เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 22

เดินทางสู่ดินแดนลับแล

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“หากก้าวล่วงเข้าไปแล้ว เจ้ายังคิดว่าพวกเราจะสามารถเดินกลับออกมาได้ด้วยลมหายใจครบถ้วนอย่างนั้นหรือ?” สุ้มเสียงราบเรียบดุจผืนน้ำในบึงลึกของมู่อิงหลันดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดอันกดดันของเขตแดนรกร้างเบื้องหน้า นางยืนตระหง่านอยู่บนยอดผาหินสีนิล กระบี่เหมันต์นิรันดร์ในฝักข้างกายส่งเสียงสั่นพานคำรามเบาๆ ราวกับหวาดกลัวไอสังหารที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน สายตาคู่คมกริบดั่งน้ำค้างแข็งจับจ้องไปยังหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ซึ่งถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีเทาหม่นหนาทึบ ไป๋ซูหยุนไม่ตอบคำถามในทันที เขายกมือขึ้นสัมผัสด้ามกระบี่วิญญาณสวรรค์ในห้วงมิติ ไออุ่นจากพลังปราณบรรพกาลไหลเวียนผ่านปลายนิ้วเข้าสู่6ชีพจรหลักอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมของเขาหรี่ลงเล็กน้อยยามพิจารณาอักขระโบราณที่สลักอยู่บนแผ่นศิลาหักพังเบื้องหน้า อักขระเหล่านั้นมิได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันผู้คนไม่ให้เข้าไป แต่มีไว้เพื่อกักขัง “บางสิ่ง” ให้อยู่ภายในต่างหาก “บนเส้นทางแห่งการฝืนลิขิตฟ้า ความตายเป็นเพียงเรื่องสามัญครับ อิงหลัน” ไป๋ซูหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา “แต่การสูญเสียพลังที่เคยมี เพื่อรอวันถูกเหยียบย่ำจากพวกมันบนเบื้องบน นั่นต่างหากคือความตายที่แท้จริงที่ข้าไม่มีวันยอมจำนน” มู่อิงหลันชำเลืองมองแผ่นหลังอันองอาจของชายหนุ่ม หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งนับหมื่นปีกลับไหววูบอย่างประหลาด นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้แบกรับความแค้นและการทรยศจากอดีตชาติไว้หนักหนาสาหัสเพียงใด แม้หนทางเบื้องหน้าจะเต็มไปด้วยเศษซากทายาทมหาเทพและกลไกสังหารที่พร้อมจะฉีกร่างพวกเขาเป็นจุล แต่ตราบใดที่เขายังอยู่เคียงข้าง นางย่อมไม่มีวันถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ” มู่อิงหลันเอ่ยเบาๆ นางก้าวเท้าขึ้นมาเคียงข้าง ชายอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงเรืองรองจากอักขระเวหา “ข้าจะเปิดทางให้เจ้าเอง” สิ้นเสียง ร่างระหงของนางก็ทะยานพุ่งดิ่งลงสู่ห้วงเหวเบื้องล่างดั่งดาวตกสีเงินยวง กระบี่เหมันต์นิรันดร์ถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง แช่แข็งสายหมอกพิษและกระแสลมมืดให้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเบื้องล่างราวกับหิมะโปรยปราย ไป๋ซูหยุนพุ่งทะยานติดตามลงไปติดๆ สัญชาตญาณการต่อสู้ของมหาเทพกลับชาติมาเกิดตื่นตัวเต็มพิกัด ปราณกระบี่เก้าสวรรค์ถูกหลอมรวมเข้ากับนัยน์ตาคู่นั้น ทำให้เขาสามารถมองทะลุผ่านภาพลวงตาและค่ายกลโบราณที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง *ฟึบ!* เงาดำนับร้อยพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาพวกเขาราวกับฝูงหมาป่ากระหายเลือด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา แต่เป็น “หุ่นเชิดโลหิตเทพ” ที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยววิญญาณของยอดฝีมือในยุคบรรพกาล ร่างกายของพวกมันคงกระพันชาตรีและเต็มไปด้วยพิษร้ายที่สามารถหลอมละลายกระดูกเซียนให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา “ระวังตัวด้วย พวกมันมีค่ายกลประสานวิญญาณ!” ไป๋ซูหยุนตะโกนเตือน พร้อมกับตวัดกระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้ง คลื่นกระบี่สีทองอร่ามพุ่งแหวกอากาศออกไป เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของหุ่นเชิดโลหิตสามตัวแรกแหลกสลายเป็นจุลภายใต้รัศมีกระบี่อันทรงพลัง แต่มันหาได้จบลงเพียงแค่นั้นไม่ จำนวนของหุ่นเชิดกลับเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จากเงาดำหลักร้อยกลายเป็นหลักพัน พวกมันส่งเสียงคำรามโหยหวนก้องกังวานไปทั่วสุสานโบราณ บรรยากาศรอบกายกดทับจนลมหายใจติดขัด มู่อิงหลันสะบัดกระบี่สร้างม่านพลังน้ำแข็งปะทะกับฝูงหุ่นเชิดจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วทิศทาง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของนาง แม้ฝีมือจะล้ำเลิศเพียงใด แต่การต้องต้านทานพลังกดดันจากสุสานมหาเทพโบราณพร้อมกับสังหารศัตรูจำนวนมหาศาล ย่อมสูญเสียพลังปราณไปอย่างรวดเร็ว “ซูหยุน ทางนี้ถูกปิดตายแล้ว!” มู่อิงหลันร้องเตือนเมื่อเบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏกำแพงหินมหึมาที่สลักด้วยรูปอสูรโบราณสามเศียร มันกำลังพ่นไฟสีดำสนิทออกมาขวางกั้นเส้นทาง ไป๋ซูหยุนกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลคำนวณทิศทางของพลังงานอย่างแม่นยำ เขารู้ดีว่าหากถอยตอนนี้ ทั้งเขาและนางจะต้องติดอยู่ในวังวนแห่งความตายอย่างแน่นอน ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องทะลวงผ่านใจกลางค่ายกลหลักเพื่อเข้าสู่ห้องโถงบรรพกาล “อิงหลัน ส่งมือให้ข้า!” ไป๋ซูหยุนเอ่ยเสียงเฉียบขาด มู่อิงหลันไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางยื่นมือเรียองามออกไปคว้ามือของชายหนุ่มไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายเทเข้ามาสู่ร่างกาย ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าและปลุกเร้าพลังปราณที่กำลังเหือดแห้งให้กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ไป๋ซูหยุนสูดลมหายใจเข้าลึก ⟪วิชาบูรพาผสานฟ้าดิน⟫ ถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ร่างกายเปล่งประกายแสงเจิดจ้าดั่งเทพสุริยะลงมาจุติ ปราณกระบี่ในร่างคำรามก้องราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะฉีกกระชากท้องนภาให้ขาดวิ่น “เปิดทางให้ข้า!” เขากวัดแกว่งกระบี่ผสานพลังกับมู่อิงหลัน พลังหยินและหยางหลอมรวมกันเป็นคลื่นกระบี่มหึมาพุ่งทะยานเข้าใส่กำแพงหินโบราณอย่างเต็มกำลัง แรงปะทะสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงเบื้องบน แผ่นดินสั่นไหวราวกับจะพังทลายลงมา ทว่า ในวินาทีที่คลื่นกระบี่กำลังจะเจาะทะลวงผ่านกำแพงหินนั้นเอง เสียงหัวเราะอันเยือกเย็นและแหบพร่าก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาเพิ่งก้าวผ่านมา *“ฮ่าๆๆๆ... ช่างโง่เขลานัก เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเข้ามาที่นี่ คือการค้นหาพลัง... มิใช่การเดินเข้าสู่หลุมศพที่พวกข้าขุดรอไว้แล้วอย่างนั้นรึ?”* ไป๋ซูหยุนชะงักฝีมือเล็กน้อย นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัว ซึ่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างของบุคคลปริศนาที่เพิ่งก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามาในเขตแดนลับแลแห่งนี้ เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นตรงทางเข้า พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกฮู้ด “นั่นมัน...!” มู่อิงหลันอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันอุปสรรค และยืนหยัดเคียงข้างวิถีกระบี่นี้มาโดยตลอดนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%