เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 33

คำสารภาพรักท่ามกลางสงคราม

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โลหิตสีชาดกระเซ็นสาดซัดราวกับดอกอัสดงต้องลมพายุ ท้องนภากว้างใหญ่เหนือหุบเขาหมื่นอสูรบัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานอันเกิดจากไอสังหารของเหล่ากองทัพมารนับหมื่นที่หลั่งไหลเข้ามาดุจคลื่นมหาภัย ระหว่างมหาสมุทรแห่งซากศพและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วสารทิศ เงาร่างสองสายยังคงยืนหยัดตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางสมรภูมิ ท่ามกลางกระแสลมปราณที่ปั่นป่วนจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยวผิดรูป ไป๋ซูหยุนหอบหายใจถี่กระชั้น หยดเหงื่อผสมปนเปกับโลหิตไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย แววตาของเขายังคงลุ่มลึกและเยือกเย็นดั่งบึงน้ำโบราณ กระบี่บินในมือสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด หลังจากต้านทานค่ายกลโลหิตหมื่นวิญญาณติดต่อกันสามวันสามคืน พลังปราณในจุดตันtianของเขาแทบจะแห้งเหือด แต่จิตวิญญาณแห่งมหาเทพกลับชาติมาเกิดหาได้ยอมก้มหัวให้ความตายไม่ ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มสะท้านไหว มิใช่ความเกรงกลัวต่อกองทัพศัตรูเบื้องหน้า หากแต่เป็นสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เขาอยู่ ณ ตอนนี้ มู่อิงหลัน... ธิดาแดนเซียนผู้เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดเลือดของศัตรู รัศมีกระบี่เหมันต์นิรันดร์ที่เคยแผ่ไอเย็นยะเยือกจนสรรพสิ่งต้องสยบ บัดนี้กลับหม่นแสงลงเนื่องจากพลังลมปราณของนางใกล้ถึงขีดจำกัดเช่นกัน ทว่าแววตาคู่คมของนางที่มองไปยังไป๋ซูหยุนกลับมิได้มีความหวาดกลัวแต่อย่างใด ตรงกันข้าม... มันกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความอ่อนโยนล้ำลึกที่ผู้ใดในสามภพไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน "ซูหยุน..." เสียงหวานใสที่เคยเย็นชาราวกับน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อย นางเอ่ยเรียกชื่อเขาในจังหวะที่กระบี่ในมือของศัตรูระดับบรรพกาลกำลังพุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพ ไป๋ซูหยุนไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาตวัดแขนเสื้อ รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายระเบิดออกเป็น "ค่ายกลกระบี่เก้าสวรรค์" คมกระบี่นับหมื่นเล่มพุ่งทะยานออกไปเป็นกำแพงแสงสกัดกั้นการโจมตีนั้นไว้จนแหลกสลายเป็นจุล ทว่าแรงสะท้อนกลับทำให้กระดูกทั่วร่างของเขาปวดร้าวราญ ร่างสูงเซถลาถอยหลังไปหลายก้าว กระอักโลหิตคำใหญ่พ่นออกมา อาภรณ์สีเข้มชุ่มโชกไปด้วยเลือด ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงพับกับพื้นดิน อ้อมแขนเรียวบางแต่ทรงพลังของมู่อิงหลันก็พุ่งเข้ามาประคองรับร่างเขาไว้ได้อย่างทันท่วงที กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นคาวเลือด สัมผัสจากร่างของนางอบอุ่นเสียจนไป๋ซูหยุนต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "เจ้า... ไม่ควรเอาตัวเข้ามารับแรงกระแทกนั้นด้วยซ้ำ อิงหลัน" ไป๋ซูหยุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ข้าเป็นเป้าหมายของพวกมัน การที่เจ้าต้องมาแปดเปื้อนและเสี่ยงชีวิตเคียงข้างข้า... มันไม่คุ้มค่าเลย" มู่อิงหลันเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มราวกับต้องการอ่านความรู้สึกทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใน นางส่ายศีรษะช้าๆ หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวย—ภาพที่เหล่าเซียนบนแดนสวรรค์ไม่มีวันได้เห็นเป็นอันขาด "คุ้มค่าหรือไม่... ข้าเป็นผู้กำหนดเอง ไป๋ซูหยุน" มู่อิงหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่มั่นคงยิ่ง "ตั้งแต่วันแรกที่ข้าก้าวเข้าสู่วิถีเซียน จนกระทั่งวันนี้... หัวใจของข้าไม่เคยมีผู้ใดนอกจากเจ้า ตั้งแต่ชาติภพก่อนจนถึงชาติภพนี้ ข้าพยายามทำตัวเย็นชา ห่างเหิน และตัดขาดจากโลกหล้า เพื่อไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้จุดอ่อนของข้า ทว่า... ตั้งแต่ยามที่เจ้าก้าวเข้ามาในชีวิตและปฏิเสธกฎเกณฑ์ของสวรรค์อย่างไร้ความเกรงกลัว ข้าก็ได้มอบดวงใจดวงนี้ให้แก่เจ้าไปตั้งแต่คราวนั้นแล้ว..." คำสารภาพรักท่ามกลางสมรภูมิเดือดประดุจสายฟ้าฟาดผ่านห้วงความคิดของไป๋ซูหยุน โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงคำรามของเหล่ากองทัพมารและเสียงระเบิดของพลังปราณรอบกายเลือนหายไปจนสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นระรัวสอดประสานกัน ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ปมแค้นฝังใจจากการถูกหักหลังในอดีตชาติที่เคยพันธนาการวิญญาณของเขาไว้ราวกับโซ่ตรวนเหล็กไหล บัดนี้กลับถูกหลอมละลายลงด้วยความจริงใจและคำสารภาพอันล้ำค่าจากสตรีตรงหน้า เขาแย้มยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่แท้จริงและงดงามที่สุดตั้งแต่เขากลับชาติมาเกิดใหม่ "เจ้าคนโง่..." ไป๋ซูหยุนเอื้อมมือที่สั่นเทาไปสัมผัสแก้มนวลที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดของนางอย่างแผ่วเบา "ข้าเอง... ก็รอคอยวันนี้มานานแสนนานเช่นกัน อิงหลัน" ทว่า ช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งใจนั้นกินเวลาได้เพียงชั่วลมหายใจ พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าเดิม ท้องนภาที่เคยเป็นสีแดงฉานบัดนี้ถูกฉีกกระชากออกเป็นรอยแยกขนาดมหึมา เมฆดำทมิฬม้วนตัวลงมาพร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้กระดูกทั่วร่างแทบแหลกสลาย "ระวัง!" มู่อิงหลันอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างมหึมาของ "ราชันมารโลหิต" ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขาทั้งสอง พร้อมกับหอกยักษ์ที่เคลือบด้วยอัคคีทมิฬพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าด้วยความเร็วราศรีกระหน่ำ หมายจะบดขยี้ร่างของพวกเขารวมเป็นธุลีเดียวในคราเดียว ไป๋ซูหยุนผลักร่างของมู่อิงหลันออกไปด้านข้างด้วยพลังลมปราณเฮือกสุดท้าย พร้อมกับกระชากกระบี่โบราณในมือขึ้นฟ้า ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ไอพลังแห่งมหาเทพในอดีตชาติทะลักทะลายออกจากจุดตันtianอย่างบ้าคลั่ง ร่างของเขาลอยเคว้งขึ้นสู่เบื้องบนเผชิญหน้ากับหอกยักษ์มารอย่างไร้ความหวาดกลัว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่คมหอกจะปะทะเข้ากับร่างของเขา แสงสีเงินยวดย่อมสายหนึ่งก็พุ่งวาบแทรกเข้ามาขวางกั้นระหว่างเขากับความตาย— มู่อิงหลันใช้พลังลมปราณทั้งหมดที่นางมีหลอมรวมกับกระบี่เหมันต์นิรันดร์ จนเกิดเป็นเกราะคุ้มกันน้ำแข็งโบราณเข้ามารับการโจมตีแทนเขาอย่างไม่ยอมให้ปฏิเสธ! "อิงหลัน—!" ไป๋ซูหยุนแผดเสียงร้องคำรามลั่นด้วยความตื่นตระหนกและเจ็บปวด เมื่อเห็นร่างของหญิงสาวกระเด็นกระดอนถอยหลังท่ามกลางแรงระเบิดมหาศาล พร้อมกับกระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือของนางที่บัดนี้... ได้ปรากฏรอยร้าวขนาดใหญ่ลามเลียไปทั่วทั้งใบดาบ! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงบทนี้ ลมหายใจแห่งวิถีกระบี่และโชคชะตาของพวกเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย พยัคฆ์ขาวคำรามขอสัญญาว่าจะพาพวกท่านไปสัมผัสจุดพลิกผันที่สะเทือนเลือนลั่นยิ่งกว่าในตอนต่อไปอย่างแน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%