะไรวะเนี่ย ไข่เจียวยังไหม้เลยเรย์เอ๊ย!*
ในจังหวะที่เธอกำลังลังเลว่าจะหยิบอะไรออกมาดีระหว่างกุ้งสดกับเนื้อวัวอิตาลี เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากทางประตูดังทะลุห้องครัว พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยทักขึ้นด้วยความแปลกใจ
"อ้าว พันวา... ทำไมไฟในครัวยังสว่างอยู่ แล้วนี่หนูเรย์มาทำอะไรดึกดื่นค่ำคืนนี้กันล่ะเนี่ย?"
เรนินชะงักค้าง มือที่กำลังเอื้อมไปหยิบกุ้งหยุดชะงักกลางคัน เธอหันขวับไปมองยังต้นเสียงทันทีด้วยความตกใจสุดขีด เช่นเดียวกับพันวาที่ขมวดคิ้วมุ่นหันไปมองแขกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญในยามวิกาล
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมลิ้มรสความปั่นป่วนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 3
คำท้าทายที่ไร้ทางหนี
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!