เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 11

อำลาสำนักเมฆาคารวะ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ศิษย์อกตัญญูเช่นข้า... คงไม่มีสิ่งใดต้องกราบคารวะสำนักนี้อีกแล้ว" เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวาน ทลายความเงียบงันภายในโถงใหญ่สำนักเมฆาคารวะลงสิ้นซาก ไป๋ซูหยุนยืนตัวตรงสง่างาม อาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านสะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกายอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาคู่คมกวาดมองแผ่นป้ายไม้สลักอักษรทองคำ "เมฆาคารวะ" เบื้องบนด้วยแววตาเยียบเย็น ไร้ซึ่งเยื่อใยและอาลัยอาวรณ์ ผู้อาวุโสสูงสุดและเหล่าผู้พิทักษ์กฎนับสิบชีวิตต่างหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามขมับของแต่ละคน พวกเขาไม่อาจเชื่อสายตาตนเองว่าเด็กหนุ่มผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงขยะไร้รากฐานเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลับแผ่ซ่านไอสังหารที่หนักหน่วงจนแม้แต่ยอดฝีมือขั้นหลอมรวมลมปราณยังต้องหายใจติดขัด "ไป๋ซูหยุน! เจ้าอย่าได้กำเริบเสิบสานจนเกินไปนัก!" ผู้อาวุโสสามตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว กระบี่ในมือสั่นระริก "สำนักเมฆาคารวะชุบเลี้ยงเจ้า ให้ทรัพยากร ให้ที่ซุกหัวนอน เหตุใดจึงกล้าประกาศตัดขาดและเหยียบย่ำเกียรติภูมิของสำนักเช่นนี้!" ไป๋ซูหยุนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับสายลมจากขุมนรก หูของเขาแว่วเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในอดีตชาติ ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกทรยศหักหลังโดยคนที่เรียกว่า "อาจารย์" และ "สหายร่วมสำนัก" ไหลย้อนกลับมาดั่งคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดความแค้นให้ลุกโชนขึ้นในอก "ชุบเลี้ยงงั้นหรือ?" ไป๋ซูหยุนก้าวเท้าไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลพลระเบิดออกทันทีจนแผ่นหินปูพื้นโถงแตกละเอียดเป็นจุล "สิ่งที่สำนักนี้มอบให้ข้า มีเพียงพิษร้ายในถ้วยชา ค่ายกลสังหารที่รอวันแผดเผา และแผนการชั่วช้าที่ต้องการแย่งชิงกระดูกมังกรบรรพกาลในร่างของข้า! วันนี้... ข้ามาเพื่อทวงคืนทุกอย่าง และเพื่อล้างบางบัญชีเลือดที่พวกมันติดค้างข้าไว้!" สิ้นคำพูด รัศมีกระบี่สีครามก็พวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า ท้องนํ้าเหนือสำนักเมฆาคารวะแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าฟาดคำรามกึกก้องราวกับสวรรค์กำลังพิโรธต่อการประกาศท้าทายกฎเกณฑ์ของมนุษย์ผู้หนึ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดถึงขีดสุด ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็งก็ก้าวเดินเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง มู่อิงหลันปรากฏกายเคียงข้างไป๋ซูหยุน นางไม่กล่าววาจาใดๆ ทว่ากระบี่เหมันต์นิรันดร์ในฝักข้างกายกลับส่งเสียงร้องคำรามรับไอสังหารของชายหนุ่ม บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเกล็ดน้ำแข็งสีขาวเกาะกุมตามเสาไม้ของโถงใหญ่ ดวงตางามลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรจับจ้องไปยังเหล่าผู้อาวุโสด้วยความเหยียดหยัน "หากพวกเจ้าผู้ใดกล้าขยับ แม้แต่เงาของสำนักนี้... ก็จะไม่หลงเหลือให้ลูกหลานได้จดจำ" เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูเอ่ยขึ้น สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ทุกคนในที่นั้นยิ่งกว่าเดิม มู่อิงหลันไม่เคยสนใจความตายของใครในโลกหล้า แต่วันนี้ นางเลือกที่จะชักกระบี่เคียงบ่าเคียงไหล่บุรุษผู้นี้ ยอมประกาศเป็นศัตรูกับครึ่งยุทธภพและแดนเซียนเบื้องบน เพียงเพราะหัวใจของนางได้มอบให้แก่ดวงวิญญาณที่อาจหาญต่อต้านสวรรค์ดวงนี้ไปเสียแล้ว ไป๋ซูหยุนเหลือบสายตามองสตรีข้างกาย แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงชั่วขณะ เขายกมือขึ้นสัมผัสปอยผมที่ปลิวไสวตามแรงลมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้รับฟัง "อิงหลัน... เส้นทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยอสูรโลหิตและเงาพญายม เจ้ายังคงยืนกรานที่จะร่วมทางกับข้าผู้ฝืนลิขิตฟ้าเช่นนี้หรือ" มู่อิงหลันไม่ตอบคำถาม นางเพียงแต่ขยับกายเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นอายหอมเย็นจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตและไอเพลิงปราณ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคงยิ่งกว่าภูผา "ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย เทพเซียนนับหมื่นลงทัณฑ์ หากท่านก้าวไปข้างหน้า ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือฟาดฟันอุปสรรคเบื้องหน้าให้ราบคาบเคียงข้างท่าน... ไป๋ซูหยุน ชีวิตนี้ของข้า เป็นของท่านตั้งแต่ในคืนที่ท่านเลือกเผาผลาญดาราเพื่อช่วยข้าแล้ว" คำพูดของนางหนักแน่นดั่งประกาศิต ไป๋ซูหยุนพยักหน้ารับ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ทะนงตน และเด็ดเดี่ยว "ดี เช่นนั้นวันนี้... เราจะเหยียบย่างออกจากสำนักเมฆาคารวะด้วยคราบเลือดของพวกมัน และใช้ก้าวแรกนี้ เดินทางสู่แดนกว้างใหญ่เพื่อสะสางหนี้แค้นที่แท้จริง!" ไป๋ซูหยุนสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง กระบี่วิญญาณมังกรทะยานออกจากฝัก ส่งเสียงคำรามก้องสะท้านปฐพี พลังปราณระดับกำเนิดจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การปิดบัง แรงกดดันนี้ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักเมฆาคารวะกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความหวาดกลัว ทว่า... ในวินาทีที่ไป๋ซูหยุนกำลังจะก้าวเท้าสะบัดกระบี่ทำลายประตูสำนักให้พังทลายลง ท้องฟ้าเบื้องบนที่มืดครึ้มอยู่แล้วกลับปริแตกออกเป็นรอยแยกขนาดใหญ่! เงาร่างมหึมาสีทองอร่ามสามร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางอสนีบาต ประทับตราสัญลักษณ์รูปดอกบัวเพลิงเก้ากลีบลงกลางอากาศ แรงกดดันระดับ "เซียนแท้จริง" แผ่ซ่านกดทับลงมาจนพื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงกังวานดั่งระฆังทองคำจากแดนเบื้องบนดังสะท้านเข้ามาในจิตใจของทุกคน "ไป๋ซูหยุน... เจ้าคิดว่าการหนีออกจากสำนักเล็กๆ เช่นนี้ จะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากเงื้อมมือของสำนักกระบี่สวรรค์ได้เช่นนั้นหรือ? โทษฐานที่เจ้าบังอาจขโมย "คัมภีร์บรรพกาลเก้าสวรรค์" ในชาติก่อนและปฏิเสธราชโองการสวรรค์ในชาตินี้ วันนี้... คือวันตายที่แท้จริงของพวกเจ้าทั้งสอง!" รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดกว้างขึ้น พร้อมกับกระบี่เพลิงสวรรค์เล่มมหึมาที่พุ่งตรงลงมาจากเบื้องบน ปลายกระบี่ชี้ตรงมายังหัวใจของไป๋ซูหยุนอย่างแม่นยำ! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของเซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ *(ลงชื่อ)* **พยัคฆ์ขาวคำราม**
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%