เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 34

เบื้องหลังผู้อยู่เบื้องชักใย

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“อิงหลัน—!” เสียงคำรามของไป๋ซูหยุนดังก้องกังวาน ราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ขาวบรรพกาลที่สูญเสียคู่ชีวิต แรงกระแทกจากการระเบิดเมื่อครู่แผ่ซายความพินาศไปทั่วรัศมีร้อยลี้ เมฆหมอกบนยอดเขาเซียนถูกฉีกกระชากจนเผยให้เห็นห้วงมิติสีดำสนิทเบื้องบน แผ่นดินแยกตัวออกเป็นร่องลึกราวกับปากเหวแห่งอเวจี ทว่าไม่มีสิ่งใดในมหาวิบัติครั้งนี้ดึงดูดสายตาของเขาได้เท่ากับร่างบอบบางที่กำลังร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวเบื้องล่าง รวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า ไป๋ซูหยุนทะยานร่างพุ่งแหวกอากาศ ทะลวงผ่านกำแพงเพลิงปราณที่ยังคงคุกรุ่น เขารวบรวมลมปราณเก้าสวรรค์ทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือ คว้าจับเรียวแขนของมู่อิงหลันเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้กระดูกทั่วร่างของเขาประท้วงด้วยความเจ็บปวด แต่ชายหนุ่มกลับไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว เขากอดกระหวัดร่างของนางแนบอก พาพุ่งทะยานกลับขึ้นมาสู่ยอดผาได้อย่างปลอดภัย “เจ้า... โง่เขลายิ่งนัก” เสียงหวานที่เคยราบเรียบเย็นชา บัดนี้สั่นเครือเล็กน้อย เลิอยสีชาดไหลซึมออกจากมุมปากของมู่อิงหลัน หยดลงบนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางราวกับดอกเหมันต์ต้องโลหิต กระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือของนางส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน รอยร้าวขนาดใหญ่พาดผ่านกลางคมดาบราวกับใยแมงมุม พลังวิญญาณแห่งเหมันต์ที่เคยสะท้านฟ้าดิน บัดนี้กำลังรั่วไหลออกอย่างไร้ทิศทาง ไป๋ซูหยุนไม่เอ่ยคำใด เขาถ่ายทอดพลังปราณโอสถบรรพกาลเข้าสู่ร่างของนางทันที เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมจ้องมองร่องรอยการโจมตีบนตัวกระบี่ด้วยจิตสังหารที่แผดเผา การโจมตีเมื่อครู่... มิใช่ฝีมือของพรรคพวกมารอสูร หรือแม้แต่เงาอสูรบรรพกาลใดๆ ทั้งสิ้น มันคือ “หัตถ์ศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล” วิชาลับที่สูญหายไปนับแสนปี มีเพียงผู้ที่บรรลุขอบเขตมหาเทพสวรรค์เท่านั้นจึงจะสามารถใช้มันได้! “ซูหยุน...” มู่อิงหลันเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา นางยกมือเรียวขึ้นแตะที่หลังมือของเขา ดวงตาคู่คมดั่งห้วงน้ำแข็งทอประกายซับซ้อน “กระบี่ของข้า... สัมผัสได้ถึง ‘กลิ่นอาย’ นั้น” “ข้ารู้” ไป๋ซูหยุนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามด้วยเนตรสวรรค์ ทอดมองทะลุผ่านม่านเมฆและค่ายกลลวงตาทั้งเก้าชั้นฟ้า “มันมิใช่ใครอื่น... ผู้ที่บงการความหายนะทั้งหมดตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันนี้ หาใช่ใครอื่นไม่” ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็พลันหนתทึบขึ้นอย่างฉับพลัน แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนอากาศรอบตัวกลายเป็นของเหลวหนาเตอะ ท้องน้ายามวิกาลที่ควรจะมีดาราประดับ กลับถูกแผ่คลุมด้วยม่านแสงสีทองอร่ามตา ร่างของบุคคลผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าทีละก้าว... ท่ามกลางเสียงดนตรีสวรรค์บรรเลงก้องกังวาน ราวกับราชันผู้ครองสามภพเสด็จลงมาโปรดสัตว์ ชายชราในชุดคลุมยาวปักลายเมฆาเก้าชั้น ใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตาและรอยยิ้มอันอบอุ่น ทว่าแววตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับมองมดปลวกในกำมือ “ไป๋ซูหยุน... ศิษย์รักของข้า” สุ้มเสียงนั้นก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณ สะเทือนรากเหง้าแห่งพลังปราณของชายหนุ่มให้ปั่นป่วน มู่อิงหลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนแค้นเคือง นางจำกลิ่นอายนี้ได้แม่นยำ... กลิ่นอายของผู้ที่เคยลงทัณฑ์เผ่าพันธุ์ของนางในอดีตกาล! “มหาเทพเทียนจวิน!” ไป๋ซูหยุนเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาแดงก่ำด้วยเพลิงแค้นที่สุมอก “ที่แท้... ผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของสำนักกระบี่สวรรค์ และผู้ที่บงการให้ข้าต้องตายตกในอดีตชาติ ก็คือท่านเอง!” เทียนจวินแย้มสร้อยรอยยิ้มบางเบา ท่าทีสง่างามราวกับผู้ทรงศีล ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับเย็นชาไร้หัวใจยิ่งกว่าอสูร “เจ้าฉลาดสมกับที่เป็นร่างอวตารที่ข้าเฝ้าฟูมฟัก... ไป๋ซูหยุนเอ๋ย โลกหล้าและวิถีเซียนล้วนเป็นเพียงหมากกระดานกระดานหนึ่ง มนุษย์และเหล่าเซียนเป็นเพียงพลังงานที่ต้องถูกเก็บเกี่ยว เมื่อวัฏจักรใกล้สิ้นสุด ความโกลาหลและความหายนะคือสิ่งเดียวที่จะทำให้บัลลังก์สวรรค์ของข้ายังคงค้ำฟ้าต่อไปได้ การที่เจ้าดิ้นรนฝืนลิขิตฟ้า กลับชาติมาเกิดเพื่อทวงแค้น... ก็เป็นเพียงหนึ่งในความบันเทิงที่ข้าจงใจปล่อยให้เกิดขึ้น เพื่อรอเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกงอมต่างหากล่ะ” สิ้นคำกล่าว เทียนจวินก็สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ มิติรอบด้านพลันแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ค่ายกลสวรรค์นับหมื่นวิถีปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ปิดตายทุกเส้นทางหนีรอด กรงเล็บแห่งแสงสีทองอร่ามขนาดยักษ์ก่อตัวขึ้นเหนือหัวของทั้งสองคน พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกสลายในพริบตาเดียว! มู่อิงหลันกัดฟันแน่น นางฝืนรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ยกกระบี่เหมันต์ที่ร้าวรานขึ้นชี้ฟ้า เตรียมระเบิดผลึกวิญญาณเซียนเพื่อเปิดทางให้ชายหนุ่มหนีไป ทว่าไป๋ซูหยุนกลับยื่นมือมากุมมือของนางไว้แน่น แรงบีบนั้นอบอุ่นและมั่นคงอย่างยิ่ง “อิงหลัน... เชื่อใจข้า” ไป๋ซูหยุนเงยหน้าขึ้นจ้องมองมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ในดวงตาสีทองคู่ซ้ายเปล่งประกายอัคคีบรรพกาล ส่วนดวงตาคู่ขวาเป็นความมืดมิดของห้วงนรกภูมิ ดาบยาวในมือของเขาซึ่งไม่เคยชักออกจากฝักมาตลอดการเดินทาง บัดนี้... เริ่มส่งเสียงคำรามก้องกังวานสะท้านฟ้าดิน! ปัง—! ฝาฝักกระบี่ดีดตัวออกเพียงหนึ่งนิ้ว คลื่นกระบี่สีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะยานเสียดฟ้าผ่าม่านค่ายกลสวรรค์จนขาดวิ่น แรงกดดันระดับมหาเทพที่กดทับผู้คนทั่วหล้าพลันสั่นคลอนอย่างรุนแรง ขณะที่ไป๋ซูหยุนก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่ง ประกายแสงเจิดจ้าก็แผ่ขยายออกราวกับดวงอาทิตย์แผดเผา ท่ามกลางเสียงกระซิบอันเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทของเทียนจวิน "ลิขิตฟ้าหรือ... วันนี้ ข้าผู้นี้แหละที่จะใช้กระบี่ในมือ... สับเปลี่ยนมันเสียเอง!" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝืนลิขิตฟ้าเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%