กฎเกณฑ์แห่งเวทมนตร์ฉบับศิษย์ก้นกุฏิกับอาจารย์ตัวแสบ•ตอนที่ 3

กฎระเบียบกับทางลัด

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถ้าขืนนายยังจัดตารางเวลาให้ชีวิตเหมือนแท่งคริสตัลเวทมนตร์เจียรนัยละเอียดแบบนี้อีกสักวัน... ฉันเกรงว่าสมองอันปราดเปรื่องของเด็กทุนปีหนึ่งอย่างเรย์ วาลเทอร์ คงจะตีบตันกลายเป็นผงถ่านเร็วกว่ากำหนดการเกษียณอายุของภารโรงอาคารสี่เสียอีกนะครับ" ปลายนิ้วเรียวยาวที่แต่งแต้มด้วยเล็บเจลสีนิลเข้มเคาะลงบนแผ่นกระดาษหนังแก้วราคาแพงอย่างจงใจ แรงกระแทกเบาๆ นั้นเพียงพอที่จะทำให้หมึกเวทมนตร์สีครามเรืองแสงจางๆ ซึ่งผมเพิ่งใช้เวลาคำนวณสูตรสัดส่วนการใช้มานาและเวลาพักผ่อนนานร่วมสามชั่วโมงต้องบิดเบี้ยวกลายเป็นเส้นหยักราวกับลายเส้นของเด็กอนุบาล ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ปล่อยให้เส้นเลือดบริเวณขมับข้างขวาเต้นตุบๆ จนเกินงาม ในฐานะนักเรียนทุนปีหนึ่งแห่งสถาบันเวทมนตร์แอสตราเลีย ความสมเหตุสมผลและตรรกะคือรากฐานเดียวที่จะทำให้ผมรอดพ้นจากกรงเล็บของค่าใช้จ่ายมหาศาลและสายตาดูแคลนของบรรดาคุณหนูตระกูลขุนนาง ตารางชีวิตคือเข็มทิศ การจัดสรรเวลาทุกวินาทีตั้งแต่ตีห้าจนถึงเที่ยงคืนคือหลักประกันความอยู่รอด แต่วันนี้... เข็มทิศนำทางชีวิตอันแสนสมบูรณ์แบบนั้นกำลังถูกทำลายล้างด้วยฝีมือของอาจารย์ที่ปรึกษาประจำภาควิชาเวทมนตร์ประยุกต์ผู้มีดีกรีความป่วนระดับภัยพิบัติ ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวยที่ทิ้งตัวระบ่าไหล่ เธอยืนพิงขอบประตูห้องพักส่วนตัวของผมในหอพักนักเรียนทุน รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกความสนุกสนานอย่างไม่ปิดบัง เซเลนา มอนต์โกเมอรี ไม่เคยเคาะประตูก่อนเข้าห้องใคร และเธอก็ไม่เคยปล่อยให้ระเบียบวินัยใดๆ รอดพ้นจากการก่อกวนของเธอได้เลย "อาจารย์เซเลนาครับ" ผมเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "นี่คือตารางการฝึกฝนเวทมนตร์ธาตุผสมและการฟื้นฟูพลังจิตที่ผ่านการคำนวณประสิทธิภาพสูงสุดตามทฤษฎีกลศาสตร์เวทเล่มสามแล้ว มันไม่มีข้อผิดพลาด และไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับการทำกิจกรรมไร้สาระใดๆ ทั้งสิ้น" "โอ้ ความผิดพลาดเดียวของมันก็คือ 'ความไร้ชีวิตชีวา' ยังไงล่ะ เรย์" เซเลนาก้าวเท้าเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ รองเท้าบูทหนังแท้ส่งเสียงกระทบพื้นไม้ดัง *ก๊อก แกร็ก* เป็นจังหวะ เธอย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของผมอย่างไร้มารยาท ก่อนจะกวาดสายตาดุจเหยี่ยวมองเอกสารบนโต๊ะราวกับกำลังตรวจทานกระดาษเศษขยะ "ดูนี่สิ... '04:00 - 04:30 น. ทบทวนตำราพฤกษศาสตร์เวท', '04:30 - 05:00 น. นั่งสมาธิปรับสมดุลธาตุ' น่าเบื่อ ยิ่งกว่าฟังอาจารย์ใหญ่เทศน์ในพิธีปฐมนิเทศเสียอีก นายใช้ชีวิตหรือกำลังเข้าคุกดัดสันดานกันแน่เนี่ย" "ผมเรียกว่า 'การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ' ครับอาจารย์" ผมตอบกลับ พร้อมกับเอื้อมมือไปหมายจะดึงกระดาษแผ่นนั้นคืนมา แต่เซเลนากลับไวรัส ไวกว่า เธอใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หนบมุมกระดาษไว้ แล้วตวัดข้อมือเพียงเบาๆ กระดาษแผ่นนั้นก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางๆ หายไปในอากาศต่อหน้าต่อตาผม ผมชะงัก ค้างมือไว้อย่างนั้น ความโกรธวูบหนึ่งแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่ถูกระงับไว้ด้วยนิสัยที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี "อาจารย์เพิ่งเผา... งานสามชั่วโมงของผมทิ้งไปเฉยๆ แบบนั้นเลยเหรอครับ?" "ฉันไม่ได้เผา ฉันแค่รีไซเคิลมันให้กลายเป็นพลังงานความร้อนในห้องนี้ เพื่อที่นายจะได้เลิกทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไขลานสักที" เซเลนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีเพลิงคู่นั้นกวาดมองสำรวจรอบห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ชั้นหนังสือเวทมนตร์ที่มีการจัดเรียงตามลำดับหมวดหมู่และปีพิมพ์อย่างเคร่งครัด "ฟังนะ เด็กน้อย โลกของเวทมนตร์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขบนกระดาษหนังแก้วพวกนั้นหรอก เวทมนตร์มันคือ 'ความอลวน' มันคือความรู้สึกที่กระโจนออกจากอกโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ถ้านายมัวแต่ล็อกตัวเองไว้ในกรอบตารางเวลาสี่เหลี่ยมนี้ นายก็จะไม่มีวันสัมผัสแก่นแท้ของเวทมนตร์ประยุกต์ได้เลย" "แต่ทฤษฎีคือรากฐานของความปลอดภัยครับ ถ้าไม่มีตารางควบคุม มานาในร่างกายผมอาจจะเกิดภาวะตีกลับและระเบิดได้ทุกเมื่อตามหลักการ..." "งั้นก็ปล่อยให้มันระเบิดสิ!" เซเลนาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อยจนผมเผลอชะงัก "การเรียนเวทมนตร์ที่ดีที่สุดคือการเอาตัวเข้าไปคลุกคลีกับความเสี่ยง ไม่ใช่การนั่งคำนวณความน่าจะเป็นอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าๆ นี่... เอาล่ะ เลิกบ่นเป็นคนแก่ได้แล้ว ฉันมี 'งานนอกหลักสูตร' ที่สนุกกว่าการนั่งท่องตำราพฤกษศาสตร์งี่เง่าพวกนั้นมาให้นายทำ" ผมขมวดคิ้วแน่น "ผมไม่มีเวลาว่างสำหรับงานนอกหลักสูตรของอาจารย์หรอกครับ วันนี้ผมมีนัดทดลองผสมสารเร่งมานากับภาควิชา..." "นัดนั้นถูกยกเลิกไปแล้ว" เซเลนายิ้มกริ่ม ควักตั๋วสีทองอร่ามสองใบออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วโบกไปมาตรงหน้าผม "เพราะฉันเพิ่งไปบอกหัวหน้าภาควิชาของนายว่า... เด็กทุนคนเก่งของฉันจำเป็นต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจพิเศษภาคสนามด่วนที่สุด... เพื่อความปลอดภัยของสถาบัน" ผมจ้องมองตั๋วในมือเธอสลับกับใบหน้าเปื้อนยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น สมองของผมประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดและความหายนะที่กำลังจะตามมา "อาจารย์ทำอะไรลงไป..." ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน "ฉันก็แค่เปิด 'ทางลัด' ให้ชีวิตของนายมันมีสีสันขึ้นมาหน่อยยังไงล่ะ เรย์" เซเลนาก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายดินฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก เธอยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างใบหูของผมด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนชวนขนลุก "เตรียมตัวให้พร้อม... รถไฟสายมรณะกำลังจะออกเดินทางในอีกสิบนาทีนี้ และถ้าตารางชีวิตของนายไม่มีเวลาเหลือพอสำหรับ 'ความตาย' นายก็คงต้องรีบไปแก้ตัวเลขบนสวรรค์เอาเองแล้วล่ะนะ" ยังไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปากโต้แย้ง เสียงระฆังเตือนภัยระดับฉุกเฉินจากหอนาฬิกากลางสถาบันก็ดังสนั่นหวั่นไหว *ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!* พร้อมๆ กับที่พื้นห้องใต้เท้าของผมสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารกำลังตื่นขึ้นมาจากหลุมหลบภัยใต้ดิน และเมื่อผมก้มลงมองที่ข้อมือซ้าย รอยสักเวทมนตร์ระบุสถานะนักเรียนทุนที่ควรจะนิ่งสงบ กลับปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือนถี่รัวจนแสบตา **[แจ้งเตือนระบบสถาบัน: ตรวจพบการปลดปล่อยพลังงานเวทมนตร์ปริศนา ระดับภัยคุกคาม: SSS]** **[เงื่อนไขภารกิจลับ: ผู้ถูกเลือกจำต้องเข้าสู่ 'เขาวงกตใต้พิภพ' ร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาภายใน 3 นาที มิฉะนั้นเขตหอพักทั้งหมดจะถูกผนึกถาวร]** **[คำเตือนจากระบบ: ประตูมิติเบื้องหลังตู้เสื้อผ้าของคุณกำลังเปิดออก... และแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนแรกกำลังก้าวออกมาแล้ว]** ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันน่าปวดหัวของเรย์และอาจารย์เซเลนา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กฎเกณฑ์แห่งเวทมนตร์ฉบับศิษย์ก้นกุฏิกับอาจารย์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%