เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 17

ค่ำคืนใต้แสงจันทร์กับนางเซียน

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โลหิตหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่เหมันต์นิรันดร์ กระทบลงบนพื้นศิลาสีนิลจนเกิดเสียงก้องกังวานดั่งเสียงถอนหายใจของกาลเวลา บรรยากาศภายในถ้ำศิลายามวิกาลถูกปกคลุมด้วยไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของสตรีผู้เยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี ทว่าในยามนี้ ดวงตาคู่คมกริบของมู่อิงหลันกลับมิได้ทอดมองศัตรูภายนอก หากแต่จับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า—ไป๋ซูหยุน ผู้ซึ่งแผ่นหลังยังคงตั้งตรงดั่งกระบี่ที่ไม่มีวันหักงอ แม้ว่าร่องรอยบาดแผลจากการปะทะกับพรรคพวกมารโลหิตเมื่อยามสนธยาจะยังคงปรากฏเด่นชัดบนอาภรณ์สีขาวที่ขาดวิ่น "เจ้าฝืนใช้เคล็ดวิชา 'เก้ากระบี่พลิกนภา' เกินขีดจำกัดอีกแล้วนะ... ซูหยุน" น้ำเสียงของมู่อิงหลันราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก ทว่าลึกลงไปในแววตานั้นกลับซ่อนประกายความห่วงใยที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อาจปิด The Veil แห่งความเย็นชาได้มิดชิด นางยื่นขวดโอสถหยกขาวส่งให้เขา ปลายนิ้วเรียวงามสัมผัสถูกไอร้อนจากฝ่ามือของชายหนุ่มโดยบังเอิญ เกิดเป็นคลื่นกระแสพลังปราณตัดกันระหว่างความร้อนแรงของวิถีกระบี่หยางและความเย็นเยือกของแดนเซียน ไป๋ซูหยุนรับขวดโอสถมาด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตาคู่คมลุ่มลึกดั่งห้วงจักรวาลทอดมองไปยังแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านปากถ้ำเข้ามา เขาถอนหายใจยาวราต้องการขับไล่ความอณูความเหนื่อยล้าสะสมออกจากทรวงอก "วิถีแห่งการฝืนลิขิตฟ้า... หากมัวแต่เกรงกลัวว่ากระบี่ในมือจะหักสะบั้น ไฉนเลยเราจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดของมหาพภได้เล่า อิงหลัน" ไป๋ซูหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุม ทว่าทรงพลัง "บาดแผลเหล่านี้เป็นเพียงรอยประทับของการเดินทาง... เจ้าก็รู้ดี" มู่อิงหลันนิ่งเงียบ นางเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ปล่อยให้ปอยผมสีดำสนิทเคลียคลอข้างแก้มเนียนนวลภายใต้แสงจันทร์ "ข้ารู้... แต่ข้าไม่ชอบเห็นเจ้าต้องเอาชีวิตเข้าแลกกับเศษเสี้ยวปัญญาญาณของพวกมดปลวกเหล่านั้น" คำพูดของนางแม้จะฟังดูเยชาชา แต่สำหรับผู้ที่เข้าใจนางอย่างไป๋ซูหยุน นี่คือถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรอย่างสุดซึ้ง ชายหนุ่มมิได้เอާމวาจาโต้แย้งอันใด เขาเพียงแต่ขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายจันทร์เพ็ญและกลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนางเซียนโชยเข้าจมูก ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตและสนิมเหล็กก่อเกิดเป็นบรรยากาศอันน่าพิศวง "เช่นนั้น... คืนนี้ใต้แสงจันทร์นี้ เรามาลองแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชากระบี่กันดูหน่อยเป็นไร?" ไป๋ซูหยุนเปลี่ยนเรื่อง แววตาของเขากลับมาเปล่งประกายคมกล้าดั่งพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อ "ข้ารู้ว่าเคล็ดกระบี่เหมันต์ของเจ้าติดอยู่ที่คอขวดขั้นที่เก้ามานานนับเดือนแล้ว ให้ข้าช่วยนำทางเจ้าด้วยวิถีกระบี่บรรพกาลของข้าดีหรือไม่" มู่อิงหลันหรี่ตามองเขาอย่างพินิจพิจารณา มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง นางชักกระบี่เหมันต์นิรันดร์ออกจากฝัก เสียง "ชิ้ง" ดังกังวานบาดแก้วหู ไอเย็นแผ่กระจายจนหยดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา "หากคำชี้แนะของเจ้าไม่ดีพอ... ระวังกระบี่ของข้าจะไร้ปรานีนะ ไป๋ซูหยุน" "ฮ่าๆๆ! ดี! เช่นนั้นจงแสดงให้ข้าเห็นว่า ธิดาแดนเซียนผู้เยือกเย็นที่สุดในรอบหมื่นปี มีฝีมือรุดหน้าไปถึงไหนแล้ว!" ชั่วพริบตานั้น บรรยากาศภายในถ้ำก็แปรเปลี่ยนเป็นสนามประลองแห่งจิตวิญญาณ ทั้งสองร่างเคลื่อนไหวราวกับเงาพรายที่ร่ายรำอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว ไป๋ซูหยุนตวัดนิ้วแทนกระบี่ วาดลวดลายอักขระปราณสีทองอร่ามกลางอากาศ พลังหยางอันร้อนแรงพวยพุ่งเข้าปะทะกับไอเย็นยะเยือกของมู่อิงหลันจนเกิดเสียงระเบิด "ตูมมม!" เบาๆ คลื่นพลังสะท้อนออกไปรอบทิศทาง ทำเอาผนังศิลาแกร่งสั่นสะเทือน ทว่าการประลองในครานี้มิใช่การห้ำหั่นเพื่อเอาชีวิต หากแต่เป็นการประสานอินและหลอมรวมจิตวิญญาณเข้าหากัน ทุกครั้งที่กระบี่ของมู่อิงหลันพุ่งเข้ามา ไป๋ซูหยุนจะใช้ปลายนิ้วแตะที่คมกระบถ่ายทอดเคล็ดวิชาการหมุนวนของพลังปราณสวรรค์เข้าสู่ร่างของนาง ชี้แนะจุดบกพร่องในการโคจรลมปราณที่ตกค้างจากการบำเพ็ญเพียรในอดีต ความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองสามารถรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจซึ่งกันและกัน อุณหภูมิร่างกายที่แตกต่างระหว่างความร้อนรุ่มของบุรุษผู้แบกรับความแค้น กับความเย็นชาของสตรีผู้โดดเดี่ยว บัดนี้ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง มู่อิงหลันหลับตาลงขณะที่ไป๋ซูหยุนกุมข้อมือของนางเพื่อปรับวิถีกระบี่ให้ถูกต้อง นางรู้สึกได้ถึงกระแสพลังอันอบอุ่นและยิ่งใหญ่ที่ไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรอย่างไร้แรงต้านทาน ความรู้สึกปลอดภัยที่นางไม่เคยสัมผัสมาตลอดชีวิตในแดนเซียนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบงัน "ตรงนี้... ปล่อยพลังปราณออกไปสามส่วน แล้วดึงกลับเจ็ดส่วน อย่าฝืนต้านทานแรงสะท้อน มิฉะนั้นจิตมารจะเข้าแทรกแซง" เสียงกระซิบของไป๋ซูหยุนดังอยู่ข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอขาวผ่อง ทำให้นางเซียนผู้เยือกเย็นถึงกับขนลุกซู่ ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ โดยไม่รู้ตัว "ข้า... เข้าใจแล้ว" มู่อิงหลันพึมพำตอบเบ and หายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นางรวบรวมสมาธิอีกครั้ง ทันใดนั้นเอง! ประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าก็พวยพุ่งออกจากร่างของมู่อิงหลัน พลังปราณรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นดอกบัวน้ำแข็งนับพันดอกที่เบ่งบานขึ้นพร้อมกันภายในถ้ำศิลานั้น แรงกดดันระดับขอบเขตเซียนแท้จริงแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด นางทะลวงผ่านคอขวดที่ติดขัดมานานแรมปีได้สำเร็จในชั่วพริบตา! ไป๋ซูหยุนถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและภาคภูมิใจ "ยินดีด้วย อิงหลัน บัดนี้เจ้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองไปอีกขั้นแล้ว" มู่อิงหลันลืมตาขึ้น แววตาของนางในยามนี้มิได้เย็นชาไร้ความรู้สึกเช่นเดิมอีกต่อไป หากแต่ฉายแววระยิบระยับดั่งดวงดารา นางเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างนุ่มนวล ก่อนจะก้าวเข้าไปหาชายหนุ่ม ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียวจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำอยู่ในทรวงอกของทั้งสอง ทว่าก่อนที่ไป๋ซูหยุนจะได้เอ่ยคำใดออกมา... *ตูมมมมม!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มดังขึ้นจากเบื้องนอกปากถ้ำ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้หินย้อยบนเพดานถ้ำร่วงหล่นลงมาเป็น “หิมะ” เม็ดโต ไอสังหารอันเข้มข้นสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาปกคลุมบริเวณโดยรอบในพริบตา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดยามวิกาล "ฮ่าๆๆๆ! ไป๋ซูหยุน เจ้าหนูโชคดี... คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะหลบมาสวีทกับนางเซียนอยู่ที่นี่ ปล่อยให้พวกเราตามหาเสียทั่วสำนัก!" เงาร่างสีดำทมิฬสามร่างพุ่งทะยานลงมาจากยอดผา ปลายกระบี่ในมือของพวกมันอาบด้วยพิษโลหิตสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง และที่น่าตกใจที่สุดคือ ผู้นำเงาร่างตรงกลางนั้น... สวมหน้ากากรูปอสูรโลหิตที่ไป๋ซูหยุนจำได้แม่นยำว่าเป็นสัญลักษณ์ของ "ผู้ทรยศ" จากสำนักกระบี่บรรพกาลในอดีตชาติของเขาเอง! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%