กลิ่นของผงถ่านและสารหนูเจือจางในอากาศ ชวนให้รู้สึกระคายคอตั้งแต่ก้าวแรกที่ผลักบานประตูไม้โอ๊กหนาหนักเข้ามาภายในห้องเรียนเวทประยุกต์ 304
เรย์ วาลเทอร์ ขยับปกเสื้อคลุมนักเรียนปีหนึ่งให้เข้าที่ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังพลิกกระดาษรายงานแผ่นบางในมือ สายตาสีเทาเข้มกวาดมองสภาพภายในห้องที่ดูไม่ต่างจากโกดังเก็บขยะของนักเล่นแร่แปรธาตุสติเฟื่อง โต๊ะไม้ตัวยาววางเกะกะอย่างไร้ระเบียบ บนนั้นเต็มไปด้วยขวดแก้วทรงประหลาด ตำราเวทปกหนังที่หลุดรุ่ย และคราบรอยไหม้สีดำสนิทเป็นวงกว้างบนพื้นหินแกรนิต
ไม่มีเสียงกระซิบพูดคุย ไม่มีระเบียบแถวอันเคร่งครัดเหมือนห้องเรียนเวทมนตร์พื้นฐาน
สิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจของเรย์ในเวลานี้ คือร่างระหงที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนขอบโต๊ะตัวใหญ่หน้าห้อง เส้นผมสีบลอนด์เงินยาวสลวยทิ้งตัวลงมาคลอเคลียกับไหล่บาง ศาสตราจารย์เซเลนา มอนต์โกเมอรี ในชุดคลุมนักวิชาการสีชาเข้มกำลังเคี้ยวลูกอมสมุนไพรในปากจนเกิดเสียงกรุบกรอบ ดวงตาสีฟ้าใสราวน้ำแข็งคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาระรื่น ราวกับกำลังรอคอยให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักที่นางเป็นคนขุดหลุมไว้เอง
"มาช้าไปสามนาทีกับสิบสองวินาทีนะ คุณวาลเทอร์" น้ำเสียงติดจะขี้เล่นเอ่ยขึ้นทันทีที่บานประตูปิดลง เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบ "เด็กทุนปีหนึ่งผู้สอบได้คะแนนภาคทฤษฎีสูงที่สุดในรอบทศวรรษ... หวังว่าทฤษฎีในหัวสมองอันปราดเปรื่องของคุณ จะช่วยให้รอดตัวจากการทดสอบแรกของฉันได้นะ"
เรย์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นดันกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจรอบห้องอีกครั้งอย่างใจเย็น
"ผมคำนวณระยะทางจากหอพักมายังตึกเวทประยุกต์ไว้พอดีแล้วครับศาสตราจารย์ แต่ติดที่บันไดเวทมนตร์ฝั่งตะวันตกถูกสลับทิศทางกะทันหัน ซึ่งถ้าผมเดาไม่ผิด... น่าจะเป็นฝีมือของบุคคลที่ต้องการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของนักศึกษาใหม่โดยไม่แจ้งล่วงหน้ามากกว่า" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สุภาพ แต่แฝงความนัยที่ทำเอาคนฟังถึงกับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
เซเลนาหัวเราะในลำคอเบาๆ นางเคี้ยวลูกอมต่ออีกสองสามทริกก่อนจะดีดนิ้วดัง *เป๊าะ*
พริบตาเดียว แผ่นกระดาษยันต์เวทมนตร์นับสิบใบก็พุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามาหาเรย์ด้วยความเร็วสูง วิถีโค้งของมันคำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อสกัดกั้นและตรึงร่างของเขาไว้กับผนังห้อง
หากเป็นนักเรียนทั่วไปคงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่สำหรับเรย์... โลกเสมือนถูกกดปุ่มช้าลงในเสี้ยววินาทีนั้น สมองส่วนหน้าประมวลผลโครงสร้างมานาที่ไหลเวียนอยู่ในกระดาษยันต์แต่ละแผ่นทันที เขาก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าว ย่อตัวลงต่ำอย่างนุ่มนวล ปล่อยให้กระดาษยันต์สามแผ่นเฉียดผ่านเส้นผมไปอย่างเฉียดฉิว ก่อนที่มือขวาจะวาดวงเวทขนาดเล็กเท่าฝ่ามือกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง
*ฟึบ!*
กระแสน้ำวนมานาธาตุลมถูกบีบอัดจนกลายเป็นใบมีดอากาศบางเฉียบ ตัดผ่านกระดาษยันต์ที่เหลือจนร่วงกราวลงสู่พื้นราวกับใบไม้ร่วง
เซเลนากะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มบนริมฝีปากของนางกว้างขึ้นจนเห็นลักยิ้มจางๆ
"โอ้... ใช้เวทธาตุลมระดับพื้นฐานสร้างแรงเฉือนความหนาแน่นสูงเพื่อทำลายจุดรวมมานาของยันต์ตรึงร่าง เยี่ยมมาก! สมกับที่เป็นเด็กปั้นของท่านอาจารย์ใหญ่ แต่..." อาจารย์สาวเว้นจังหวะ ดวงตาสีฟ้าพราวระยับด้วยประกายความซุกซน "ในตำราเรียนเวทประยุกต์บทที่หนึ่ง เขาไม่ได้สอนให้ใช้คาถาลมแบบนี้นี่นา คุณไปจำมาจากไหนกันล่ะ เจ้าเด็กหัวกะทิ"
เรย์ปัดฝุ่นที่หัวไหล่ออกเบาๆ ยืนตรงด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมเหมือนเช่นเคย "ผมไม่ได้จำมาจากตำราครับศาสตราจารย์ ผมแค่คิดว่า... ถ้าเราใช้หลักการหมุนวนของกระแสลมในท่อระบายอากาศมาประยุกต์กับการไหลของมานา มันน่าจะประหยัดพลังเวทได้ถึงเจ็ด十เปอร์เซ็นต์ และไม่ต้องร่ายคาถายาวๆ ให้เสียเวลาด้วย"
"ฮ่าๆๆๆ!" เซเลนาหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาใกล้เรย์ทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นยาฉุนลอยเข้าแตะจมูก "ประหยัดพลังเวท? ไม่ต้องร่ายคาถา? รู้ไหมว่าความคิดแบบนั้นมันขัดกับหลักสูตรสถาบันของเราขนาดไหน หบุดความขี้เกียจที่จะท่องคาถาแล้วหันมาขยันร่ายเวทตามตำราซะเถอะน่า!"
"ความขี้เกียจคือมารดาแห่งสิ่งประดิษฐ์ครับศาสตราจารย์" เรย์สวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของอาจารย์ประจำภาควิชา "การทำอะไรให้สั้นลงและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือตรรกะที่มนุษย์ใช้ขับเคลื่อนโลกเวทมนตร์ไม่ใช่หรือครับ?"
เซเลนากลั้วหัวเราะในลำคอ นางหยุดยืนห่างจากเรย์เพียงแค่ช่วงแขน ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจ้องลึกลงไปในดวงตาของเด็กหนุ่มราวกับจะค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบนั้น
"ปากกล้าใช้ได้นี่... งั้นถ้าฉันเพิ่มความยากขึ้นอีกนิด นายยังจะใช้ 'ทฤษฎีคนขี้เกียจ' ของนายรอดไปได้ไหมล่ะ"
เซเลนาสะบัดข้อมือเบาๆ พื้นห้องเรียนใต้ฝ่าเท้าของเรย์เริ่มสั่นสะเทือน เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดยักษ์ดังขึ้นจากใต้ดิน รอยแยกสีทองเรืองแสงปรากฏขึ้นเป็นวงกลมล้อมรอบตัวเรย์ไว้ ไอความร้อนแผดเผาพุ่งทะลักขึ้นมาพร้อมกับแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจนเข่าแทบทรุด
แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด...
ทันใดนั้น หน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ของห้องเรียนก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ สายลมกรรโชกแรงพัดพาเอาฝุ่นควันและเงาสีดำทมิฬกลุ่มหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาภายในห้อง ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่มีเกล็ดสีนิลและปีกกว้างใหญ่สะบัดสะท้อนแสงไฟ กรงเล็บอันแหลมคมตะปบลงบนพื้นหินจนแตกละเอียด แรงกดดันระดับปีศาจโบราณแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนอากาศแทบหายใจไม่ออก
เซเลนากลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก นางถอยหลังไปพิงขอบโต๊ะ กอดอกมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก ราวกับทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดงละครฉากหนึ่งที่นางจงใจจัดฉากขึ้นมา
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนภาคปฏิบัติ นอกตำรา... เรย์ วาลเทอร์" เซเลนากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทาย "ถ้าอยากรอดออกไปจากห้องนี้ นายต้องหาจุดอ่อนของ 'เจ้าตัวนั้น' ภายในสามสิบวินาที ไม่อย่างนั้น... ฉันคงต้องเขียนใบลาออกให้ตั้งแต่คาบแรกแล้วล่ะนะ"
เรย์กัดฟันกรอด ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่สันหลังลามไปถึงปลายนิ้ว แม้สมองจะพยายามประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แต่เบื้องหน้าของเขากลับไม่ใช่หุ่นเชิดเวทมนตร์ทั่วไป หากแต่เป็นอสูรรับใช้ระดับสูงที่ถูกปลุกขึ้นด้วยมานาอันดิบเถื่อน และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาสีดําสนิทของอกรอธตัวนั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่เขาพร้อมกับอ้าปากคำรามก้องจนแก้วหูแทบแตก
ทันใดนั้น เสียงเตือนอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นในหัวของเรย์ก็ทำให้หัวใจกระตุกวูบ
*[ระบบวิเคราะห์สถานการณ์ฉุกเฉินระดับ SSS เริ่มต้นทำงาน]*
*[เป้าหมาย: อสูรพิทักษ์โบราณ - เบริท (Berith)]*
*[เงื่อนไขการรอดชีวิต: ค้นหา 'รหัสลับ' ที่ซ่อนอยู่บนตัวผู้ควบคุม ภายใน 29 วินาที]*
*[คำเตือน: หากล้มเหลว วิญญาณของท่านจะถูกผนึกไว้ในห้องเรียนนี้ถาวร]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับเรานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
---
*[ไมโลกับภูตน้อย]*
กฎเกณฑ์แห่งเวทมนตร์ฉบับศิษย์ก้นกุฏิกับอาจารย์ตัวแสบ•ตอนที่ 2
ทฤษฎีบทของคนขี้เกียจ
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กฎเกณฑ์แห่งเวทมนตร์ฉบับศิษย์ก้นกุฏิกับอาจารย์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!