โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนังศิลาโบราณ แผ่กลิ่นอายคาวคละคลุ้งที่ชวนให้สะอิดสะเอียน ร่างของมือสังหารแห่งแดนปีศาจที่เพิ่งลั่นวาจาท้าทาย บัดนี้กลายเป็นเพียงซากศพไร้วิญญาณที่ทรุดฮวบลงแทบเท้าของไป๋ซูหยุน
ประโยคสุดท้ายที่ก้องกังวานในหูเมื่อครู่ ยังคงทิ้งคลื่นอารมณ์ระลอกแล้วระลอกเล่าไว้ในความเงียบงัน... *ของวิเศษชิ้นนั้น... สมควรเป็นของตระกูลมารฟ้าเช่นพวกเรา!*
ไป๋ซูหยุนมิได้ก้มลงมองซากศพนั้น สายตาของเขายังคงทอดมองออกไปเบื้องหน้า ท้องนภาเหนือนครโบราณยามราตรีนี้ถูกย้อมด้วยสีม่วงคล้ำประหลาด เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นรากับมหาสมุทรที่กำลังเดือดดาล ปราณมารอันชั่วร้ายและหนาแน่นสายหนึ่งกำลังแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ กดทับจิตวิญญาณของผู้ฝึกตนจนแทบอาเจียนเป็นโลหิต
นี่มิใช่การลอบสังหารธรรมดา... แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยจากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของกองทัพมารใต้หล้าที่ซ่อนตัวอยู่ในเงาอับชื้นมาเนิ่นนาน
"พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้สามัคคีธรรม..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไป๋ซูหยุนสะบัดข้อมือเบาๆ คราบโลหิตบนคมกระบี่ก็พลันสลายกลายเป็นผุยผง ไร้ซึ่งร่องรอยมลทินใดๆ หลงเหลืออยู่ ราวกับวิถีกระบี่ของเขาเป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์เด็ดเดี่ยวที่พร้อมตัดผ่านความมืดมิดทั้งปวง
ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราศีกระจ่างดั่งหิมะโปรยปรายก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา มู่อิงหลันมิได้เอ่ยคำใด แต่นัยน์ตาคู่คมดั่งกระบี่เหมันต์กลับทอประกายเย็นเยียบวับวาว ไอความเย็นยะเยือกแผ่ออกจากร่างของนางจนหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางมองกลุ่มก้อนเมฆสีม่วงทมิฬบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกระแวดระลึงที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีอันสง่างามและเยือกเย็น
"ปราณมารรวมตัวกันหนาแน่นถึงเพียงนี้ เกรงว่าผนึกพันธมิตรแปดทิศที่บรรพชนเซียนสร้างไว้เมื่อห้าร้อยปีก่อน คงใกล้จะเสื่อมสลายเต็มทีแล้วนะครับซูหยุน" มู่อิงหลันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่น นางปรายตามองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ เลือดลมในกายของนางพร้อมที่จะหลั่งรินเพื่อปกป้องเส้นทางที่เขาก้าวเดินเสมอมาและตลอดไป
ไป๋ซูหยุนหันกลับมาสบตากับนาง แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความแค้นในอดีตชาติพลันอ่อนโยนลงวูบหนึ่ง เขารู้ดีว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น กองทัพมารใต้หล้าที่นำโดยราชาปีศาจโลหิตย่อมหมายมั่นปั้นมือที่จะแย่งชิง "กล่องศิลาบรรพกาล" ของวิเศษชิ้นสำคัญที่เข้มงวดรักษาไว้ เพื่อใช้เป็นกุญแจปลดปล่อยบรรพบุรุษมารที่ถูกจองจำในขุมนรกโลกันต์
"อิงหลัน เจ้ากลัวหรือไม่?" ไป๋ซูหยุนเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่หนักแน่นดั่งขุนเขา
มู่อิงหลันแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง แม้จะดูงดงามหยาดเยิ้มปานภาพวาด แต่กลับซ่อนไว้ด้วยความเย่อหยิ่งทระนงที่ไม่อาจประเมินค่า "คำว่า 'กลัว' มิเคยมีอยู่ในบันทึกวิถีกระบี่เหมันต์ของข้า... ต่อให้วันนี้เบื้องหน้าคือปรโลกหรือกองทัพมารล้านตน หากท่านก้าวไปข้างหน้า ข้าก็จะยืนหยัดเคียงข้างบดขยี้พวกมันให้สิ้นซากไปพร้อมกับท่านเอง"
คำพูดของนางเรียบง่าย ทว่าทรงพลังยิ่งกว่าคัมภีร์เซียนบทใดๆ ในใต้หล้า ไป๋ซูหยุนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปี ความแค้นจากการถูกหักหลังในอดีตชาติเคยเป็นเครื่องนำทางชีวิตเขา แต่ในยามนี้... เขามีเหตุผลที่สำคัญยิ่งกว่าในการมีชีวิตอยู่และยืนหยัดท้าทายสวรรค์
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั้นเอง ผืนป่าโบราณรอบด้านก็พลันเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน!
*ครืนนนนน—!*
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนขึ้นมาจากใต้พิภพ ดั่งเสียงกู่ร้องของอสูรกายร้ายที่กำลังตื่นจากการหลับใหลยาวนาน ต้นไม้ใบหญ้าแห้งกรอบและร่วงหล่นลงในพริบตา ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดินราวกับอสรพิษนับหมื่นตัวที่เลื้อยรัดเข้ามาหาพวกเขาทั้งสอง
ไป๋ซูหยุนหรี่ตาลงคมกริบ สัญชาตญาณนักรบมหาเทพเตือนภัยเขาอย่างรุนแรง เขาดึงร่างของมู่อิงหลันเข้ามาชิดด้านหลัง พร้อมกับชักกระบี่วิเศษออกจากฝัก เสียงคมโลหะเสียบสีกับปลอกดัง *กริ๊ง* กังวานบาดแก้วหู ปราณกระบี่สีทองอร่ามระเบิดออกรอบตัวทันที ขับไล่ไอหมอกสีดำให้ถอยร่นออกไปในรัศมีสาม丈
"ระวังตัวด้วย! มีบางอย่างกำลังมา..."
ก่อนที่เสียงเตือนของไป๋ซูหยุนจะทันขาดคำ ท้องนภาที่เคยถูกปกคลุมด้วยเมฆสีม่วงก็ผ่าผะแผดเสียงสายฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหว ประกายสายฟ้าสีเลือดฟาดผ่าลงมาตรงใจกลางลานหว้างเบื้องหน้า แรงกระแทกมหาศาลทำให้เศษหินและฝุ่นผงกระจายฟุ้งไปทั่ว
และ ณ ใจกลางรอยแยกของสายฟ้าสีเลือดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากมิติที่ฉีกขาด...
ร่างนั้นสวมชุดเกราะกระดูกมารสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากอสูรน่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่ไป๋ซูหยุนด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก ปราณกดดันระดับขอบเขตราชันย์มารแผ่ซ่ายจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่น
"ไป๋ซูหยุน... ไม่เลวเลยนี่ที่เจ้ายังจำเสียงของสุนัขรับใช้แห่งแดนปีศาจได้" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเหล็กขูดกันดังขึ้นสะท้อนก้อง "นายท่านของเราส่งข้ามาเพื่อทวงของวิเศษคืน... และเอาศีรษะของเจ้าไปเสียบประจานไว้ที่ประตูเมืองมาร!"
ไป๋ซูหยุนมิได้หวาดหวั่น เขายกกระบี่ในมือขึ้นชี้ตรงไปที่ร่างนั้น แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหิวโซปรากฏประกายความท้าทายอันดุร้าย มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ
"อยากได้หัวของข้า... ก็ลองเข้ามาเอาดูสิว่า เจ้าจะมีปัญญาข้ามผ่านคมกระบี่นี้ไปได้หรือไม่!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันอุปสรรค และยืนหยัดเคียงข้างวิถีกระบี่นี้มาโดยตลอดนะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 21
ข่าวลือจากแดนปีศาจ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!