เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 18

แผนลอบสังหารในงานประมูล

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นอายโลหิตและกลิ่นคาวสนิมเหล็กตีทะลุผ่านม่านไข่มุกเก้าชั้นของโรงประมูลตระกูลหลี่เข้ามาคละคลุ้งในโสตประสาท ก่อนที่เสียงกรีดร้องของผู้ร่วมงานจะทันได้แผดก้อง เงาร่างสีดำทมิฬทั้งสามก็พุ่งทะลายหลังคากระเบื้องเคลือบสีชาดลงมา ราวกับยมทูตที่ถูกอัญเชิญมาจากขุมนรกโลกันตร์ เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง และไม่ใช่สมบัติเซียนระดับนภาที่วางอยู่บนแท่นหยกขาว ทว่าปลายกระบี่อาบพิษสีดำสนิทกลับพุ่งตรงมายังจุดที่ไป๋ซูหยุนและมู่อิงหลันประทับอยู่อย่างแม่นยำ “ระวัง!” มู่อิงหลันส่งเสียงเตือนพร้อมกับที่ร่างระหงสะบัดกายวูบ ประกายแสงสีฟ้าครามดุจน้ำแข็งพันปีสว่างวาบขึ้นจากฝักกระบี่เหมันต์นิรันดร์ ไอร้อนจากยุทธภพภายนอกถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็งจนกลายเป็นผลึกเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปรายในฤดูใบไม้ร่วง นางไม่ลังเลที่จะชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง คลื่นพลังปราณกระบี่สายหนึ่งแผ่พุ่งออกไปปะทะกับปลายกระบี่อาบพิษของเงาร่างทางซ้าย เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูแล้ง ประกายไฟสีทองแดงแตกกระเซ็นสาดส่องใบหน้าที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งของนางให้ดูงดงามและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ทว่า ไป๋ซูหยุนกลับนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักไม้จันทน์แดง ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซ่อนเล็บจ้องมองเงาร่างตรงกลางที่สวมหน้ากากรูปอสูรโลหิตอย่างพิจารณา รอยแผลเป็นในอดีตชาติ ความเจ็บปวดจากการถูกแทงข้างหลังโดยสหายสนิท และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในวาระสุดท้ายก่อนที่เขาจะดับสูญ ไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดราวกับกระแสน้ำเชี่ยวที่พังทำนบกั้น “หึ… ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาจนได้นะ สุนัขรับใช้ที่ไร้เงา” ไป๋ซูหยุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัว จนทำให้เงาร่างที่สวมหน้ากากอสูรโลหิตชะงักฝีเท้าลงชั่วขณะ “ไป๋ซูหยุน! เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ?” เสียงแหบพร่าลอดผ่านหน้ากากอสูรโลหิตออกมา มันเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดระแวง “วิชาหมุนเวียนดาราของสำนักเรา สูญหายไปพร้อมกับความตายของเจ้าเมื่อร้อยปีก่อน เหตุใดเจ้าจึงยังมีชีวิตอยู่ ทั้งยังมีตบะแก่กล้าถึงเพียงนี้!” “คนตายไปแล้วย่อมฟื้นคืนไม่ได้… แต่ ‘หนี้เลือด’ ที่พวกมันติดค้างข้าไว้นั้น ยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าลบเลือน” ไป๋ซูหยุนลุกขึ้นยืนช้าๆ สองมือไขว้หลัง ท่วงท่าองอาจสง่างามราวกับเทพเซียนผู้ลงมาจุติ รัศมีพลังปราณสีขาวบริสุทธิ์แผ่ขยายออกรอบตัวจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น นี่คือวิถีกระบี่บรรพกาลที่เหนือล้ำกว่าผู้ใดในยุคสมัยนี้ เงาร่างทั้งสามสะท้านเฮือก เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันไร้ขอบเขตที่กดทับลงมาบนบ่า พวกมันเข้าใจทันทีว่าข่าวลือเรื่องอัจฉริยะผู้ตกอับแห่งตระกูลไป๋นั้นเป็นเพียงภาพลวงตา ตัวตนที่แท้จริงเบื้องหน้าพวกมันในตอนนี้คือกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันปีนป่ายข้ามไปได้ “ฆ่ามัน! อย่าให้มันมีโอกาสตั้งตัว ถ่วงเวลาไว้จนกว่า ‘ผู้อาวุโสใหญ่’ จะมาถึง!” ผู้นำหน้ากากอสูรโลหิตคำรามสั่งการด้วยความร้อนรน มันสะบัดข้อมือส่งกระบี่อาบพิษพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่จุดตายของไป๋ซูหยุนทันที พิษโลหิตสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนแม้แต่เสาหยกสลักลายมังกรยังถูกกัดกร่อนจนกลายเป็นสีดำสนิทภายในพริบตา “รนหาที่ตาย…” มู่อิงหลันเอ่ยเสียงเย็นเยียบ นางก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างบางพลันหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหน้าเงาร่างทางขวาที่กำลังลอบโจมตี *ฉึบ!* ประกายกระบี่สีฟ้าครามวาดผ่านความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย เงาร่างนั้นแข็งค้างในท่าพุ่งทะยาน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่ร่างกายท่อนบนและท่อนล่างจะแยกออกจากกันอย่างไร้เสียง เลือดสีดำทะลักทลายลงมาย้อมพื้นพรมแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องประมูลอันหรูหรา ความเด็ดขาดและรวดเร็วของมู่อิงหลันทำให้ผู้คุ้มกันและยอดฝีมือจากตระกูลใหญ่ต่าง ๆ ที่แอบซุ่มดูอยู่ตามระเบียงชั้นบนถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครคาดคิดว่าหญิงสาวผู้เลอโฉมเยือกเย็นนางนี้จะมีฝีมือที่ดุร้ายและทรงพลังถึงเพียงนี้ ทว่า ไป๋ซูหยุนกลับไม่ได้มองการต่อสู้ของนาง สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ผู้นำหน้ากากอสูรโลหิต และที่สำคัญกว่านั้น… สัมผัสจิตวิญญาณของเขาเพิ่งตรวจพบความเคลื่อนไหวที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังพุ่งตรงมายังใจกลางโรงประมูลแห่งนี้ ด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่ ม่านเมฆบนท้องฟ้าที่เคยโปร่งใส บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับหยดเลือด ปราณกระบี่อันเกรี้ยวกราดและทรงพลังสายหนึ่งกำลังกดทับลงมาจากยอดฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกำลังพังทลายลงมาทับผู้คนนับพัน “ในที่สุดก็มาถึงสินะ… เจ้าเฒ่าสารเลวจากสำนักกระบี่บรรพกาล” ไป๋ซูหยุนพึมพำกับตัวเอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล ทว่า ก่อนที่เงาร่างลึกลับบนท้องฟ้าจะทันได้ทะยานทะลุหลังคาลงมา เสียงหัวเราะอันกังวานและทรงพลังก็ดังสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองเซียนอวิ๋น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาทางประตูหน้าของโรงประมูลอย่างเปิดเผย — บุรุษผู้ถือครองคัมภีร์ลับที่ไป๋ซูหยุนตามหามาตลอดสามชาติภพ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ดินแดนเซียนไปพร้อมกับตัวละครของเรานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%