เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 32

ข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ด้วยกายเนื้อ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
เปรี้ยง! อัสนีบาตสีชาดสายแรกฟาดลงกลางกบาลดั่งทัณฑ์แห่งมหาทวีป ร่างของไป๋ซูหยุนสะท้านเฮือก โลหิตสีทองคำบริสุทธิ์พวยพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ด ทว่านัยน์ตาของเขากลับประกายแสงสีนิลล้ำลึกอย่างไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ปลายกระบี่มังกรฟ้าในมือสั่นระริกด้วยความกระหาย ไม่ใช่ความหวาดกลัวต่อฟ้าดิน แต่เป็นการโหยหาการปะทะกับอำนาจสูงสุดที่พยายามกดทับวิถีแห่งเขา "ซูหยุน!" เสียงเรียกอันสั่นเครือแต่เปี่ยมด้วยความห่วงใยหลุดจากริมฝีปากบางเฉียบของมู่อิงหลัน นางยืนหยัดอยู่บนยอดผาไวโอเล็ต ร่างอรชรถูกห่อหุ้มด้วยเกราะน้ำแข็งพันปีที่ร้าวรานจนแทบแตกสลาย กระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือของนางส่งเสียงคร่ำครวญแข่งกับสายฟ้านรก ทว่านางมิได้สนใจบาดแผลสาหัสของตนเอง สายตาคู่คมกริบดั่งห้วงน้ำแข็งหมื่นปีคู่นั้นจับจ้องเพียงบุรุษผู้กำลังเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อทลายขอบเขตเซียนแท้จริงเบื้องล่าง ไป๋ซูหยุนปาดโลหิตมุมปาก รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่อาบไล้ด้วยเหงื่อและฝุ่นควัน "ถอยไปอิงหลัน... นี่คือทัณฑ์ที่ข้าต้องรับด้วยตนเอง ฟ้าดินอยากให้ข้าดับสูญนัก เช่นนั้นก็ต้องดูว่ากระดูกของมันจะแข็งพอจะบดขยี้วิญญาณของข้าหรือไม่!" สิ้นเสียงคำราม ท้องนภาก็บิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นสีดำสนิท สายฟ้านรกนับพันสายหลอมรวมเข้าหากันจนกลายเป็นอัสนีมังกรเพลิงทมิฬขนาดมหึมา มันแผ่รังสีทำลายล้างที่สามารถลบเลือนอาณาจักรโบราณให้หายไปได้ในพริบตา นี่คือบททดสอบสุดท้าย ทัณฑ์สวรรค์เก้าคณาที่จอมยุทธ์ในตำนานร้อยคนล้วนดับสูญใต้เงื้อมมือมัน อัสนีมังกรเพลิงทมิฬพุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าประสาทสัมผัส ทว่าในห้วงเวลานั้น ทุกสิ่งรอบตัวของไป๋ซูหยุนราวกับหยุดนิ่ง เสียงคำรามของฟ้าดินเงียบงัน เหลือเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วง บันทึกโอสถบรรพกาลในห้วงจิตหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง หลอมรวมพลังปราณฟ้าดินเข้ากับกายเนื้อที่ผ่านการหล่อหลอมมานับครั้งไม่ถ้วน *ข้าปฏิเสธสวรรค์มาแล้วชาติหนึ่ง ไฉนเลยชาตินี้ต้องมาสยบแทบเท้ามันเล่า?* ไป๋ซูหยุนไม่หลบหนี เขากลับเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ จากนั้นจึงประสานอินด้วยมือทั้งสองข้าง บังเกิดอักขระโบราณสีทองนับล้านตัวสลักลอยเด่นอยู่รอบกาย กลายเป็นค่ายกลปกป้องกายเนื้อขั้นสูงสุด—วิชา ‘กายาบรรพกาลสะท้านภพ’! ตูมมมมม! แรงปะทะระเบิดออกเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกสีครามและประกายไฟอัสนีแผ่ขยายออกไปรัศมีร้อยลี้ ยอดเขาไวโอเล็ตทั้งลูกสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลาย หินผานับล้านตันแหลกสลายกลายเป็นฝุ่นผง มู่อิงหลันถูกแรงอัดกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบวา นางกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายเซถลาเกือบจะร่วงหล่นจากหน้าผา แต่นางฝืนใช้กระบี่ปักลงกับพื้นเพื่อพยุงร่างไว้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อมองไปยังจุดศูนย์กลางของการระเบิด ควันสีดำสนิทปกคลุมพื้นที่นับพันเมตร ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ... "ซูหยุน..." มู่อิงหลันพึมพำ หัวใจของนางกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่างยิ่งกว่ายามใช้วิชากระบี่เหมันต์ ความรู้สึกสูญเสียที่นางไม่เคยสัมผัสมานานนับร้อยปีพรั่งพรูเข้ามาในอก นางกำลังจะก้าวเท้าพุ่งเข้าไปในกลุ่มควันนั้น ทว่า... ครืนนน! แผ่นดินใต้ร่างกลับสั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างรุนแรง ทว่าคราวนี้ไม่ใช่แรงทำลายล้างจากฟ้าดิน แต่เป็น... แรงกดดันอันบริสุทธิ์ของขอบเขตเซียนแท้จริงที่แผ่พุ่งออกมาจากใจกลางกลุ่มควัน! "อึก..." มู่อิงหลันต้องรีบโคจรพลังปราณเพื่อต้านทานแรงกดดันนั้น นัยน์ตาของนางฉายแววประหลาดใจระคนโล่งอก กลุ่มควันสีดำค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นร่างโปร่งที่ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง เสื้อผ้าขาดวิ่นจนเผยให้เห็นรอยแผลเป็นและผิวหนังที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับหยกสลัก โลหิตที่เคยไหลรินบัดนี้ถูกดูดซับกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างไร้ร่องรอย ลมหายใจของไป๋ซูหยุนลึกและยาวนาน ทุกครั้งที่เขาหายใจเข้า พลังปราณรอบกายจะถูกดึงดูดเข้ามาในร่างราวกับหลุมดำ เขายังไม่ตาย... ยิ่งไปกว่านั้น กายเนื้อของเขากลับทะลวงผ่านขีดจำกัดของมนุษย์ บรรลุสู่ ‘กายาเซียนแท้จริง’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว! ไป๋ซูหยุนค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีครามเข้มคู่นั้นส่องประกายแสงเรืองรองราวกับดวงดาวในห้วงจักรวาล เขาก้มมองมือทั้งสองข้างของตนเองที่เต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาลที่สามารถฉีกกระชากห้วงมิติได้ด้วยมือเปล่า "นี่หรือ... พลังของขอบเขตเซียนแท้จริง" เขากล่าวพึมพำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ที่เหนือกว่าปุถุชนทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด มู่อิงหลันร่อนลงมายืนเคียงข้างเขา แววตาเย็นชาคู่นั้นอ่อนลงวูบหนึ่ง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะโล่งใจเล็กน้อย "เจ้าบ้ามาก... รู้ตัวหรือไม่ว่าเกือบเอาชีวิตไม่รอด" ไป๋ซูหยุนหันไปมองนาง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "หากข้าตาย เจ้าคงไม่มีสหายร่วมเดินทางที่รู้ใจเช่นนี้อีกแล้วกระมัง?" ยังไม่ทันที่มู่อิงหลันจะได้เอ่ยปากตอบโต้ บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นหนทึบและเย็นเยียบอย่างไร้สาเหตุ ท้องฟ้าที่เพิ่งสงบลงกลับปรากฏรอยแยกสีดำสนิทขึ้นกลางอากาศ ราวกับมีบางสิ่งกำลังฉีกกระชากมิติเพื่อข้ามผ่านมายังโลกเบื้องล่าง แ함แรงกดดันระดับที่เหนือกว่าทัณฑ์สวรรค์นับร้อยเท่าพรั่งพรูออกมาจากรอยแยกนั้น จนกระทั่งกระบี่มังกรฟ้าและกระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือของทั้งสองสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติช้าๆ ร่างนั้นสวมชุดคลุมลายเมฆาโบราณ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากหยกสลักรูปอสูรไร้หน้า ทว่าแววตาที่มองลงมายังไป๋ซูหยุนและมู่อิงหลันนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำมหิต "นึกไม่ถึงว่าเจ้ามดปลวกผู้ฝืนลิขสิทธิ์สวรรค์ จะสามารถรอดพ้นทัณฑ์อัสนีมาได้..." เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้น สะท้อนก้องในจิตวิญญาณของทั้งคู่ "แต่เจ้าคงเข้าใจผิดคิดว่า การก้าวสู่ขอบเขตเซียนแท้จริง คือจุดสิ้นสุดของการเดินทางสินะ?" ไป๋ซูหยุนหรี่ตาลงทันที ความทรงจำอันเจ็บปวดจากอดีตชาติพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมอง เงาร่างเบื้องหน้านี้... คือหนึ่งในหกมหาเทพผู้ทรยศที่เคยร่วมมือกันสังหารเขาเมื่อร้อยปีก่อน! ผู้มาเยือนยกมือขึ้นช้าๆ ปรากฏดาบแสงสีเงินยวดยวงในมือ ทว่าเป้าหมายของมันไม่ใช่ไป๋ซูหยุน กลับพุ่งตรงไปยังมู่อิงหลันที่ยืนอยู่ข้างกาย! "ระวัง!" ไป๋ซูหยุนคำรามลั่น พุ่งทะยานเข้าขวางหน้าพร้อมชักกระบี่มังกรฟ้าออกมารับการโจมตีนั้นสุดกำลัง! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "พยัคฆ์ขาวคำราม" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%