เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 23

ค่ายกลทดสอบจิตใจ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“เจ้าคิดจะใช้ภาพลวงตากระจอกงอกง่อยเหล่านี้ มาสั่นคลอนจิตวิญญาณของข้า ไป๋ซูหยุนผู้นี้อย่างนั้นหรือ?” เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังสะท้อนก้องกวาดผ่านมิติอันเวิ้งว้าง ท่ามกลางห้วงมหรรณพแห่งจิตสำนึกที่ถูกบีบอัดด้วยแรงกดดันระดับมหาเทพ ปราณกระบี่สีครามเข้มพวยพุ่งออกจากร่างของไป๋ซูหยุนราวกับอัคคีพิโรธ แผ่ขยายรัศมีกดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น เบื้องหน้าของเขาคือ ‘ค่ายกลทดสอบจิตใจ’ ด่านทดสอบโบราณที่สลักลึกอยู่ภายในผนังศิลาของแดนลับแลบรรพกาล ทันทีที่ก้าวล่วงเข้าสู่เขตอาคม ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติอันเจ็บปวดก็ถูกดึงขึ้นมาฉายซ้ำราวกับม้วนภาพวาดโลหิต กลิ่นคาวเลือดของสงครามล้างผลาญเมื่อห้าร้อยปีก่อนโชยเข้าปะทะนาสิกอีกครั้ง ภาพศቀร์ผู้เคยเรียกขานว่าสหายรัก กลับถือกระบี่เสียบทะลุแผ่นอกของเขาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เสียงกระซิบเย้ยหยันจากคนที่เคยไว้ใจดังระงมอยู่ในโสตประสาท *“ไป๋ซูหยุน… ความโง่เขลาของเจ้าคือการไว้ใจมนุษย์ ฟ้าดินไม่เคยมีความยุติธรรม มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่กำหนดชะตา!”* ภาพมายาเหล่านั้นพยายามกัดกินจิตวิญญาณ ดึงรั้งให้เขาจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวลึกแห่งความแค้น ความสิ้นหวัง และความรู้สึกผิดที่ไม่อาจลบล้าง ทว่า… แววตาของไป๋ซูหยุนกลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซาน ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ ปราณกระบี่ก่อตัวเป็นอักขระโบราณนับพันลอยเคว้งคว้างรอบกาย “อดีตคือภาพมายา ปัจจุบันคือวิถีแห่งข้า หากฟ้าดินไม่ยอมให้ข้าลิขิตชะตาด้วยตนเอง เช่นนั้นข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้… ผ่าสวรรค์ให้มันรู้แล้วรู้รอด!” ซูหยุนคำรามก้องในลำคอ ดวงตาคมกริบทอประกายสีทองเจิดจ้า พลังวิญญาณแห่งมหาเทพที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งของร่างจำแลงตื่น ตระหนกขึ้นพร้อมกันอย่างไร้การควบคุม แรงระเบิดทางจิตวิญญาณแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง บดขยี้ภาพมายาในอดีตจนแตกสลายกลายเป็นละอองธุลีสีดำ ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่ไกลนัก มู่อิงหลันยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักน้ำแข็ง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะปราณเหมันต์ที่แผ่ไอเย็นเยือกแข็งจนพื้นศิลาเบื้องล่างกลายเป็นผลึกแก้ว แม้รอบตัวนางจะเต็มไปด้วยภาพลวงตาอันน่าสะพรึงกลัวที่ดึงเอาปมในใจเรื่องอดีตอันโดดเดี่ยวบนยอดเขาเซียนมาทรมาน แต่นางกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา ดึงกระบี่เหมันต์นิรันดร์ออกจากฝักช้าๆ เสียงโลหิตกระทบฝักกระบี่ดังใสราวน้ำค้างแข็งหยดลงบนใบบัว “หนทางของข้า มีเพียงเขาผู้นั้น… ภาพลวงตาปลอมๆ เช่นนี้ ย่อมไม่มีค่าพอให้ข้าต้องชายตามอง” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า ปลายกระบี่ตวัดวาดเป็นวงโค้งวับวาม แสงสีฟ้าครามสว่างวาบตัดผ่านมิติมายาจนฉีกขาดเป็นทางยาว พลังเหมันต์บริสุทธิ์แช่แข็งทุกสรรพสิ่งในอาณาเขตนั้นให้หยุดนิ่ง ก่อนจะพังทลายลงพร้อมกันในคราเดียว ตึง! เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว ค่ายกลทดสอบจิตใจสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีทองนับร้อยสายปรากฏขึ้นบนผนังศิลาโบราณ แรงสะท้อนย้อนกลับของค่ายกลพยายามซัดกระหน่ำใส่ร่างของทั้งสองคน ทว่าไป๋ซูหยุนและมู่อิงหลันกลับประสานสายตากันอย่างรู้ใจ พลังปราณหยินและหยางหลอมรวมเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ เกิดเป็นเกราะคุ้มกันรูปดอกบัวสวรรค์ที่ต้านทานแรงกระแทกทั้งหมดไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บรรยากาศโดยรอบกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หอบหายใจแผ่วเบาพร้อมกับหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมของชายหนุ่มบ่งบอกว่าการก้าวข้ามผ่านจิตวิญญาณในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ไป๋ซูหยุนกวาดสายตามองร่องรอยความเสียหายเบื้องหน้า มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความกระจ่างแจ้งแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับขอบเขตพลังที่ติดขัดมานานกำลังจะทะלוวงผ่านในไม่ช้า ทว่า ทันใดนั้นเอง… พื้นศิลาเบื้องล่างที่ควรจะสงบกลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน อักขระสีโลหิตสายหนึ่งผุดขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับกลิ่นอายปราณมารโบราณที่แس็นคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานขึ้นมาประชิดตัว เงาร่างสีดำสนิทไร้ใบหน้าปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังเสียดแก้วหู *“ฮ่าๆๆ… เจ้าคิดว่าทำลายภาพมายาได้แล้วจะรอดพ้นหรือ ไป๋ซูหยุน… ดูให้ดีว่าใครกันแน่ที่รอเจ้าอยู่เบื้องล่างนี้”* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝืนลิขิตฟ้าไปกับตัวละครทุกท่านนะครับ พยัคฆ์ขาวคำรามจะตั้งใจรังสรรค์ตอนต่อไปให้เข้มข้นสะใจยิ่งขึ้นไปอีกครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%