เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 35

รวบรวมเศษเสี้ยวพลังเทพ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โลหิตสีทองคล้ำหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายนิ้วของไป๋ซูหยุน กระทบลงบนพื้นศิลาโบราณของ ‘หุบเขาอเวจีบรรพกาล’ จนเกิดเสียงก้องกังวานดุจเสียงระฆังสำริดในวิหารเทพ "ลิขิตฟ้าหรือ... วันนี้ ข้าผู้นี้แหละที่จะใช้กระบี่ในมือ... สับเปลี่ยนมันเสียเอง!" เสียงประกาศกร้าวของเขายังคงสะท้อนวนเวียนอยู่ในมิติที่บิดเบี้ยวแห่งนี้ ดินแดนต้องห้ามที่แม้แต่เซียนสุริยันยังต้องหลั่งน้ำตาด้วยความหวาดกลัว เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือ ‘ประตูมิติเก้าทับถม’ สิ่งกีดขวางสุดท้ายก่อนถึงแท่นบูชาบรรพกาล สถานที่ซึ่งเศษเสี้ยวพลังเทพชิ้นสุดท้ายถูกพันธนาการไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า มู่อิงหลันยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเขาครึ่งก้าว เรือนร่างบอบบางภายใต้ชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ถูกปกคลุมด้วยละอองความเย็นยะเยือก กลิ่นอายของกระบี่เหมันต์นิรันดร์แผ่ซ่านออกมารอบกายจนหยาดน้ำค้างกลางหาวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม นางไม่เอ่ยวาจาใดๆ แต่สายตาที่ทอดมองแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและพร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกัน "ซูหยุน..." น้ำเสียงของนางราบเรียบเยือกเย็นดังเช่นเคย ทว่ากลับแฝงความห่วงใยล้ำลึกที่มอบให้แก่เขาเพียงผู้เดียว "ค่ายกลเบื้องหน้านั้นมิใช่กลไกธรรมดา มันคือจิตเจตจำนงของมหาเทพโบราณที่ปฏิเสธการจุติใหม่ของเจ้า หากก้าวล่วงเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว จิตวิญญาณของเจ้าอาจถูกฉีกเป็นจุล" ไป๋ซูหยุนมิได้หันกลับมามอง ดวงตาคู่คมดุจพญาอินทรีจับจ้องไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ปราณกระบี่ในตันเถียนของเขากำลังคำรามก้องราวกับพยัคฆ์ร้ายที่หิวโหย บาดแผลตามร่างกายจากศึกคราวก่อนยังมิพักฟื้นดี แต่เจตจำนงที่จะฝืนลิขิตฟ้ากลับยิ่งลุกโชนดั่งเพลิงกัลป์ "อิงหลัน ข้าเคยสูญเสียทุกสิ่งในอดีตชาติมาแล้ว... มิตรสหายที่หักหลัง อาณาจักรที่ล่มสลาย แม้กระทั่งสิทธิ์ที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ข้าในวันนี้มิใช่คนเดิมที่จะยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนอีกแล้ว หากสวรรค์ต้องการให้ข้าสยบ ข้าก็จะผ่าสวรรค์ออกเป็นสองเสี่ยงให้ดู!" สิ้นคำพูด ร่างของไป๋ซูหยุนก็พุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้าฟาด! *เปรี้ยง!* ทันทีที่เขาก้าวล้ำเข้าสู่เขตอาคม แรงกดดันระดับบรรพกาลก็พั่งพรูลงมาประหนึ่งภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ลมปราณในกายปั่นป่วนจนกระอักโลหิตสีทองออกมาคำโต แต่ชายหนุ่มหาได้ถอยไม่ เขายกมือขึ้นวาดเป็นวงกลม อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ หลอมรวมเป็นกระบี่เล่มยักษ์พุ่งเข้าปะทะกับบาตรวิถีสวรรค์ที่ร่วงหล่นลงมา *โครมคราม!* คลื่นพลังทำลายล้างแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย มู่อิงหลันไม่รอช้า นางสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนถึงจุดศูนย์สัมบูรณ์ น้ำแข็งพันปีผุดขึ้นมาจากพื้นดินกลายเป็นกำแพงหนาทึบปกป้องแผ่นหลังให้ชายหนุ่ม ป้องกันคลื่นย้อนกลับของค่ายกลไม่ให้ย่างกรายเข้าถึงตัวเขา "หนอย... เศษเสี้ยวพลังเทพช่างดื้อรั้นนัก!" ไป๋ซูหยุนคำรามในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความเค้น ภายในห้วงจิตสำนึกของเขา ภาพเหตุการณ์เมื่อหมื่นปีก่อนย้อนกลับมาฉายชัดอีกครั้ง รอยยิ้มอันเยือกเย็นของสหายสนิทที่แทงดาบทะลวงหัวใจของเขา เสียงหัวเราะเยาะหยันของเหล่าเทพยดาบนสรวงสวรรค์ที่มองเขาดั่งมดปลวก ความเจ็บแค้นนั้นมิเคยจางหาย มันถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ขับเคลื่อนวิถีกระบี่ของเขาให้ไร้เทียมทาน "ถ้าพวกมันไม่ยอมให้ข้าเอาไป... ข้าก็จะแย่งชิงมันมาด้วยกำลัง!" วิชา ‘กระบี่พิชิตสวรรค์’ ขั้นที่เจ็ดถูกปลดปล่อย! ท้องนภามืดครึ้มลงในพริบตา เมฆฝนสีดำทะมัดทะแมงรวมตัวกันเป็นรูปเกลียวพายุ สายฟ้าสีม่วงเข้มฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางที่ไป๋ซูหยุนยืนอยู่ ร่างของเขากลายเป็นจุดศูนย์รวมของพลังงานมหาศาล ออร่าสีทองและสีเงินผสานกันอย่างกลมกลืน เกิดเป็นรูปลักษณ์ของมังกรและพยัคฆ์คำรามก้องฟ้า มู่อิงหลันแหงนมองภาพนั้นด้วยแววตาที่สั่นระริก แม้นางจะเป็นธิดาแดนเซียนผู้เย็นชาต่อทุกสรรพสิ่ง แต่ยามนี้หัวใจของนางกลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ นางรู้ดีว่าสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำอยู่คือการกระทำที่ท้าทายกฎสวรรค์โดยแท้ หากสำเร็จเขาก้าวสู่ขอบเขตที่เหนือกว่ามหาเทพ แต่หากล้มเหลว... แม้แต่จิตวิญญาณก็ไม่เหลือให้กลับชาติมาเกิด "ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน... ไม่ว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร" นางพึมพำกับตนเอง เสียงของนางถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามของสายฟ้า แต่แววตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชายหนุ่มเบื้องหน้าเลย ในขณะที่ไป๋ซูหยุนกำลังใช้พลังทั้งหมดในการหลอมรวมเศษเสี้ยวพลังเทพชิ้นสุดท้ายเข้ากับตันเถียน ทันใดนั้นเอง มิติเบื้องบนก็เกิดรอยแยกสีดำสนิท กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แตกต่างจากพลังของหุบเขาอเวจีอย่างสิ้นเชิงก็แผ่ซ่านออกมา มันคือกลิ่นอายแห่งความตายและความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุด... เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติช้าๆ สวมชุดเกราะโบราณสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกกั้นด้วยหน้ากากโลหิต ดวงตาส่องประกายแสงสีเขียวมรกตน่ากลัว และในมือของมันถือเคียวมรณะที่หยาดหยดด้วยโลหิตของเซียน "ไป๋ซูหยุน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการหนีมายังดินแดนรกร้างนี้ จะทำให้เจ้าพ้นเงื้อมมือของพวกเราได้?" เสียงแหบพร่าดุจมาจากขุมนรกดังขึ้น สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ไป๋ซูหยุนหรี่ตาลงเล็กน้อย ลมปราณในกายชะงักไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนของอีกฝ่าย "เงาโลหิต... สมุนรับใช้แห่งแดนสวรรค์ชั้นเก้า" ไป๋ซูหยุนแค่นหัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น แม้ร่างกายจะยังคงรับภาระหนักจากการดูดซับพลังเทพ แต่ริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย "นึกว่าพวกมันจะส่งใครมาเสียอีก ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้ที่เคยถูกข้าตัดแขนขาไปเมื่อชาติก่อนนี่เอง" เงาร่างในชุดเกราะสีดำปล่อยจิตสังหารอันรุนแรงออกมาจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว "ปากกล้าดีนี่! วันนี้แหละ ข้าจะตัดหัวใจของเจ้า นำกลับไปสังเวยแดนสวรรค์ตามบัญชาของมหาจักรพรรดิ!" เคียวมรณะในมือของมันเงื้อขึ้นสูง เตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันลงมาปลิดชีวีในจังหวะที่ไป๋ซูหยุนกำลังอ่อนแอที่สุดจากการทะลวงขอบเขตพลัง! มู่อิงหลันพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าในเสี้ยววินาที กระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือสั่นระริก ไอเย็นแผ่ขยายปกคลุมนับพันลี้ นางมองผู้มาเยือนด้วยสายตาดุจคมมีด น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อนเอ่ยออกมา "หากเจ้าอยากผ่านไป... จงก้าวข้ามศพของข้าไปเสียก่อน!" ไป๋ซูหยุนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในยามวิกาล แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่พลังงานในตันเถียนของเขากลับเริ่มหมุนวนเป็นครั้งสุดท้าย เศษเสี้ยวพลังเทพชิ้นสุดท้ายถูกผนึกเข้ากับหัวใจอย่างสมบูรณ์! *ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!* เสียงหัวใจของเขาเต้นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับกลองศึก ร่างกายเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้าจนสว่างวาบทั่วทั้งหุบเขาอเวจี แรงกดดันระดับที่ทำให้มิติสั่นสะเทือนแผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขาโดยตรง เขากำดาบในมือแน่น ขยับกายยืนหยัดเคียงข้างหญิงสาวผู้เป็นที่รัก รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "อิงหลัน... ถอยไปครึ่งก้าว" ไป๋ซูหยุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคงอย่างยิ่ง "หนนี้... ให้สุนัขตัวนี้ได้รู้ซึ้งว่า คนที่บังคับให้ข้าต้องกำจัดมัน... มีจุดจบอย่างไร" นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่... และในวินาทีที่คมกระบี่ถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง แสงสว่างเจิดจ้าก็ผ่าผ่าความมืดมิดจนทุกสรรพสิ่งต้องก้มหัวให้! โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ — พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%