"ฝ่ามือนี้... ท่านอาจารย์?"
สุ้มเสียงของไป๋ซูหยุนสั่นสะท้านเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่ออานุภาพที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องหน้า ทว่ามันคือความร้าวรานลึกล้ำที่ถูกกรีดลงบนรอยแผลเป็นแห่งอดีตชาติ ร่างของประมุขพรรคหัตถ์สวรรค์ผู้ล่วงลับ บัดนี้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยนัยน์ตาสสีเทาขุ่นมัว ไร้ซึ่งประกายแห่งจิตวิญญาณ มีเพียงไอสังหารสีดำทมิฬที่พวยพุ่งออกมาจากร่างราวกับปีศาจกระหายเลือด นี่คือหุ่นเชิดวิญญาณที่ถูกควบคุมด้วยเคล็ดวิชาต้องห้ามของแดนเซียน
ท้องฟ้าเหนือหุบผาดาราแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต เมฆหมอกม้วนตัวคำรามครั่นคร้ามราวกับโลกหล้ากำลังจะแตกสลาย กองทัพเซียนนับแสนนายจากเบื้องบนและกองทัพมารจากขุมนรกโลกันตร์ต่างหยุดชะงักการฆ่าฟันชั่วขณะ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนเหล่าผู้ฝึกตนระดับต่ำกระอ่วนโลหิตออกมาทางทวารทั้งเจ็ด
"ซูหยุน ระวังตัวด้วย..."
เสียงหวานเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ดังขึ้นข้างกาย มู่อิงหลันในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะบัดกระบี่เหมันต์นิรันดร์ในมือ ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปร้อยลี้จนพื้นดินกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม นางก้าวขึ้นมาเคียงบ่าเคียงไหล่เขา ดวงตาคู่คมกริบดั่งกระบี่เซียนจ้องมองไปยังร่างของอดีตอาจารย์ผู้ทรยศด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น แม้ภายนอกนางจะดูเยชาไร้ความรู้สึก แต่มือเรียวที่กำด้ามกระบี่กลับสั่นน้อยๆ สะท้อนถึงความห่วงใยที่มีต่อชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจ
"เขาไม่ใช่ท่านอาจารย์อีกต่อไปแล้ว... อิงหลัน" ไป๋ซูหยุนหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ในอก เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีดำสนิทก็แปรเปลี่ยนเป็นประกายสีทองเจิดจ้า พลังปราณบรรพกาลระเบิดออกจากร่างจนมิติรอบกายปริแตกเป็นรอยร้าว
"วันนี้ ต่อให้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน หรือเผาผลาญวิญญาณจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี ข้า... ไป๋ซูหยุน จะขอใช้กระบี่เล่มนี้ตัดขาดบุญคุณความแค้นทั้งหมดเสียที!"
สิ้นคำประกาศกร้าว ร่างของไป๋ซูหยุนก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนาราวกับดาวตกสีทอง ประกายกระบี่นับหมื่นสายประสานเข้ากับไอเย็นแห่งเหมันต์นิรันดร์ของมู่อิงหลัน กลายเป็นมังกรคู่พญายมพุ่งเข้าใส่กองทัพมารและหุ่นเชิดเซียนเบื้องหน้า
*ตูม! ตูม! ตูม!*
คลื่นกระแทกจากการปะทะกันของยอดฝีมือระดับบรรพกาลทำให้ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน เลือดและเศษซากอาวุธปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างของหุ่นเชิดอดีตอาจารย์กลับหายวับไปกับตา ก่อนจะมาปรากฏเบื้องหลังของไป๋ซูหยุนในพริบตา พร้อมกับฝ่ามือมหึมาที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ดวงดาวได้ทั้งดวง
"ระวัง!" มู่อิงหลันกรีดร้องสุดเสียง ร่างบางพุ่งเข้าไปรับการโจมตีนั้นแทนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
กระบี่เหมันต์ในมือแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นราวกับดอกเหมันต์บานสะพรั่งกลางฤดูหนาว ร่างของนางร่วงหล่นลงสู่อ้อมแขนของไป๋ซูหยุนที่คว้าไว้ได้ทันท่วงที
"อิงหลัน!" ไป๋ซูหยุนแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดที่เสียดแทงลึกถึงขั้วหัวใจ โลหิตหยดแล้วหยดเล่ารดลงบนพื้นดิน ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยโทสะอันไร้ขีดจำกัด พลังปราณทั่วร่างแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและทองคำเจิดจ้าพร้อมกัน นี่คือ "วิถีกระบี่ฝืนลิขิต" ขั้นสูงสุดที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องสั่นสะเทือน
เขาวางร่างของนางลงอย่างทะนุถนอม ลุกขึ้นยืนช้าๆ ขณะที่เส้นผมสีดำกลับกลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา ออร่าความตายและกำเนิดหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ไป๋ซูหยุนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่บัดนี้ปรากฏรอยแยกสีม่วงเข้ม พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันอันทรงพลังที่ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติเบื้องบน—เสียงของ "มหาเทพแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า" ผู้บงการทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง
"เจ้าเด็กโง่ คิดว่าฝืนชะตากรรมได้งั้นหรือ?"
ร่างเงาสูงตระหง่านนับพัน丈ปรากฏขึ้นพร้อมกับโซ่ตรวนแห่งทัณฑ์สวรรค์ที่พุ่งตรงลงมาหมายจะตรึงวิญญาณของไป๋ซูหยุนให้แตกดับชั่วนิรันดร์!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ในเส้นทางสายเซียนนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 37
ศึกตัดสินชะตากรรมยุทธภพ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!