ความกดดันระดับบรรพกาลไม่ได้เกิดขึ้นจากน้ำหนักของภูเขา แต่เกิดจากความเงียบงันก่อนที่ความตายจะเคาะประตู
"ซูหยุน... ระวัง!"
สุ้มเสียงของมู่อิงหลันสั่นเครือเล็กน้อย นางเซียนผู้เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับมีหยดเหงื่อกาฬไหลรินลงข้างขมับ เปลือกตากระตุกไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงมวลพลังงานมืดมิดที่กำลังพวยพุ่งขึ้นมาจากใจกลางขุมนรกโลกันตร์ อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำสนิท สะท้อนภาพเงาของร่างมหึมาที่กำลังบิดเร้าอยู่ใต้แผ่นดิน
ตูมมมม!
พื้นดินเบื้องล่างแตกกระจัดกระจายราวกับกระจกที่ถูกค้อนยักษ์ทุบ อวิชชาและกลิ่นอายคาวเลือดพวยพุ่งทะยานสู่ห้วงนภากาศจนท้องฟ้าสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิตฉานในพริบตา มวลเมฆาอัสนีหมุนวนเป็นรูปตาข่ายยักษ์ ทว่ามันมิใช่ทัณฑ์สวรรค์... มันคือการคำรามรับการตื่นขึ้นของ "ราชันมารบรรพกาล" ผู้ถูกจองจำไว้ ณ ใต้พิภพมานานสามภพชาติ
ไป๋ซูหยุนมิได้ขยับกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองลงไปยังเบื้องล่าง เส้นผมสีดำสนิทปลิวสะบัดตามแรงลมปราณที่แผ่ขยายออกรอบตัว นิ้วเรียวยาวที่กำลังกุมด้ามกระบี่สั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความตื่นเต้นเร้าใจของกระบี่ในฝักที่ร่ำร้องกระหายโลหิตมาร
"สามหมื่นปีผ่านไป... เจ้าก็ยังคงดิ้นรนอย่างไร้ค่าเช่นนี้"
เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของอสุนีบาตจากเบื้องสูง มันไม่ใช่เสียงของคนผู้เดียว แต่เป็นเสียงประสานนับหมื่นดวงวิญญาณที่ถูกกลืนกิน เงาร่างสีดำทะมึนสูงเทียมฟ้าค่อย ๆ ก้าวพ้นขึ้นมาจากรอยแยกมิติ ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตคู่ใหญ่กวาดมองสามโลกด้วยความเหยียดหยัน ไอร้อนระอุผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของความตายแผ่ซ่านเข้ากระดูกดำ
"ตื่นขึ้นมาแล้วอย่างไร?" ไป๋ซูหยุนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดึงดูดสติของทุกสรรพสิ่งให้หันมาจับจ้อง "ในอดีตชาติ เจ้าเคยคุกเข่าต่อหน้าคมกระบี่ของข้าอย่างไร ในชาตินี้... เจ้าก็จะต้องดับสูญด้วยวิถีกระบี่เดิมเช่นนั้น"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
เสียงหัวเราะของราชันมารสะเทือนเลื่อนลั่นจนมิติรอบตัวปริร้าว แผ่นดินแยกตัวออกเป็นเหวลึกนับพันวา ปีศาจและอสูรกายจากขุมนรกนับล้านตนส่งเสียงโหยหวนพร้อมกับทะยานขึ้นสู่ผืนแผ่นดินเบื้องบน สงครามล้างโลกที่แท้จริงได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ณ วินาทีนี้
มู่อิงหลันก้าวเข้ามาเคียงข้าง แววตาของนางเด็ดเดี่ยวไม่แพ้บุรุษ กระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือส่องประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิด "ซูหยุน ข้าจะเปิดทางให้ท่านไปถึงจุดนั้น... จงเด็ดหัวมันเสีย"
ไป๋ซูหยุนหันไปมองสตรีผู้เคียงบ่าเคียงไหล่ แววตาที่มักเย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้นพลันปรากฏประกายความอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย "ระวังตัวด้วย... อิงหลัน"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของไป๋ซูหยุนก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงคลื่นกระแทกของพลังปราณที่ระเบิดออกเป็นวงกว้าง
ฉับพลันนั้นเอง ท้องนภาที่เคยถูกย้อมด้วยสีโลหิตก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีกด้วยลำแสงสีทองเจิดจ้าที่พุ่งทะยานจากพื้นดินขึ้นสู่ยอดเมฆ มันคือออร่ากระบี่ที่บริสุทธิ์และทรงพลังเสียจนแม้แต่เหล่าเทพเซียนบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้ายังต้องสะท้านสะเทือน ราชันมารบรรพกาลที่กำลังผยองเดชถึงกับชะงักกึก ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกเมื่อสัมผัสได้ถึงคมกระบี่ที่จ่อตรงมายังกลางหน้าผากของมัน
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่สีทองกำลังจะเจาะทะลวงผ่านเกราะอวิชชาอันแข็งแกร่งของราชันมาร รอยแยกมิตibในมหาทิศเบื้องหลังก็ระเบิดออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีขาวสนิทผู้หนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับยื่นมือเรียวบางออกไปคว้าจับด้ามกระบี่ของไป๋ซูหยุนไว้กลางอากาศอย่างง่ายดาย!
แรงปะทะระดับทำลายล้างหยุดชะงักลงทันที ไป๋ซูหยุนหรี่ตาลงอย่างระแวดระวังขณะที่กระชับดาบในมือแน่นขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกคลุมของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญผู้นั้น... บุคคลที่ไม่อควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ตั้งแต่เมื่อสามหมื่นปีก่อน!
"ฝ่ามือนี้... ท่านอาจารย์?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคและวิถีกระบี่บทนี้ไปพร้อมกันนะครับ พยัคฆ์ขาวคำรามขอคารวะ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 36
การตื่นของราชันมารบรรพกาล
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!