เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 16

ตบหน้าคุณชายตระกูลใหญ่

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"สามหาว! เจ้าเป็นเพียงมดปลวกไร้หัวนอนปลายเท้า กล้าดียังไงมาขวางทางสุนัขรับใช้ของตระกูลหลง!" เสียงคำรามดังกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดผ่ากลางฤดูร้อน แรงกดดันจากลมปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นที่แปดแผ่ซ่านกดทับลงมาจนพื้นศิลาสีนิลเบื้องล่างแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม ผู้คนนับร้อยที่ชุมนุมกันอยู่ ณ โรงเตี๊ยมเมฆาคารวะต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด จุดศูนย์กลางของสายตาทั้งหมดคือร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาเพลิง นางยืนนิ่งสงบราวกับรูปสลักหยก ทว่าไอร้อนระอุที่แผ่ออกจากฝ่ามือกลับบิดเบือนอากาศรอบตัวจนสั่นไหว นางคือ มู่อิงหลัน ธิดาแห่งแดนเซียนผู้ถือครองกระบี่เหมันต์นิรันดร์ แม้ในยามนี้จะยังมิได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ทว่ารัศมีเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวนางก็เพียงพอที่จะทำให้โลหิตในกายของผู้ฝึกยุทธทั่วไปแข็งตัวได้แล้ว ทว่า เบื้องหน้าของนาง กลับมีร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนขวางเอาไว้อย่างสบายอารมณ์ ไป๋ซูหยุน หาได้สะท้อนความสะพรึงกลัวใดๆ ออกมาไม่ เขายกจอกสุราขึ้นจิบรสชาติบางเบาอย่างเชื่องช้า สายตาดุจดั่งพญาอินทรีมองเลยผ่านกลุ่มองครักษ์นับสิบที่นอนคร่ำครวญอยู่บนพื้น ไปหยุดอยู่ที่บุรุษผู้สวมอาภรณ์หรูหราปักดิ้นทอง ผู้ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้จันทน์แดง นั่นคือ "หลงเทียนเฟิง" คุณชายรองแห่งตระกูลหลง ผู้มีอิทธิพลสูงสุดในเมืองวายุคลั่งแห่งนี้ "สุนัขรับใช้ของตระกูลเจ้าเห่าหอนเสียงดังเกินไป รบกวนเวลาดื่มสุราของข้า..." ไป๋ซูหยุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องลมฟ้าอากาศ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นในฝัก "ข้าเพียงแต่สั่งสอนมันให้รู้จักสำรวม ไม่นึกเลยว่าเจ้าที่เป็นเจ้านาย จะไร้มารยาทถึงเพียงนี้ด้วย" สิ้นคำกล่าว บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมก็พลันเงียบกริบลงชั่วพริบตา ทุกผู้คนต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด พวกเขาคิดว่าตนเองหูฝาดไปอย่างแน่นอน กล้าดีอย่างไร ถึงเอ่ยปากสั่งสอนคุณชายหลงเทียนเฟิงผู้เหี้ยมโหดต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้? นี่มิใช่การรนหาที่ตายหรอกหรือ? หลงเทียนเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างจนเกิดเป็นเสียงคำรามต่ำในลำคอ คลื่นพลังปราณสีทองอร่ามระเบิดออก ขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ขั้นที่สาม! พลังฝีมือระดับนี้ นับว่าเป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่หาตัวจับยากในรัศมีพันลี้ "ฮ่าๆๆ... ดี! ดีเยี่ยม!" หلوبเทียนเฟิงหัวroออกมาเสียงดังลั่น แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "ไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าพูดจากับหลงเทียนเฟิงเช่นนี้มานานมากแล้ว เจ้าเด็กน้อย เจ้าคงคิดว่ามีนางเซียนหน้าตาเย็นชาผู้นี้คอยคุ้มครอง แล้วจะสามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลหลงได้กระนั้นรึ?" ไป๋ซูหยุนวางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *กริ๊ก* เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ แผ่นหลังเหยียดตรงราวกับกระบี่หลอมจากนิลกาฬบรรพกาล ออร่าความกดดันอันไร้รูปร่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขามิได้รุนแรงหวือหวา ทว่ากลับล้ำลึกและหนักหน่วงดั่งขุนเขาไท่ซานที่กดทับลงบนจิตวิญญาณของผู้คน "ศักดิ์ศรี?" ไป๋ซูหยุนแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "สุนัขของเจ้าเที่ยวไปรังแกชาวบ้านร้านตลาด ปล้นชิงทรัพย์สินและฉุดคร่าหญิงสาวกลางวันแสม... สิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ศรีของตระกูลหลงของเจ้า มันมีค่าต่ำต้อยยิ่งกว่าเศษดินโคลนใต้รองเท้าของข้าเสียอีก" "เจ้า!!" หลงเทียนเฟิงบันดาลโทสะจนหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากระแทกเข้ากับโต๊ะจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง "บังอาจนัก! วันนี้ต่อให้เจ้าคุกเข่าโขกศีรษะขอชีวิต ข้าก็จะหักแขนขาเจ้าทีละข้าง แล้วแขวนประจานไว้ที่กำแพงเมือง เพื่อให้รู้ว่าจุดจบของผู้ที่กล้าท้าทายตระกูลหลงเป็นเช่นไร!" *ครืนนน!* คลื่นพลังปราณสีทองระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี หลงเทียนเฟิงสะบัดมือเรียกกระบี่ประจำกาย 'อัสนีทลายพสุธา' ออกมา ประกายสายฟ้าสีม่วงแล่บแปลบปลาบไปทั่วคมกระบี่ ส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับมังกรพิโรธ พริบตาเดียว ร่างของคุณชายตระกูลหลงก็พุ่งทะยานเข้ามาหาไป๋ซูหยุนด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ วิชา 'กระบี่อัสนีเก้าสวรรค์' ถูกใช้ออกมาในพริบตาเดียว! ผู้คนรอบข้างต่างพากันหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว ภาพของเด็กหนุ่มผู้สามหาวถูกผ่าเป็นสองทีกำลังจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้า... ทว่า... *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะสะเทือนเลื่อนลั่นจนหลังคาโรงเตี๊ยมเกือบพังทลาย ทว่าผู้ที่กระเด็นถอยหลังกลับมิใช่ไป๋ซูหยุนอย่างที่ทุกคนคาดคิด! หลงเทียนเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด กระบี่ในมือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแทบหลุดจากร่องมือ เขากระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบก้าว รอยเท้าแต่ละก้าวที่เหยียบลงบนพื้นศิลาทำให้หินหนาแตกละเอียดเป็นหลุมลึก โลหิตสีแดงฉานไหลทะลักออกจากมุมปากของเขาอย่างหยุดไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้น? ไม่มีใครมองทันเลยแม้แต่คนเดียว! ไป๋ซูหยุนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ราวกับไม่เคยขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย นิ้วมือข้างหนึ่งของเขายังคงถือจอกสุราไว้มั่น สรรพางค์กายไร้รอยขีดข่วน มีเพียงชายเสื้อที่พลิ้วไหวตามสายลมปราณที่สงบลง "วิชาสวะกระบี่อัสนี... อาศัยเคล็ดวิชาพิการที่ตกทอดมาครึ่งๆ กลางๆ เจ้ากล้าดียังไงถึงนำมันมาแสดงอวดต่อหน้าข้า?" ไป๋ซูหยุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน สายตาที่มองไปยังคุณชายตระกูลหลงราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่น่าสมเพชเวทนา "เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอะไรกันแน่?" หลงเทียนเฟิงกัดฟันกรอด ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของเขาเป็นครั้งแรก พลังปราณของอีกฝ่ายดูเหมือนจะอยู่ในขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นที่ห้าเท่านั้น แต่วิธีการที่ใช้สลายกระบี่ของเขากลับเหนือชั้นและไร้ช่องโหว่ราวกับเทพเซียนมองลงมา "ข้าไม่จำเป็นต้องบอกคนใกล้ตาย" ไป๋ซูหยุนกล่าวเสียงเรียบ ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากจุดเดิม *ฟรึบ!* ความเร็วระดับที่แม้แต่ผู้ฝึกยุทธขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ยังมองตามไม่ทัน! หลงเทียนเฟิงผวาสุดขีด ยกกระบี่ขึ้นตั้งรับตามสัญชาตญาณแห่งความเป็นความตาย ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว ฝ่ามือข้างหนึ่งของไป๋ซูหยุนปรากฏขึ้นตรงหน้าผากของเขาอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี *เพียะ!* เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสม แรงตบอันมหาศาลส่งผลให้ร่างหนาของหลงเทียนเฟิงหมุนคว้างกลางอากาศถึงสามรอบ ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหฝุ่นตลบอบอวล ฟันขาวร่วงหล่นปะปนกับกองเลือดสดๆ ใบหน้าด้านซ้ายบวมเป่งจนเสียรูป รอยฝ่ามือสีแดงฉานประทับอยู่บนใบหน้าอย่างเด่นชัด ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง เงียบเสียจนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคนที่ดังสอดประสานกัน การตบหน้าคุณชายรองแห่งตระกูลหลง... ผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่งในเมืองวายุคลั่ง กลางที่สาธารณะเช่นนี้ เท่ากับการประกาศสงครามขั้นแตกหักกับตระกูลหลงอย่างสมบูรณ์! มู่อิงหลันที่ยืนมองอยู่ด้านข้าง ปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างหายากยิ่ง แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชามาตลอด บัดนี้กลับฉายประกายความชื่นชมและอบอุ่นอย่างประหลาด นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ไป๋ซูหยุนเล็กน้อย ราวกับพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่เขาทุกสถานการณ์ "เจ้า... เจ้ากล้าทำลายหน้าข้า..." หลงเทียนเฟิงยันกายลุกขึ้นด้วยความแค้นเคืองสุดชีวิต ดวงตาแดงก่ำราวกับคนคลุ้มคลั่ง "สุนัขรับใช้ทั้งหมด! ฆ่ามัน! ฆ่ามันให้ตายโหงเดี๋ยวนี้!!" เหล่ายอดฝีมือตระกูลหลงที่เหลืออยู่ต่างแผ่รังสีอำมหิตออกมาพร้อมกัน เตรียมพุ่งเข้าใส่เป็นฝูงหมาป่าหิวกระหาย ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง... ท้องน้ายามวิกาลด้านนอกโรงเตี๊ยมพลันมืดครึ้มลงฉับพลัน สายฟ้าสีครามขนาดมหึมาผ่าลงมาจากท้องฟ้าอย่างไร้สุ้มเสียง แรงกดดันระดับขอบเขตมหาปรมาจารย์กดทับลงมาจนผู้คนนاتร้อยทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที พร้อมกันนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวเดินผ่านประตูโรงเตี๊ยมเข้ามาอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดั่งระฆังทองคำก้องกังวานไปทั่วจิตวิญญาณของทุกคน "ช้าก่อน... ดูเหมือนพวกเจ้าจะสนุกกันเกินไปกระมัง ไป๋ซูหยุน... ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบเสียที สหายเก่า" --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%